
คลังส่งสัญญาณลงทุน แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวในการสัมมนาเรื่อง 2560 จุดเปลี่ยนประเทศไทย จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาคเอกชนต้องเข้ามาลงทุน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยโตได้เกิน 4% และหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางที่มีอัตราการเติบโตแบบชะลอตัว หรือ New Normal ตามนโยบายของรัฐบาล
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวในการสัมมนาเรื่อง 2560 จุดเปลี่ยนประเทศไทย จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาคเอกชนต้องเข้ามาลงทุน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยโตได้เกิน 4% และหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางที่มีอัตราการเติบโตแบบชะลอตัว หรือ New Normal ตามนโยบายของรัฐบาล
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาเรื่องขยายมาตรการกระตุ้นการลงทุนจากที่สิ้นสุดไป เมื่อปลายปี 2559 ออกไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน แต่จะพิจารณาเพิ่มเงื่อนไข ได้แก่ เอกชนต้องมีขนาดเม็ดเงินลงทุนมากกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อให้สิทธิในการลดหย่อนภาษี 2 เท่า เป็นต้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังอนุมัติเงิน 1 หมื่นล้านบาท ในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อจะดึงอุตสาหกรรมสุดยอดของโลกในหลายสาขาที่ทำเรื่องการวิจัยและพัฒนาเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ หากมีการเข้ามาลงทุนจริงกองทุนนี้จะสมทบเงินเข้าไปร่วมลงทุนเพิ่ม นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เช่น สามารถยกเว้นภาษีนิติบุคคลได้เป็นเวลา 15 ปี เชื่อว่าจะสร้างแรงจูงใจนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น
รวมทั้งรัฐบาลได้จัดทำงบประมาณแบบขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท และมีการทำงบกลางเพิ่มอีก 1.9 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีงบ 1.6 แสนล้านบาท ที่จะนำมาออกเป็นการมาตรการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลงทุนเพิ่ม ซึ่งการนำเงิน 1 หมื่นล้านบาท มาตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และต้องเร่งการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 2560 ที่มีวงเงิน 4 แสนล้านบาท รวมถึงการสนับสนุนโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพื่อหารายได้จากดุลบริการที่นอกเหนือจากรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยวเพิ่ม
“จุดเปลี่ยนคือถึงเวลาแล้วที่เอกชนต้องเข้ามาลงทุน เพราะรัฐบาลได้ออกสารพัดมาตรการ เพื่อซื้อใจและช่วยความเชื่อมั่นให้เอกชนเข้ามาลงทุนจำนวนมากแล้ว” สมชัย กล่าว
สมชัย กล่าวต่อถึงโรดแมปการทำงานในช่วงปี 2560 ว่าต้องพยายามปิดวิกฤตการคลังในหลายภาคส่วน ทั้งวิกฤตที่เกิดจากสังคมผู้สูงอายุก็ได้เริ่มมีการตั้งระบบบำนาญแห่งชาติ ส่วนวิกฤตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้เสนอเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ขณะที่ความเสี่ยงด้านการเงินก็ได้เข้าไปช่วยดูระบบการกำกับสหกรณ์ออมทรัพย์ การพัฒนาตลาดทุนเป้าหมายคือให้เป็นประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของซีแอลเอ็มวี รวมถึงการยกระดับระบบประกันให้มีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร กล่าวว่า จุดเปลี่ยนประเทศไทยในปี 2560 จะต้องจับตามองการเปลี่ยนรัฐบาลบริหารบ้านเมืองเมื่อมีการเลือกตั้งการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงการเปลี่ยนโครงสร้างประชากรจะเข้าสู่สังคมสูงอายุมากขึ้น
ด้านความเสี่ยงเศรษฐกิจต้องจับตาอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าปีนี้เฟดอาจจะปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3 ครั้ง ขณะที่ยุโรปลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในส่วนของไทยก็เริ่มเห็นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น โดยผลอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มจาก 2.15% ช่วงสิ้นปี 2559 เป็น 2.75% หรือเพิ่มขึ้น 0.60% แล้ว รวมทั้งต้องระมัดระวังความผันผวนของค่าเงินรวมถึงเงินทุนเคลื่อนย้ายด้วย
นอกจากนี้ จะต้องติดตามความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐกับจีน เพราะหากสหรัฐทำสงครามเศรษฐกิจกับจีนย่อมกระทบกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อาเซียน เพราะจีนเป็นตลาดส่งออกหลักของกลุ่มประเทศเหล่านี้ รวมถึงความเสี่ยงจากปัญหาสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีของจีนได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าในไตรมาส 4 ของปี 2559 จีนจะมีสัดส่วนหนี้ต่อจีพีดีที่ 334% หรือเพิ่มขึ้น 21%







