
"ประยุทธ์"ตั้งเป้าไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูงใน 15 ปี
นายกฯเผยผลประชุม ยุทธศาสตร์ ปฏิรูป ปรองดอง ลั่น 15 ปี ไทยต้องเป็นประเทศรายได้สูง ด้าน "วิษณุ" ระบุ จะใช้ม.44 ตั้งกก.ปฏิรูปประเทศฯ หาก ติดขัดข้อกฎหมาย
นายกฯเผยผลประชุม ยุทธศาสตร์ ปฏิรูป ปรองดอง ลั่น 15 ปี ไทยต้องเป็นประเทศรายได้สูง ด้าน "วิษณุ" ระบุ จะใช้ม.44 ตั้งกก.ปฏิรูปประเทศฯ หาก ติดขัดข้อกฎหมาย
วันที่ 12 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรกในการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อเป็นการทำโครงสร้างและมอบหมายความรับผิดชอบให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงในส่วนของการขับเคลื่อนทั้งหมดซึ่งมีเอกชนร่วมด้วย ตรงนี้จะเป็นอนาคตของประเทศไทย ว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีการพัฒนาไปสู่ระดับบน จากเดิมที่วันนี้เราอยู่ในประเทศรายได้ปานกลาง จะทำให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายใน 15 ปี จึงต้องปฏิรูปในหลายเรื่องด้วยกัน วันนี้จึงได้เชิญทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งเกี่ยวกับแม่น้ำทั้ง 5 สาย ให้มาทำงานในส่วนนี้ด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้มอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงถึงรายละเอียดในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เพราะหากมีการชี้แจงเป็นส่วนๆ จะไม่เกินความเข้าใจ ทุกคนจึงสนใจเพียงแค่ประเด็นปรองดองกับนิรโทษกรรมเท่านั้น เรามุ่งหวังว่าประเทศชาติจะเดินได้อย่างไรในปี 15 ปี และรัฐบาลที่อยู่ตามโรดแมป จะทำอะไรไว้บ้าง เพื่อเป็นการเริ่มต้นซ่อม เสริม สร้าง อันหมายถึงซ่อมของเก่า เสริมให้แข็งแรงขึ้น และสร้างเรื่องใหม่ๆให้เกิดขึ้น เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะต้องเกิดขึ้นให้ได้ในปี 2560
“เราต้องสร้างความรับรู้ว่าประเทศไทยกำลังจะมีโครงการนี้ สร้างให้ทั้งโลกเขารู้และคนไทยเองก็ต้องรู้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ และจะได้ผลประโยชน์จากสิ่งที่เราทำวันนี้ ซึ่งเป็นอนาคต เหมือนกับโครงการโชติช่วงชัชวาลเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า วันนี้มีโครงการอีอีซี และหลายอย่างต้องคิดใหม่ หลายอย่างต้องมีกฎหมายสำคัญ หลายอย่างประชาชนต้องร่วมมือและเข้าใจว่าจะได้ประโยชน์จากตรงไหน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้ง แล้วเราก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม แต่แน่นอนมันต้องการความเปลี่ยนแปลงและต้องดูแลประชาชนให้ได้ อย่าไปกังวลรัฐบาลนี้ เพราะมุ่งเน้นว่าทำอย่างไรประชาชนจึงจะไม่เดือดร้อน แต่ทุกอย่างต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าง เราไม่สามารถใช้กฎหมายและกติกาเดิมๆเดินหน้าต่อไปได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว่า วันนี้ได้สั่งการไปหลายเรื่อง เพื่อนำไปสู่แนวคิดของคณะทำงาน ทั้งเรื่องเกษตรแปรงใหญ่ ซึ่งใช้ที่ของประชาชน เอกชน โดยจะนำสมาร์ทฟาร์มเมอร์หรือปราชญ์ชาวบ้านเข้ามาทำ แล้วผลประโยชน์จะตกอยู่ที่ประชาชน เพราะถ้าแยกกันทำอาจจะล้มเหลว จึงต้องเกิดโครงการเหล่านี้ขึ้นในบางพื้นที่ หรือทุกพื้นที่ เพราะถ้ารอให้มีแต่การรวมกลุ่ม ก็จะกลับไปใหม่อีก เช่น เมื่อน้ำดี ราคาดี ก็จะกลับไปปลูกพืชอย่างอื่นอีก แต่ทำอย่างไรให้ดีและยั่งยืนกว่า นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลคิด ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะกิจตลอดเวลา ทำให้ประเทศพัฒนาไม่ได้ สิ่งนี้รัฐบาลเรียกว่ การทำงานเชิงปฏิรูปประเทศ
“ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าถนนหนทางที่เคยจะต้องทำ แต่ทำไม่ได้ เพราะผ่านเขตอนุรักษ์ ผมได้บอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คิดใหม่ ทำเส้นทางใหม่ที่ไม่มีผลกระทบเหล่านี้ โดยสามารถไปถึงจุดหมายเหมือนกัน หลักการคิดจะต้องเปลี่ยน ถ้าคิดแบบราชการ ต้องสั้นที่สุด ประหยุดที่สุด ก็จะได้แบบเดิม ต้องตัดผ่านป่า มีผลกระทบนี่คือปัญหาเชิงซ้อนของประเทศไทย
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการออกคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ว่า จะใช้คำสั่งตามมาตรา 44 เมื่อเกิดข้อติดขัดในข้อกฎหมาย แต่หากสามารถใช้ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินออกคำสั่งได้ ก็จะใช้







