posttoday
ขยะในทะเล

ขยะในทะเล

12 มกราคม 2560

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

เป็นข่าวเล็กๆ ในบ้านเราเมื่อหลายเดือนก่อน แต่จนถึงวันนี้ก็ยังคาใจผมอยู่ นั่นก็คือเรื่องมีขยะลอยขึ้นมาเกยหาดในฮ่องกงเต็มไปหมด รัฐบาลฮ่องกงต้องจ้างคนประมาณ 5,000 คนมาคอยเก็บกวาด แต่ก็ไม่สามารถทำให้ชายหาดสะอาดตาได้อย่างถาวร

ความทรงจำของผมจากการไปเที่ยวฮ่องกงครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีก่อน คือถนนหนทางค่อนข้างสะอาดและเมื่อเราไปซื้อของในตลาด หรือตามร้านค้า คนขายจะไม่ใส่ถุงพลาสติกให้ คนซื้อมักจะต้องพกถุงผ้าติดตัวไปใส่ของเอง

แม้ว่าข่าวแรกๆ ที่ผมอ่านจะไม่ได้ระบุ แต่ความรู้สึกเบื้องต้นของผมก็คือขยะดังกล่าวน่าจะลอยมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งก็เป็นจริง เพราะจากการติดตามอ่านข่าวประเภทวิเคราะห์เจาะลึกในภายหลัง พบว่าส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกประเภทขวด ภาชนะ หรือถุงห่ออาหารบ้าง ติดฉลากบริษัทในประเทศจีน

สำหรับฮ่องกงขยะในทะเลจะมากที่สุดในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน โดยเข้าใจว่าเป็นเพราะกระแสน้ำและทิศทางลมมรสุมในช่วงนั้น ในปีก่อนๆ ขยะเหล่านี้จะมีทั้งที่มาจากจีนและที่เกิดจากคนฮ่องกงเองคละๆ กัน แต่ในฤดูร้อนของปี 2016 ขยะในทะเลมีมากกว่าปกติ 6-10 เท่า และส่วนใหญ่มาจากจีนดังกล่าว

ว่ากันว่าสาเหตุที่ปี 2016 มีขยะมากผิดปกติเป็นไปได้ 2 ทาง ทางหนึ่ง เนื่องจากมีฝนตกชุก เกิดน้ำท่วมในจีน พัดพาเอาขยะลงแม่น้ำและทะเล จากนั้นก็ลอยตามกระแสน้ำมาขึ้นฝั่งที่ฮ่องกง อีกทางหนึ่งคือมีเกาะเล็กๆ ใกล้ฮ่องกงที่จีนครอบครอง บนเกาะมีบ่อขยะขนาดใหญ่มาก ขยะอาจถูกน้ำฝนชะลงทะเลและไหลตามกระแสน้ำมาที่ฮ่องกงอีกเช่นกัน

วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นคือนอกจากความรกหูรกตา ชายหาดไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำ และทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในการกำจัดขยะพลาสติกยังหลุดเข้าไปในห่วงโซ่อาหาร ทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารทะเล 170 ชนิด รวมทั้งกุ้งก้ามกราม หอยนางรม และหอยแมลงภู่ ในขณะเดียวกันก็ตรวจพบเศษพลาสติกในระบบทางเดินอาหารของนกน้ำจำนวนหลายสิบสายพันธุ์

ชาวฮ่องกงจำนวนหนึ่งอยากให้รัฐบาลฮ่องกงเจรจาขอให้รัฐบาลจีนเร่งแก้ปัญหา แต่ดูเหมือนทางการฮ่องกงจะเกรงใจจีนมากเกินสมควร จึงมีผลงานวิจัยออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ว่าขยะในทะเลไม่ใช่ปัญหาใหญ่ นอกจากนี้ ชายหาดที่เต็มไปด้วยขยะก็ไม่ถูกลดอันดับความน่าท่องเที่ยวแต่ประการใด

รัฐบาลจีนในปักกิ่งเองก็อาจเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว จึงมีการจัดสรรงบประมาณเพียง 15 ล้านหยวน จัดตั้งกองทุนสำหรับจัดการกับขยะในทะเลจีนใต้ทั้งหมด ซึ่งเป็นจำนวนเงินน้อยนิด เปรียบกับเงินบริจาคของอาลีบาบาบริษัทเดียวให้กองทุนสิ่งแวดล้อมในฮ่องกงจำนวน 47 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 300 ล้านหยวน

ขยะในทะเลไม่ได้เกิดจากความมักง่ายของคนแต่เพียงอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการของเสียบนบกด้วย โดยประมาณว่า 80% ของขยะในทะเลมีต้นตอมาจากบนบก ประเทศจีนยังมีบ่อขยะแบบเปิดหลายพันแห่ง บางแห่งกองขยะสูงเป็นภูเขาเลากา ซึ่งเมื่อเจอภาวะฝนตก น้ำท่วม ก็จะไหลบ่าลงทะเล มีคนบอกว่า เปรียบเหมือนกับการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็ง และเมื่อลงไปในทะเลแล้วก็จะลอยเป็นแพเหมือนคราบน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันที่อับปาง ใครที่ได้เห็นภาพขยะเต็มชายหาดที่ฮ่องกงคงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจคนที่นั่น

จีนเป็นประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุดในโลก แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ทิ้งขยะลงทะเล มีประเทศอื่นๆ อีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการใช้ถุงพลาสติกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยังไม่มีระบบบริหารจัดการของเสียที่ทันสมัย ทำให้เกิดขยะในทะเลจำนวนมหาศาล ประมาณว่าทั่วโลกมีปีละ 8 ล้านตัน และ คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 เท่าภายใน 10 ปี

ผมมีข้อสังเกตอีกหลายประการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนี้

หนึ่ง ปัญหาขยะในทะเลของฮ่องกงเป็นปัญหาที่แก้ไขยาก เพราะอยู่นอกเหนือการควบคุมของคนฮ่องกงเอง ลำพังคนจีนฮ่องกงก็มีที่มักง่าย ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางเมื่ออยู่ลับตาผู้คน แต่พอข้ามทะเลไปถึงฝั่งแผ่นดินใหญ่ ซึ่งมีประชากรหนาแน่นและระดับการพัฒนายังต่ำกว่าฮ่องกงมาก ปัญหาก็เพิ่มเป็นทวีคูณ ประกอบกับยังมีบ่อขยะแบบเปิดอีกเป็นจำนวนมาก การแก้ปัญหาต้องทำทั้งสองทาง คือ เปลี่ยนแปลงอุปนิสัยของคน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลากับแก้ไขระบบกำจัดของเสีย ซึ่งรัฐบาลต้องลงทุนมหาศาล

ถ้าผมแนะนำรัฐบาลฮ่องกงได้ ก็จะแนะนำให้เลิกเกรงใจจีน ด้านหนึ่ง เร่งรัดให้รัฐบาลจีนเข้ามาจัดการกับปัญหาอย่างจริงจัง อีกด้านหนึ่ง เผยแพร่ข่าวสารที่เป็นจริงไปทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะทำให้รัฐบาลจีนเห็นความสำคัญของปัญหา ยังเป็นการเพิ่มแรงกดดันอีกทางหนึ่ง

สอง แม้ว่าฮ่องกงจะมีระบบบริหารจัดการของเสียแบบประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่เมื่อเปรียบกับประเทศที่มีพื้นฐานและระดับการพัฒนาใกล้เคียงกัน เช่น สิงคโปร์กับไต้หวัน ฮ่องกงยังล้าหลังกว่า ทั้งทางด้านความพยายามลดปริมาณขยะที่ต้นทางและด้านรีไซเคิล ทำให้มีขยะที่ต้องฝังกลบปีละหลายล้านตัน ในขณะที่พื้นที่ที่จะใช้เป็นที่ฝังกลบมีน้อยและหายาก

นอกจากนี้ บางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังทำงานแบบไร้ประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีการใช้งบประมาณว่าจ้างกองเรือสำปั้นให้ช่วยเก็บขยะในทะเล ซึ่งทำได้เพียงประมาณเดือนละ 1,000 ตัน เป็นสัดส่วนน้อยนิดของปริมาณขยะในทะเลทั้งหมด

สาม สำหรับรัฐบาลจีนไม่ควรมองว่าเป็นปัญหาไกลตัว และเป็นเรื่องน่าขายหน้าที่ทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยกันปิดบัง แต่น่าจะพยายามพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น และรณรงค์ให้เกิดการตื่นตัวในหมู่ประชาชนให้รู้จักช่วยกันรักษาความสะอาด

ต้องไม่ลืมว่าประเทศจีนมีประชากรมากและในหลายพื้นที่อยู่กันอย่างแออัด ที่ผ่านมาคนจีนยังไม่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่าที่ควร น่าจะถึงเวลาต้องเริ่มต้นอย่างจริงจังแล้ว เพื่อที่สังคมจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนไม่เต็มไปด้วยมลพิษ

ข้อสุดท้าย สำหรับประเทศไทยแม้ว่าเราจะประสบความสำเร็จตามสมควรในการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่หลายเรื่อง เช่น เรื่องการรักษาความสะอาดของชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เรายังไม่ได้เริ่มต้น หรือเริ่มแล้วแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แน่นอนว่าบางเรื่องเป็นเรื่องยาก หรือต้องใช้งบ ประมาณมาก เช่น ระบบบริหารจัดการของเสียสมัยใหม่ ระบบรีไซเคิล และอื่นๆ แต่อีกหลายเรื่องไม่ใช่เรื่องยาก และไม่น่าจะมีต้นทุนมากมาย เช่น เรื่องการลดใช้ถุงพลาสติก หรือเรื่องเลิกผสมแอสเบสทอสในวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

อย่าปล่อยให้บ้านเมืองแปดเปื้อนมลพิษ หรือสกปรกรกหูรกตาโดยไม่จำเป็น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท