posttoday
จิตเดียว

จิตเดียว

15 มกราคม 2560

หลังจากรอมาประมาณ 2 ปีเห็นจะได้ สารคดีเรื่อง ONE MIND ก็ถ่ายทำเสร็จเสียที เตรียมฉายรอบปฐมทัศน์

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

หลังจากรอมาประมาณ 2 ปีเห็นจะได้ สารคดีเรื่อง ONE MIND ก็ถ่ายทำเสร็จเสียที เตรียมฉายรอบปฐมทัศน์ วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีบุคคลสำคัญทางพุทธศาสนานานานิกายในสหรัฐ เข้าร่วมชม

ขอกล่าวกันก่อนว่าภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ เอ็ดเวิร์ด เอ เบิร์เกอร์ (Edward A. Burger) ผู้เคยกำกับสารคดี เรื่อง Amongst white clouds ว่าด้วยวิถีนักปฏิบัติในดินแดนจงหยวน ผมเคยเขียนเรื่อง ONE MIND ในเฟซบุ๊กไปประมาณปีก่อน (ในสัปดาห์หน้าผมจะลงบทความที่ว่านี้ต่อไป) ได้รับความสนใจพอสมควร แต่ปรากฏว่าผ่านมานานร่วมปีหนังก็ยังตัดต่อและระดมทุนไม่เสร็จ ผ่านมานานจนลืมไปแล้วว่ามีหนังที่น่าดูเรื่องนี้อยู่ในโลก

สารคดีเรื่องนี้ว่าด้วยวิถีแห่งการปฏิบัติธรรม ณ วัดเจินหรู เป็นวัดนิกายฉาน (นิกายเซน) ตั้งอยู่บนเขาหยุนจู มณฑลเจียงซี สืบทอดนิกายฉาน คณะเฉาต้ง (สำนักที่เน้นการปฏิบัติอย่างค่อยเป็นค่อยไป) มานานถึง 1,200 ปี รุ่งโรจน์ และโรยรามาหลายครั้ง ครั้งสำคัญที่สุด คือ การฟื้นฟูโดยพระเถระซวีหยุน ปูชียบุคคลท่านสำคัญของพุทธจักรจีนยุคใหม่ แต่แล้วต่อมาเมื่อท่านซวีหยุนมรณภาพ พุทธศาสนาจีนถูกเข่นฆ่าทำลายครั้งใหญ่ในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม วัดเจินหรูมีหรือจะรอดพ้นจากภยันตรายทางการเมืองนี้ ผ่านช่วงวิกฤตนาน 10 กว่าปี สุดท้ายก็ยังกระเสือกกระสนรอดมาได้ และรื้อฟื้นวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดอีกครั้งในปัจจุบัน

พระวัดเจินหรูมีชื่อเสียงเรื่องความสมถะ มักสวมจีวรผ้าปะ หรือจีวรห้าสี (หมายถึงการใช้เศษผ้าหลายสีมาปะชุนเป็นจีวร) วันทั้งวันผลัดกันทำสมาธิวิปัสสนา เดินจงกรม ดูแลแปลงผัก เก็บใบชา ตัดฟืนในป่า แม้แต่เวลาทำงานก็ถือเป็นการปฏิบัติธรรมตามคำสอนดั้งเดิมของนิกายฉาน ท่านพุทธทาสซึ่งได้รับอิทธิพลจากนิกายนี้ ก็สอนในทำนองเดียวกัน

วัดนี้จึงมีชื่อเสียงในเรื่องเลี้ยงตัวเองไม่เรียกร้องจากญาติโยมเกินไป และอยู่อย่างพอเพียง คนไทยอาจไม่คุ้นกับวัตรปฏิบัตินี้ เพราะพระสงฆ์บ้านเราท่านมีญาติโยมช่วยสนับสนุน (จนบางทีก็เกินขอบเขต) แต่ที่เมืองจีนไม่ใช่เช่นนั้น พระสงฆ์เสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นกาฝากสังคมเอาง่ายๆ และมีหลายครั้งที่พระพุทธศาสนาถูกกวาดล้างทำลาย คณะสงฆ์ต้องเลี้ยงตัวเองถึงจะอยู่รอด

เช่น ในรัชสมัยพระเจ้าถังอู่จง ค.ศ. 842 มีพระบรมราชโองการกวาดล้างพระพุทธศาสนาครั้งใหญ่ จับสึกพระชีกว่า 260,500 รูป ทำลายวัดสำนักสงฆ์เกือบ 5 หมื่นแห่ง รูปปฏิมาที่ทำด้วยสำริด เงิน และทองถูกทุบทำลาย แล้วหลอมส่งเข้าท้องพระคลัง

จิตเดียว

 

กวาดล้างครั้งนั้นเรียกว่า “ศักราชฮุ่ยชางล้างพุทธ” (&>6371;&>6124;&>7584;&>0315;) หรือ “อู่จงผลาญพุทธ” (&>7494;&>3447;&>8781;&>0315;)

นิกายฝ่ายปริยัติที่เน้นศึกษาคัมภีร์ซึ่งรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นนิกายที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง และอาศัยศรัทธาจากโยมมาโดยตลอด ถูกทำลายจนสิ้นสูญเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็นนิกายอวตังสกะ นิกายสัทธรรมปุณฑรีกะ นิกายมนตรยาน เว้นแต่นิกายสายชาวบ้าน เช่น นิกายสุขาวดี และนิกายฉาน ที่ถือหลักทำงานไปด้วยปฏิบัติธรรมไปด้วย รอดพ้นหายนะมาได้

ผู้ที่วางหลัก “วันไหนไม่ทำงาน วันนั้นไม่ต้องกิน” (&<9968;&>6085;&<9981;&>0570;&<9968;&>6085;&<9981;&&9135;) คือพระเถระไป๋จ้าง สมัยราชวงศ์ถัง หากไม่ได้ท่านวางหลักนี้ไว้ พระนิกายฉานคงต้องพึ่งพาทางโลกอย่างเดียว เมื่อเผชิญกับการกดขี่ คงยากที่จะเอาตัวรอด หรือหาไม่แล้วอาจจะกลายเป็นจำพวกเรียกร้องลาภยศ จนสิ้นความน่าเคารพศรัทธา

ต่อมา พระเถระหยุนจู ต้าวอิง สมัยปลายราชวงศ์ถัง มาเป็นเจ้าอาวาสวัดเจินหรู ได้กำชับว่า หากพระรูปใดไม่ทำงาน ก็ไม่ต้องฉันอาหาร คำสั่งนี้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน อันว่าการทำงานนี้มิใช่การเลี้ยงตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการปฏิบัติธรรม รักษาธรรม และประกาศธรรมอีกด้วย

มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านหยุนจู ต้าวอิง ไปปฏิบัติธรรมบนเขาห่างไกลเพียงลำพังเป็นเวลานานโดยไม่พบเจอใคร ครั้งหนึ่งท่านลงเขามาอาจารย์ของท่านถามไถ่ว่า เหตุใดจึงไม่นำอาหารติดตัวไปบ้าง

ท่านหยุนจู ต้าวอิง ตอบว่า “ไม่จำเป็นขอรับ เพราะมีเทพยดา อมนุษย์ทั้งหลายคอยเลี้ยงดูคุ้มครองผมอยู่แล้ว”

คำตอบของท่านหยุนจู ต้าวอิง ไม่ธรรมดา เพราะตามคติพุทธนั้นเชื่อกันว่า ผู้ปฏิบัติธรรมจะมีอมนุษย์ฝ่ายสัมมาทิฏฐิคอยคุ้มครอง ในฝ่ายเถรวาทบ้านเราเองก็ยังมีตำนานเล่าขานกันถึงเรื่องพระป่ารับบิณฑบาตจาก “สิ่งที่มองไม่เห็น” กันอยู่เนืองๆ เพราะท่านจาริกธรรมตามป่าดอย จะไปหาภัตตาหารมาจากใครที่ไหนได้ จะมีก็แต่อมนุษย์เหล่านี้คอยเกื้อหนุน

แต่อาจารย์ของท่านได้ยินแล้วทอดถอนใจ กล่าวด้วยความผิดหวังว่า “เราคิดว่าเจ้าเป็นปุถุชนคนธรรมดา ที่แท้แม้แต่คนก็ยังไม่ใช่ แล้วเจ้าจะชักนำผู้คนได้อย่างไร หากมัวแต่โป้ปดเขาอยู่อย่างนี้”

ถ้อยคำของท่านอาจารย์ สะท้อนว่า แม้ผู้ปฏิบัติธรรมจะมีบารมีเหนือธรรมดา แต่ความเหนือธรรมดาอาจทำให้เหินห่างจากชาวโลก ผู้รู้ธรรมควรจะเป็นหนึ่งเดียวกับปุถุชนคนทั่วไป อยู่ง่ายเลี้ยงง่าย หุ่มคลุมกายด้วยอาภรณ์ของคนจน ทำงานเลี้ยงตัวเอง ไม่ต้องพึ่งใคร โดยเฉพาะสังคมจีนให้ค่าคนขยันทำมาหากิน หากพระสงฆ์มัวแต่ขออย่างเดียว พระพุทธศาสนาคงถูกทอดทิ้ง หรือกำราบจนสิ้นสูญเป็นแน่ โดยเฉพาะในช่วงก้าวกระโดดใหญ่ และการปฏิวัติวัฒนธรรม

สารคดีเรื่อง ONE MIND (จิตเดียว) สะท้อนออกมา คือ วิถีที่กลมกลืนการปฏิบัติและทำงานด้วยจิตว่าง (หรือจิตเดียว)

ครั้งหนึ่งมีศิษย์ถามพระเถระหยุนจู ต้าวอิง ว่า “ธรรมะหนึ่งเดียวคืออะไร?”

ท่านย้อนถามว่า “แล้วหมื่นธรรมขันธ์เล่า?”

ศิษย์ผู้นั้นบอกว่า ไม่เข้าใจ ท่านอาจารย์จึงตอบว่า “ธรรมะหนึ่งเดียวคือจิตเจ้า หมื่นธรรมขันธ์คือมูลฐานของสภาวะเจ้า” แล้วกล่าวคาถาว่า “ธรรมหนึ่งคือหัวใจธรรม หมื่นธรรมแผ่ซ่านแทรกซึมธรรมหนึ่ง อย่าได้กล่าวว่า จิตเดียว สภาวะเดียว เหมือนหรือต่าง”

ถึงที่สุดแล้ว “ธรรม” กับ “ทำ” ไม่ต่างกันเลย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ