posttoday
วาย น็อต โซเชี่ยล เอ็นเตอร์ไพร์ส  ผลิตโฆษณาเพื่อสังคม

วาย น็อต โซเชี่ยล เอ็นเตอร์ไพร์ส ผลิตโฆษณาเพื่อสังคม

15 มกราคม 2560

เอเยนซีโฆษณามีหน้าที่ให้บริการด้านการสื่อสาร การรณรงค์ การโปรโมทสินค้า เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้ซื้อสินค้า ทว่า

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

เอเยนซีโฆษณามีหน้าที่ให้บริการด้านการสื่อสาร การรณรงค์ การโปรโมทสินค้า เพื่อดึงดูดผู้บริโภคให้ซื้อสินค้า ทว่า บริษัท วาย น็อต โซเชี่ยล เอ็นเตอร์ไพร์ส (WHY NOT Social Enterprise) เลือกงานที่จะทำ อู๋-ธวัชชัย แสงธรรมชัย เจ้าของบริษัท เปิดเผยว่า วาย น็อตฯ เลือกทำงานกับองค์กรทางสังคมเป็นหลักและใช้ความสามารถในการสื่อสารชวนให้คนมาเห็นและมาทำเรื่องราวดีๆ ในสังคมมากขึ้น

หลักการทำงานของวาย น็อตฯ ไม่ต่างไปจากการชวนคนไปซื้อสินค้า หรือชวนคนไปลองกินอาหาร แต่เขาลองทำงานอีกด้านหนึ่งว่าจะทำอย่างไรให้ความสามารถเดียวกันนั้นเปลี่ยนมาเป็นการชวนคนไปเป็นอาสาสมัครมากขึ้น ชวนไปปลูกต้นไม้มากขึ้น ชวนคนมาเข้าใจคนพิการในรูปแบบใหม่มากขึ้น “นี่คืองานที่เราทำ”

ธวัชชัย เคยทำงานในเอเยนซีโฆษณา จากนั้นชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อได้ทำงานในแวดวงกิจการเพื่อสังคม ซึ่งเขาค้นพบว่ายังมีองค์กรอีกมากมายที่ต้องการทำเรื่องดีๆ แต่ยังมีโฆษณาที่ไม่เร้าใจพอให้คนสนใจ

“ช่องว่างอะไรที่ทำให้โปสเตอร์ชวนไปเป็นอาสาสมัคร ไม่ดึงดูดใจเท่าโปสเตอร์ชวนไปซื้อมือถือ” เขาตั้งคำถามกับตัวเอง “ทั้งที่มันเป็นเรื่องดีที่ควรถูกเชิญชวนและเป็นสิ่งที่คนควรรู้ เราจะแก้ปัญหาจุดนี้อย่างไร”

หลังจากธวัชชัยได้รับหน้าที่ด้านซีเอสอาร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำให้เขาเห็นช่องว่างและโอกาสที่จะทำงานด้านนี้ต่อไป จึงตัดสินใจลาออกเพื่อเปิดบริษัทของตัวเอง ภายใต้หลักการ... ผลิตงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

งานที่ทำให้คนไทยรู้จักวาย น็อตฯ ต้องพูดถึงงาน “รู้สู้ Flood” เมื่อเหตุการณ์อุทกภัยปี 2554 เขาและทีมอาสาสมัครเห็นปัญหาที่มากกว่าน้ำท่วมธรรมดา ข้อมูลยังท่วมท้นจนเกิดความสับสนด้วย เขาและเพื่อนจึงช่วยกันทำวิดีโอบอกเล่าสาเหตุและวิธีรับมือน้ำท่วมอย่างถูกต้องและเข้าใจง่าย ซึ่งได้กระแสตอบรับดีเกินคาด ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของการทำงานอาสาสมัคร และงานที่ไม่หวังเงินจากใครว่ามันมีคุณค่ามากกว่ามูลค่ามากแค่ไหน

“แต่งานอาสาอยู่ไม่ได้ตลอดไป” เขาได้เรียนรู้ “การเป็นเอสอี (กิจการเพื่อสังคม) ข้อหนึ่งคือ เราจะทำยังไงให้งานที่มีคุณค่าก่อประโยชน์แก่คนอื่น และมีค่าจ้างค่าตอบแทน ซึ่งข้อนี้แรกๆ คนไทยอาจไม่เข้าใจคือ ถ้าคุณทำเพื่อสังคมก็ต้องทำฟรีสิ ต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งมันย้อนแย้งมากเลยกับคนที่ทำเรื่องไม่ดีกลับได้เงิน ซึ่งก้อนความคิดนี้ เราต้องต่อสู้กับมันในช่วงแรกๆ พอสมควร”

ธวัชชัย อธิบายกระบวนการการทำงานของวาย น็อตฯ กฎข้อแรกคือ เรียกลูกค้าว่าพาร์ตเนอร์ หรือเพื่อนร่วมงาน เมื่อพาร์ตเนอร์มีความสนใจที่จะทำโฆษณาหรือสื่ออะไรสักอย่าง อันดับแรกทางวาย น็อตฯ ต้องทำแผน วิเคราะห์ข้อมูล หากลุ่มเป้าหมาย จากนั้นเข้าสู่กระบวนการครีเอทีฟ คิดกิจกรรม ออกแบบสื่อ หรือการสื่อสารในรูปแบบใดก็ได้ขึ้นมา และสุดท้ายจบที่การผลิต ซึ่งส่วนตัวของเขาเอง นอกจากจะเป็นเจ้าของกิจการยังเป็นครีเอทีฟของบริษัทด้วย

งานที่รับทำนั้นจะเป็นไปตามนโยบายที่เขียนขึ้นตั้งแต่เปิดบริษัทเมื่อ 5 ปีที่แล้วคือ จะใช้เวลา 80% ไปกับงานเพื่อสังคม และ 20% ไปกับงานเพื่อธุรกิจ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ กลายเป็นได้รับงานเพื่อสังคมมากถึง 90% ไปโดยปริยาย

วาย น็อต โซเชี่ยล เอ็นเตอร์ไพร์ส  ผลิตโฆษณาเพื่อสังคม ธวัชชัย แสงธรรมชัย

 

“มันกลายเป็นความชำนาญของเราที่จะผลิตงานเพื่อสังคม ปริมาณงานที่เข้ามามันเพียงพอต่อการเลี้ยงดูตัวเองและออฟฟิศ ซึ่งเราไม่ได้ขวนขวายที่จะโตไปมากมาย จนต้องเสียจุดตั้งต้นที่เราตั้งขึ้นมา งานที่ทำให้องค์กรเพื่อสังคมไม่ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้ คนจะเข้าใจว่าสมัยที่ผมลาออกจากงานประจำมามีคนถามว่าจะเอาอะไรกิน จะอยู่ได้จริงเหรอ นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่ามันมีเงินอยู่ในทะเลนี้มากขนาดไหน”

เขาพูดถึงศัพท์ธุรกิจ Blue Ocean ธุรกิจที่ไม่มุ่งเน้นทำในสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่จะเน้นในการสร้างความต้องการหรือสิ่งที่ยังไม่มีขึ้นมาใหม่ โดยไม่สนใจและให้ความสำคัญกับคู่แข่งเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม เรียกว่าเป็นการสร้างความต้องการของลูกค้าและอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมา เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์หรือคุณค่าทั้งต่อองค์กรเองและลูกค้าวาย น็อตฯ พยายามทำธุรกิจลักษณะนั้น แต่สุดโต่งกว่าจนนิยามตัวเองว่าเป็นอินดี้ โอเชียน

“อินดี้ โอเชียน คือ ปลาในทะเลอาจจะตัวเล็ก ปลาอาจจะน้อย แต่ไม่มีใครมาจับ ซึ่งปลาเหล่านั้นก็ทำให้เราอยู่ได้แบบชิลๆ แต่แน่นอนว่า ต้นทุนที่เราใช้ในการทำงานต้องถูกลง เพราะเงินขององค์กรเพื่อสังคมย่อมน้อยกว่าองค์กรธุรกิจใหญ่ ดังนั้น เราจึงต้องลดต้นทุนตัวเอง เพื่อให้เขาเข้าถึงบริการของเราได้”

ธวัชชัย เผยว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทรับทำงานประมาณ 30 งาน ซึ่งหนึ่งในงานใหญ่ประจำปี 2559 คือโครงการเดินทางพ่อ ที่ทำการสื่อสารในรูปแบบของการจัดทริป ให้คนรุ่นใหม่เดินทางไปศึกษาตามโครงการพระราชดำริทั่วไทย เพื่อให้เขานำกลับมาเล่าต่อให้เพื่อนฟัง

การจัดคอนเสิร์ต “เข้าใจให้” ที่คนพิการทุกรูปแบบสามารถสนุกไปกับคอนเสิร์ตนี้ได้พร้อมๆ กัน โดยออกแบบให้มีล่ามภาษามือคอยแปลเพลงนักร้อง มีทางเดินสำหรับคนตาบอดและเกมต่างๆ ในงานก็ถูกออกแบบให้คนพิการ และคนไม่พิการสามารถเล่นร่วมกันได้ ซึ่งเป็นงานที่ต้องการจะบอกคนว่าสิ่งที่คนพิการต้องการจริงๆ ไม่ใช่การให้เงิน แต่ต้องให้ความเข้าใจมากขึ้น หรือ “ให้ความเข้าใจ” กับคนพิการมากขึ้น เพราะเมื่อเป็นดังนั้นแล้วทุกคนก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ เขายังได้โอกาสจัดงานใหญ่ที่หลายคนคุ้นหู “คนไทยขอมือหน่อย” ที่ได้รวบรวมมูลนิธิและงานเพื่อสังคมทั่วประเทศให้มาอยู่ในที่เดียวกัน ด้วยหลักคิดที่ว่าแท้จริงแล้วคนไทยต้องการช่วยแต่ไม่ทราบว่าจะช่วยได้อย่างไร ส่วนงานเพื่อสังคมเองก็ไม่ทราบว่าจะติดต่อสื่อสารกับคนเมืองได้อย่างไรเช่นกัน งานคนไทยขอมือหน่อยจึงจัดขึ้นเพื่อให้สองฝ่ายมาเจอกัน ปีนี้จะจัดเป็นครั้งที่ 4 ในราวๆ เดือน มิ.ย.นี้

เขาและทีมเคยตั้งเป้าหมายสูงสุดไว้ร่วมกัน โดยหลักจากพูดคุยกันแล้ว ภาพที่ออกมาไม่ใช่เงินทองหรืองานจำนวนมาก แต่มันคือภาพต้นไม้

“เราจะเป็นคนปลูกต้นไม้” เขาอธิบาย “เราอยากทำงานเพื่อให้มันออกผลเป็นชีวิตที่ดีเป็นสังคมที่ดีต่อไปเรื่อยๆ ถ้าจะพูดให้เป็นรูปธรรมคือเป้าหมายสูงสุดของเรา เราเชื่อว่าพลังของเรื่องเล่ายิ่งใหญ่มาก เมื่อเรื่องนั้นเปลี่ยนความคิดคนได้ เขาก็จะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างไปตามที่ได้ฟังมา

ดังนั้น เมื่อเราปลูกต้นไม้ร้อยต้น แล้วมีคนไปบอกว่าตรงนี้มีคนปลูกต้นไม้ เขาจะช่วยกันปลูกต่อไป พลังของการสื่อสารคือแบบนี้ เราไม่จำเป็นต้องปลูกต้นไม้ทั้งโลกคนเดียว แต่เราสามารถชวนคนมาปลูกได้ แค่เล่าเรื่องให้คนอยากมาปลูกกับเราด้วย เราว่าปลูกต้นไม้มันดีอย่างไร มันดีต่อโลกและกับเรายังไง นี่แหละคือภาพที่เรามองว่า วาย น็อตฯ คืออะไร และเราทำมันไปทำไม”

ภาพต้นไม้ที่เขาอยากเห็น เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันแรกที่เปิดบริษัท บางงานเปรี้ยงบ้าง แป้กบ้าง นับเป็นเรื่องธรรมดา แต่เรื่องเล่าที่สื่อสารออกไปแล้ว มันได้บันทึกอยู่ในความคิดของคนโดยไม่รู้ตัว และวาย น็อตฯ เองก็ยังต้องพัฒนาต่อไป เพื่อหาหนทางแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์ และได้ผลมากที่สุดอย่างที่ได้เขียนไว้ในคำบรรยายภาพรวมของบริษัท...

คนที่มองโลกในแง่ร้ายตั้งคำถามว่าทำไม กับปัญหา ทำไมปัญหาที่เกิดขึ้นกับฉัน ทำไมโลกนี้ถึงช่างโหดร้าย แต่คนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะตั้งคำถามว่า ทำไมถึงไม่... ทำไมเราถึงไม่ลองแก้ปัญหาในหนทางใหม่ ทำไมเราถึงไม่เห็นทางที่แตกต่าง

วาย น็อตฯ เชื่อว่า ความคิดสร้างสรรค์จะนำมาซึ่งวิธีแก้ปัญหา โดยเราจะใช้เครื่องมือนี้ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างด้วยกัน และถ้าคุณคือผู้เปลี่ยนแปลงหรือผู้มุ่งมั่นที่จะลงมือทำด้วยหาหนทางแสนธรรมดาเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ดังนั้นแล้วเราคือเพื่อนกัน

ธวัชชัย เชื่อว่ายังมีองค์กรเพื่อสังคมอีกมากมายที่ต้องการผลิตสื่อที่สร้างสรรค์ ดังนั้น วาย น็อตฯ จะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อช่วยสร้างสรรค์โฆษณาและถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าดึงดูดใจให้คนอยากลุกขึ้นไปเป็นอาสาสมัคร หรือลุกขึ้นไปปลูกต้นไม้ให้มีประสิทธิภาพมากเหมือนโฆษณาสินค้า

หมายความว่าวาย น็อตฯ จะตอบแทนสังคมผ่านองค์กร (พาร์ตเนอร์) เหล่านั้นให้มีการสื่อสารสู่สังคมที่ดีขึ้น เพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่าเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท