
ญาติคนตายเผยไม่มีใครยืนยันจำทะเบียนครูแพะได้
นครพนม-ญาติคนตายพาชี้จุดเกิดเหตุคดีครูแพะถูกกล่าวหาขับรถชนคนตาย ระบุหลังเกิดเหตุไม่มีใครพบเห็นรถคู่กรณีหรือยืนยันว่าจำทะเบียนรถได้
นครพนม-ญาติคนตายพาชี้จุดเกิดเหตุคดีครูแพะถูกกล่าวหาขับรถชนคนตาย ระบุหลังเกิดเหตุไม่มีใครพบเห็นรถคู่กรณีหรือยืนยันว่าจำทะเบียนรถได้
นายสว่าง พ่อบำรุง อายุ 64 ปี สมาชิก อบต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม น้องชายของนายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปีที่เสียชีวิตเพราะถูกรถชน และนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูชาวจังหวัดสกลนคร หรือครูแพะซึ่้งศาลพิพากษาจำคุก 3ปี2เดือน ภายหลังได้รับการอภัยโทษออกมา รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน และศาลอุทธรณ์ภาค4มีคำสั่งให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาใหม่ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุ ริมถนน พระซอง – เรณูนคร ห่างจากสะพานน้ำบังเทศบาลตำบลพระซอง ประมาณ 200 เมตร เขต บ้านสร้างเม็ก ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร ยืนยันว่า หลังเกิดเหตุ พบเพียงจักรยาน และผู้เสียชีวิต ส่วนรถยนต์คู่กรณีไม่พบเห็น และไม่มีใครมายืนยันกับญาติว่าจำทะเบียนรถยนต์ได้ และไม่ขอแสดงความคิดเห็นไปมากกว่านี้ เพราะเพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย
นายสว่างกล่าวว่า หลังเกิดเหตุไม่มีใครพบเห็น หรือจำได้เกี่ยวกับรายละเอียดของรถคู่กรณี ทราบเพียงเป็นรถยนต์เท่านั้น เพราะเหตุเกิดช่วงกลางคืน ประมาณ 20.00 น.ทางญาติไม่ติดใจเอาความจากใครเพราะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่สภ.นาโดนที่จะไปสอบสวน ทางญาติไม่ได้ติดใจหรือปักปรำใคร ถือว่าเป็นเวรกรรม เพียงต้องการค่าเยียวยาชดเชย ซึ่งได้ไปร้องทุกข์ขอรับเงินจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย ได้เงินมาทำศพประมาณ 35,000 บาทเท่านั้น
กระทั่งผ่านไป 9 ปี มาทราบภายหลังว่าศาลจังหวัดนครพนมได้มีคำพิพากษาชั้นฏีกาเป็นที่สิ้นสุดว่าให้ครูจำคุก และมีการชำระเงินเยียวยาให้ที่ศาลจังหวัดนครพนม เป็นเงิน ประมาณ 1.5 แสนบาท ทางญาติจึงไปรับเงิน แต่ไม่ได้ติดใจ หรือใส่ใจเรื่อง ผิดจริงหรือไม่ผิด เพราะถือว่าเป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมา ไม่เคยไปวิ่งเต้น ร้องทุกข์ หรือเรียกร้องอะไรจากตำรวจ เพียงสอบถามคืบหน้าในฐานะญาติ
"ถึงวันนี้พอทราบข่าวว่ามีการเรียกร้องว่าครูที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นแพะ แต่ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็น และไม่ติดใจอะไรแล้ว หากจะมีการรื้อคดีใหม่ ถือมีคนผิดจริงไม่จริง ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรอีก แต่เชื่อเรื่องผลกรรม ว่าใครทำสุดท้ายต้องได้รับผลกรรม ความจริงคือความจริง" นายสว่าง กล่าว







