
เอาแค่สะใจ?
สังคมไทยเราในช่วงหลังมานี้ มันก็น่าแปลกใจที่ใครต่อใครมีแนวโน้มชื่นชมกับอำนาจนิยม
โดย...สันทัด กรณี
สังคมไทยเราในช่วงหลังมานี้ มันก็น่าแปลกใจที่ใครต่อใครมีแนวโน้มชื่นชมกับอำนาจนิยม มิหนำซ้ำแทนที่จะกังวลถึงสิทธิเสรีภาพที่ถูกลดทอน บางคนบางกลุ่มกับพยายามเสนอให้ใช้มาตรการรุนแรงในการแก้ปัญหาของบ้านของเมือง
เฮ้อ...ถ้าระบอบอำนาจนิยมสามารถจัดการปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จจริง ช่วงเวลา 2 ปีกว่ามานี้ ประเทศไทยคงไม่มีอาการเมายาอยู่แบบนี้
เมื่อต้นสัปดาห์ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เห็นชอบเรื่องการควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจรัฐ โดยให้แก้ไขกฎหมายและอัตราโทษในความผิดทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กล่าวคือ 1.คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี 2.คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 1 ล้าน-10 ล้านบาท ให้จำคุก 10 ปี 3.คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 10-100 ล้านบาท จำคุก 20 ปี 4.คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่า เกิน 100-1,000 ล้านบาท ให้จำคุกตลอดชีวิต และ 5.คดีที่สร้างความเสียหายมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท ให้ลงโทษด้วยการประหารชีวิต
ครับ...ผมเห็นหลายครั้งที่ สปท.นำเสนอการปฏิรูปประเทศ โดยมุ่งที่ความสะใจท่านผู้ชมอยู่เสมอ คราวนี้ก็เช่นกันคือกันใครโกงเกิน 1,000 ล้านบาท ก็ฆ่ามันซะ...คิดออกมาแล้วก็โยนขึ้นไปให้รัฐบาล ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไปตัดสินใจเอาเองว่าจะเอาไม่เอา...ซึ่งก็เท่ไปอีกแบบ
ครับ... มันดูเหมือนว่าสมเหตุสมผลถ้าดูบทลงโทษ ข้าราชการการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ใครทุจริตน้อยลงโทษเบา ใครทุจริตมากก็ลงโทษหนักขึ้นไปตามลำดับ จนสุดท้ายขั้นประหารชีวิต เพราะประเทศเรายับเยินเสียหายกับการทุจริตคอร์รัปชั่นมาอย่างยาวนาน
แต่...ขอประทานโทษครับ ผมมองว่ามันเป็นข้อเสนอที่สร้างขึ้นเพื่อความสะใจ หวังผลในเชิงจิตวิทยาเพื่อขู่ๆ ไว้ให้นักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ อาจจะรู้สึกยับยั้งชั่งใจก่อนตัดสินใจทุจริต
แต่...ขอประทานโทษครับ ไม่ได้ผลหรอกครับ ผมเชื่อมั่นในความสามารถของนักการเมืองบางประเภท และเจ้าหน้าที่รัฐบาลประเภท ว่ามีความสามารถสูงส่งในการหาช่องทางหาช่องโหว่เพื่อกอบโกยโกงกินได้อย่างมิพักต้องสงสัยและไร้ซึ่งพยานหลักฐานไปถึงตัว
และอีกประการหนึ่ง การเขียนกฎหมายลงโทษขั้นประหารในคดีทุจริตแบบนี้ เราจะอธิบายต่อสังคมโลกอย่างไร และใครจะซวยครับหากสังคมโลกไม่พึงพอใจ เมื่อบางประเทศใช้มาตรการบางประการเอากับไทย ก็คนไทยนั่นแหละครับจะพบความซวย
ทำไม สปท. ไม่ใช้เวลาไปศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ ถึงการปฏิรูประบบการควบคุม การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ จัดการกับกฎหมายหลายฉบับที่เอื้อให้นักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐสามารถคอร์รัปชั่นโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ
เชื่อป่ะ นักธุรกิจบางรายต้องจ่ายใต้โต๊ะเป็นสิบล้าน เพื่อให้ถูกปรับน้อยลงและไม่โดนโทษจำคุก...อย่าเชื่อนะครับ (ฮา)
อ้าว หมดพื้นที่ละ ว่าจะโม้อีกนิด
ไปล่ะครับ พบกันใหม่วันจันทร์ครับ







