
เร่งฟื้นรายได้ภาคใต้
สั่งพาณิชย์จังหวัดทำแผนสร้างอาชีพให้เกษตรกร เตรียมรับมือน้ำท่วมรอบใหม่
สั่งพาณิชย์จังหวัดทำแผนสร้างอาชีพให้เกษตรกร เตรียมรับมือน้ำท่วมรอบใหม่
โพสต์ทูเดย์ – “พาณิชย์” เล็งสร้างรายได้เกษตรกรภาคใต้ ลดผลกระทบน้ำท่วม เตรียมหาพืชระยะสั้นและอาชีพรองรับ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ 3 จังหวัด คือ สงขลา พัทลุง และตรัง ที่ประสบอุทกภัยอย่างหนักว่า เพื่อติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ พร้อมประชุมร่วมกับพาณิชย์จังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ โดยได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมดทำแผนฟื้นฟูและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรพร้อมผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แบ่งเป็นระยะเร่งด่วนให้รวบรวมผลผลิตการเกษตรในจังหวัดที่รับผิดชอบว่ามีปริมาณเหลืออยู่เท่าไหร่ และให้หาช่องทางระบายสินค้าเกษตรเหล่านี้ให้กับเกษตรกร เพื่อให้มีรายได้เข้ามา
นอกจากนี้ หลังจากที่สถานการณ์น้ำลดแล้ว ให้แต่ละจังหวัดไปทำแผนการผลักดันเกษตรกรปลูกพืชระยะสั้นหรือช่วง 2-3 เดือน และทำตลาดสำหรับการระบายสินค้าเกษตรที่ปลูกทดแทนล่วงหน้า เช่น ขอความร่วมมือผู้ประกอบการห้างค้าปลีกและเอกชนรายใหญ่ ในการช่วยรับซื้อสินค้าเกษตรเหล่านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น
“หากสินค้าเกษตรที่นำมาปลูกระยะสั้นมีตลาดรองรับชัด อนาคตอาจเปลี่ยนให้เกษตรกรในภาคใต้ส่วนนั้นปลูกพืชดังกล่าวถาวร เพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับการปลูกพืชแบบเดิมๆ แต่อาจไม่มีตลาดรองรับ ทั้งหมดนี้ได้สั่งพาณิชย์ให้เริ่มดำเนินการทันที เพราะบางจังหวัดน้ำเริ่มลดแล้ว” นายสนธิรัตน์ กล่าว
สำหรับเกษตรกรที่ไม่สามารถเปลี่ยนอาชีพมาปลูกพืชทดแทนชนิดอื่นๆ เบื้องต้นสั่งการให้หาอาชีพบริการรองรับ เช่น เปิดร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการใช้วิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสในการวางแผนระยะยาวในการสร้างรายได้ถาวรให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ส่วนด้านการค้าส่วนใหญ่จะเป็นภาคบริการ เชื่อว่าผลกระทบคงไม่มาก เพราะหลังจากน้ำลดก็จะมีการฟื้นฟูสถานที่ได้รับความเสียหาย และสามารถเปิดดำเนินการค้าได้ตามปกติ
ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ช่วงวันที่ 16-18 ม.ค.นี้ ที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนมากขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ แต่ระยะเวลาฝนตกติดต่อกันไม่นานมาก โดยวางแผนการบริหารจัดการน้ำ 2 กรณี คือ 1.พื้นที่ที่มีน้ำท่วมอยู่แล้ว หากมีฝนตกจะมีผลกระทบมาก และ 2.พื้นที่ที่น้ำแห้งแล้วหากฝนตกเกิน 200 มม. จะเกิดน้ำท่วมและน้ำไหลหลากได้ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว ขณะนี้กรมชลประทานได้ทำแผนการรองรับสถานการณ์ฝนในช่วงวันดังกล่าวไว้แล้ว เช่น การติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดปัญหา และเร่งผันน้ำออกสู่ทะเล
“ขอยืนยันว่ารัฐบาลได้วางแผนการทำงานและระดมเครื่องมือเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องหากมีฝนตกลงมา เพื่อลดความเดือดร้อนให้มีน้อยที่สุด” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2559 ถึงปัจจุบัน พบพื้นที่ประสบภัยภาคใต้ 12 จังหวัด โดยคาดเกษตรกรกระทบ 4.49 แสนราย รวมพื้นที่ 1.05 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าว 2.73 แสนไร่ พืชไร่ 4.63 หมื่นไร่ พืชสวนและอื่นๆ 7.35 แสนไร่ ด้านประมงมีเกษตรกร 2.43 หมื่นราย พื้นที่เพาะเลี้ยงที่คาดว่าจะเสียหาย 3.92 หมื่นไร่ กระชัง 1.07 แสนตารางเมตร







