
เครือข่ายนมแม่ยื่น 2.5หมื่นชื่อหนุนกฎหมายคุมโฆษณา-ทำตลาดนมผง
เครือข่ายครอบครัวนมแม่ ยื่น 25,729 รายชื่อ หนุน ร่างพ.ร.บ.คุมโฆษณา-การทำตลาดนมผง ชี้เป็นการปกป้องสุขภาพเด็กไทย
เครือข่ายครอบครัวนมแม่ ยื่น 25,729 รายชื่อ หนุน ร่างพ.ร.บ.คุมโฆษณา-การทำตลาดนมผง ชี้เป็นการปกป้องสุขภาพเด็กไทย
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่รัฐสภา เครือข่ายครอบครัวนมแม่ นำโดย พญ.ศิริพัฒนา ศิริธนารัตนกุล กุมารแพทย์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนร่างพรบ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. .... หรือที่เรียกว่า กฎหมายโค้ดมิลค์ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสนช. พร้อมด้วยรายชื่อประชาชนที่ร่วมสนับสนุนจำนวน 25,729 คน จากการรณรงค์เพื่อรวบรวมรายชื่อผ่านเว็บไซด์ change.org
พญ.ศิริพัฒนา กล่าวว่า เครือข่ายครอบครัวนมแม่ได้นำรายชื่อ 25,729 ราย เพื่อสนับสนุนการทำงานของสนช.ในการออกกฎหมายโค้ดมิลด์ ซึ่งจะเป็นของขวัญวันเด็กที่สำคัญในการพิทักษ์สิทธิเด็ก เพราะเด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับอาหารที่มีคุณค่าโดยเฉพาะนมแม่ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ห้ามการขายนมผง แต่เป็นการควบคุมการโฆษณาและส่งเสริมการตลาดสำหรับเด็กเล็ก เพราะการโฆษณาคือการให้ข้อมูลด้านเดียวเพื่อให้คนซื้อของ จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้เกิดการให้ข้อมูลรอบด้านก่อนตัดสินใจให้นมแม่หรือนมผงซึ่งไม่ใช่การปิดกั้นข้อมูล แต่เป็นการป้องกันการโฆษณาเกินจริงที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่านมผงมีคุณค่าเทียบเคียงนมแม่ การห้ามโฆษณาหรือทำการตลาดนมผงทารกที่ติดต่อแม่โดยตรง รวมถึงห้ามการแจกนมผงฟรีให้กับแม่ที่ตั้งครรภ์หรือแม่ที่มีลูกเล็ก
“ปัจจุบันเรามีข้อแนะนำห้ามโฆษณานมผงสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้การโฆษณานมผงเป็นไปอย่างเสรีด้วยการโฆษณาโดยใช้โลโก้ รูปและกระป๋องนมแบบเดียวกัน แม่ที่ดูโฆษณาก็ไม่รู้ว่าเป็นนมสำหรับเด็กโตหรือเด็กเล็ก เพราะเป็นการโฆษณาข้ามผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ที่ห้ามโฆษณา และการโฆษณาที่ลุกเข้าถึงแม่โดยตรง ดังนั้นหากมีการแก้ไขกฎหมายให้มีการควบคุมการโฆษณานมผงสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ปี ให้เหลือเพียง 1 ปีตามข้อเรียกร้องของธุรกิจนมผง สถานการณ์ก็ไม่ต่างไปจากเดิม และกฎหมายฉบับนี้เรารอคอยมาถึง 35 ปีนับจากที่ประเทศไทยร่วมเป็นสมาชิกสมัชชาสุขภาพโลกตั้งแต่ปี 2524 ที่ต้องมีร่างกฎเกณฑ์สากลควบคุมการโฆษณาการตลาดในเด็กเล็ก ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเพียงกฎเกณฑ์ข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขแต่ไม่มีบทลงโทษ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างเวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ลาว อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ก็มีกฎหมายเพื่อปกป้องเด็กจากการโฆษณาเกินจริง”พญ.ศิริพัฒนา กล่าว
นางศศิธร วัฒนกุล หรือลอร่า ดาราพิธีกรชื่อดัง กล่าวว่า จากประสบการณ์ตรงในฐานะแม่ที่เป็นบุคคลสาธารณะ ได้รับการทาบทามมาตลอด 15 ปีที่อยู่ในวงการ ด้วยหลากหลายกลยุทธการตลาดสีเทาทั้งที่เราตามทันและเกือบไม่ทัน เช่น การทาบทามให้เป็นพิธีกรในงานพัฒนาการด้านสมองหรือพัฒนาการเด็ก การเสนองานพรีเซนเตอร์ที่ให้ค่าตอบแทนสูงมาก และพยายามอธิบายว่าไม่ใช่โฆษณานมผสมสำหรับทารก แต่เป็นนมแม่ตั้งครรภ์หรือนมสำหรับเด็กโตเป็นคนละสูตรกัน แต่ความจริงทั้งหมดก็คือยี่ห้อเดียวกัน การรับงานเช่นนี้บ่อยครั้งคือกำลังเอาตัวเองไปผูกกับยี่ห้อนม ช่วยตอกย้ำแบรนด์สินค้า ซึ่งบุคคลสาธารณะจะมีอิทธิพลทางความคิดต่อคุณแม่มือใหม่จำนวนมาก กฎหมายฉบับนี้จึงจะเป็นกระชอนที่ช่วยกรองสิ่งที่เติมสีใส่ไข่ออกไป ให้เหลือแต่ข้อมูลที่เป็นจริง และจะช่วยให้เด็กไทยทานนมแม่ที่ถือเป็นสุดยอดอาหารได้นานขึ้น ดังนั้น เด็กคือผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ บางส่วนเห็นด้วย บางส่วนเห็นต่าง แต่สาระสำคัญนั้นส่งเสริมให้เด็กทารกดื่มนมแม่เป็นหลัก ไม่ได้กีดกันนมผงหรือสาหารเสริม ขณะนี้สนช.กำลังรับฟังความคิดเห็นโดยเฉพาะเรื่องว่าจะควบคุมการตลาดนมผงถึงกี่ขวบ อย่างไรก็ตาม สนช.มีหน้าที่ทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่แม่และเด็กมากที่สุด เด็กได้รับสารอาหารครบถ้วน ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่ ยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นของขวัญวันเด็กในปีหน้า 2561







