
ไม่ปฏิบัติก็ไม่มีประโยชน์
แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังดำเนินการอยู่มีหลายเรื่องที่ก้าวหน้าไปมาก และอีกหลายเรื่องที่ยังไม่มีความคืบหน้ามากมายอะไร
แนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังดำเนินการอยู่มีหลายเรื่องที่ก้าวหน้าไปมาก และอีกหลายเรื่องที่ยังไม่มีความคืบหน้ามากมายอะไร
หนึ่งในเรื่องที่ยังไม่มีความคืบหน้าคือการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ที่รัฐบาลดำเนินการผ่านคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการคือซูเปอร์บอร์ด ได้แยกรัฐวิสาหกิจดีกับ รัฐวิสาหกิจที่ยังไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งกลุ่มนี้นอกจากจะไม่สามารถส่งเงินรายได้ให้กระทรวงการคลังแล้ว ยังมีขาดทุนสะสมมาก มีงบการเงินไม่เหมาะสม มีฐานะการเงินอ่อนแอ ต้องให้กระทรวงการคลังส่งเงินไปช่วยเหลืออีกด้วยในครั้ง
ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศเกือบ 3 ปี ได้มีการตั้งวงแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจปฏิรูปให้ดีขึ้น โดยเลือกที่มีปัญหาขึ้นมา
แก้ไขก่อน ซึ่งเลือกมา 7 แห่ง คือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
(ไอแบงก์) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท การบินไทย บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม
รัฐวิสาหกิจที่เลือกขึ้นมาแก้ไขฟื้นฟูก่อนนั้น ส่วนใหญ่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีขาดทุนสะสมสูง มีโครงสร้างที่ไม่เหมาะสมกับการแข่งขันและสภาพเศรษฐกิจ ซึ่ง คนร.สั่งการให้มีการทำแผนฟื้นฟูกิจการมาให้และก็คอยติดตามว่าสามารถทำได้ตามแผนงานหรือไม่
แต่รัฐวิสาหกิจที่ถูกสั่งให้ทำแผนฟื้นฟูก็ไม่สามารถทำได้ตามแผนงานทั้งหมด จะเป็นเพราะด้วยเหตุใดก็ตามทำให้นายกฯ ถึงกับออกปากว่าให้ทำให้ได้ตามแผนงานที่วางไว้ให้ได้ในปีนี้ เพื่อให้ฐานะของรัฐวิสาหกิจดีขึ้น อย่างไรก็ดีแค่เพียงการสั่งการไม่อาจจะทำให้รัฐวิสาหกิจเลิกขาดทุนได้ จำเป็นต้องวิเคราะห์ให้ลึกลงไปว่าเหตุใดจึงไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน และหากทำไม่ได้จะมีการดำเนินการอย่างไรกับฝ่ายจัดการบ้าง
ปัญหาของรัฐวิสาหกิจที่ถูกสั่งการให้ทำแผนฟื้นฟูนั้น ไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดมาปีเดียวแต่เป็นปัญหาที่สะสมต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ส่วนหนึ่งมาจากฝ่ายการเมืองที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากรัฐวิสาหกิจในรูปแบบต่างๆ ทั้งการส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการไปเป็นผู้บริหารและส่งคนสนิท หรือญาติพี่น้อง เข้าไปทำงานในรัฐวิสาหกิจต่างๆ ทำให้องค์กรอ่อนแอ แม้จะมีการเขียนกฎกติกาป้องกันไว้แต่ก็ยังมีการหาช่องทางไม่ทำตาม
การฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจที่อ่อนแอให้กลับมามีผลดำเนินการที่ดี เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก หากไม่มีความกล้าพอที่จะเปลี่ยนแปลงและใช้ความเด็ดขาดเข้าไปจัดการแก้ไข วางระบบงานให้เป็นสากล การแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจก็ไม่มีทางแก้ไขได้
แม้รัฐบาลจะกำหนดยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ 5 ด้าน ซึ่งถือว่าเป็นแผนที่ครบถ้วนรอบด้าน แต่ก็ไม่ได้พิเศษอะไรจากแผนเดิมๆ ที่เคยผ่านมา ทั้งเรื่องธรรมาภิบาล การบริหารจัดการ เป็นเรื่องที่เคยมีมาก่อนและเป็นหลักให้ยึดในการปฏิบัติงานมาแล้วทั้งสิ้น
แต่แผนก็ยังคงเป็นแผนต่อไป หากไม่มีการปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด และตระหนักเสมอว่ารัฐวิสาหกิจนั้นเป็นของชาติ เป็นสมบัติของคนทั้งประเทศ การบริหารจะต้องทำอย่างรอบคอบรัดกุมและรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก







