
กทม.พร้อมรับมือฝนถล่ม15-17ม.ค.นี้
ผู้ว่าฯ กทม.สั่ง 50 เขตรับมือฝนที่จะเข้ากรุงเทพฯ วันที่ 15-17 ม.ค.นี้ให้ลดระดับน้ำในคลองและบ่อสูบ พร้อมแจ้งให้ประชาชนทราบตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ภาคใต้เริ่มอีกระลอก 16-18 ม.ค.
ผู้ว่าฯ กทม.สั่ง 50 เขตรับมือฝนที่จะเข้ากรุงเทพฯ วันที่ 15-17 ม.ค.นี้ให้ลดระดับน้ำในคลองและบ่อสูบ พร้อมแจ้งให้ประชาชนทราบตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ภาคใต้เริ่มอีกระลอก 16-18 ม.ค.
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 15-17 ม.ค.นี้ ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เฝ้าติดตามสถานการณ์ฝน พร้อมเตรียมแผนปฏิบัติป้องกันน้ำท่วม อาทิ ติดตามสถานการณ์ฝน เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อม ลดระดับน้ำในคลองและบ่อสูบ แจ้งสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่และประชาชนรับทราบตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าช่วงวันที่ 16-18 ม.ค. ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยทำให้ภาคใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงคลื่นสูง 2-3 เมตร
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 16-18 ม.ค.นี้ ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนัก บางแห่ง โดยเฉพาะ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม เฝ้า ระวังสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด
สำหรับฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ถึงปัจจุบัน มีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด รวม 119 อำเภอ ผู้เสียชีวิต 40 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่ จ.ยะลา ระนอง นราธิวาส ปัตตานี และกระบี่
นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ยอดรวมผู้เสียชีวิตที่เกิดจากน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางสะพาน 3 ราย ผู้ประสบภัย 1.2 หมื่นครัวเรือน จำนวน 3.7 หมื่นคน ประเมินความ สูญเสียกว่า 600 ล้านบาท







