
ทายาทธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในการทำธุรกิจที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวนำ ได้ทำให้ภาคธุรกิจไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายเล็ก
โดย...แบงก์กลิ้ง
การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในการทำธุรกิจที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวนำ ได้ทำให้ภาคธุรกิจไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายเล็ก ต่างต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดกันทั้งนั้น โดยเฉพาะธุรกิจครอบครัวสิ่งแวดล้อมในการทำธุรกิจแบบใหม่ อาจจะเป็นตัวเร่งให้จะต้องเริ่มเปลี่ยนผ่านจากรุ่นไปสู่รุ่น เพื่อความอยู่รอด
การถ่ายเลือดของธุรกิจครอบครัวเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะจะต้องมีผู้สืบทอดกิจการ ทางรอดของธุรกิจครอบครัว มีตั้งแต่การผลักดันให้ลูกหลานก้าวขึ้นมารับช่วงสืบทอดกิจการ การหามืออาชีพเข้ามาช่วยบริหาร ไปจนถึงการขายกิจการครอบครัว หรือในบางกรณีการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และเป็นการเปิดให้คนนอกครอบครัวเข้ามารับรู้เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการธุรกิจมากขึ้น
แต่ประเด็นการอยู่รอดของธุรกิจครอบครัวที่ไปได้ไม่ไกลเกิน 3 รุ่นนั้นส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยภายใน (Internal Factors) เช่น เมื่อธุรกิจเติบโต จำนวนสมาชิกของตระกูลเพิ่มขึ้น ความแตกต่างระหว่างคนรุ่นเก่า (Baby Boomer) กับเด็กรุ่นใหม่ (Generation Y) ก็เริ่มขยายตัวขึ้น ยิ่งลักษณะวัฒนธรรมไทยมีการสื่อสารกันน้อย ทำให้ขาดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสมาชิกครอบครัว มีระบบ Seniority สูง ยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งสั่งสมกันหลายประเด็นในธุรกิจครอบครัว
ทายาทธุรกิจส่วนใหญ่เป็นเด็กรุ่นใหม่ การศึกษาดี ไฟแรง อยากจะปรับเปลี่ยนบริษัทให้ทันสมัย แต่ก็ยังเป็นเด็กในสายตาคนรอบข้าง จึงไม่ค่อยมีใครรับฟัง มักถูกปฏิเสธ ทำให้หลายคนถึงกับท้อ อยากหนีออกไปทำกิจการเล็กๆ ของตัวเองมากกว่ามารับช่วงต่อบริษัทใหญ่โต ดังนั้นทายาทธุรกิจจึงจำเป็นต้องฝึกฝนทักษะการทำงานร่วมกับผู้ที่สูงวัยกว่า เพื่อช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่น ส่งผลให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ดีขึ้น
เคเอสเอ็มอีของธนาคารกสิกรไทย แนะนำว่าทักษะที่ผู้สืบทอดกิจการต้องศึกษา คือ
- ปรับการสื่อสารให้เหมาะกับแต่ละคน (Communication Style) คนที่พลาดคือมักใช้สไตล์ของตัวเองสื่อสารกับทุกคนในทุกเรื่อง ดังนั้นระลึกไว้เสมอว่าทุกคนนั้นแตกต่างกัน จึงควรปรับสไตล์การสื่อสารให้เหมาะสมกับแต่ละคน แต่ก็ต้องสื่อสารให้ครบถ้วน ไม่พูดปกปิดหมกเม็ดบอกความจริงแค่บางส่วน ทีนี้เมื่อใครมารู้ความจริงภายหลัง คำพูดของคุณก็จะไม่มีน้ำหนักอีกต่อไป
- สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ (Trust Building) เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจสร้างได้แต่ต้องใช้เวลา เหมือนกับการหยอดกระปุกออมใจกับคนรอบข้าง ทั้งกับคุณพ่อ คุณแม่ หรือพนักงานที่อาวุโสกว่า ให้เขาคอยหยอดความไว้วางใจให้เราทีละน้อย แล้วเมื่อใดที่กระปุกออมใจของคุณเต็ม คุณก็จะได้รับความไว้วางใจจากเขาเต็มที่ ซึ่งควรเริ่มจากการรักษาเวลา รักษาคำพูด นอกจากนี้ควรหมั่นดูแลเอาใจใส่คนรอบข้าง และที่สำคัญต้องเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เช่นนั้นคุณจะถูกมองว่าสร้างภาพ ความไว้ใจที่เคยสะสมมาก็อาจถูกทำลายไป เหมือนกระปุกแตก เหรียญที่สะสมไว้ก็จะกระจายออกมา ความไว้ใจก็เช่นเดียวกัน จะไม่ค่อยๆ ลดลง แต่จะหายไปในพริบตา แม้คุณจะพยายามแค่ไหน แต่กระปุกใบนั้นก็มีรอยร้าวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
- แสดงความเข้าใจมุมมองของผู้อื่น (Show Empathy) คือการที่เราพยายามเข้าไปมองจากมุมของเขาอย่างจริงใจ เพื่อจะได้เข้าใจชัดเจนว่าเขาคิดและรู้สึกอย่างไร เริ่มจากการเป็นผู้ฟังที่ดี ลดอัตตาในตัวเอง หยุดเหมารวมว่าพวกผู้อาวุโสก็เป็นแบบนี้ เปิดใจให้ตัวคุณเองได้เข้าใจมุมมองของเขา และยังเป็นการแสดงความเอาใจใส่และเห็นอกเห็นใจกัน จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน การทำงานร่วมกันก็จะราบรื่นขึ้นด้วย
- ยืดหยุ่นในการทำงาน (Flexibility) คือการเปิดรับความเปลี่ยนแปลง รวมถึงการให้ความสำคัญกับความต้องการของฝ่ายตรงข้ามเท่าๆ กับความต้องการของตัวเอง ไม่ยึดแต่ความต้องการของตัวเองเป็นหลัก การเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นช่วยให้ผู้อื่นรู้สึกปลอดภัย รู้สึกสบายใจเมื่อพูดคุยด้วย รวมทั้งไว้วางใจที่จะบอกความต้องการที่แท้จริงของเขาออกมา







