
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 (2)
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์
ดังที่ได้กล่าวไว้ในฉบับก่อนแล้วว่ายังมีรายละเอียดในเรื่องที่มีการแก้ไขพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2538 ไว้อีกหลายประเด็นเพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่พัฒนาไป ในฉบับที่แล้วจึงเพียงอธิบายถึงบทนิยามที่เพิ่มเติมเข้ามา เกี่ยวกับมาตรการทางเทคโนโลยี และการหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี รวมถึงข้อมูลการบริหารสิทธิ
ในฉบับนี้จึงจะขอขยายความและยกตัวอย่างง่ายๆ ให้เห็นว่า อะไรที่จะถือได้ว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ และอะไรเป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี กล่าวคือ
1.มาตรา 53/1 กำหนดว่า การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยรู้อยู่แล้วว่าการกระทำดังกล่าวอาจจูงใจให้เกิด ก่อให้เกิด ให้ความสะดวก หรือปกปิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิ เช่น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มหนึ่งมีลายน้ำระบุชื่อ ก. เป็นผู้แต่ง ข. ได้ลบลายน้ำและทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อ ก. เป็น ข. ทำให้ผู้อื่นสำคัญผิดในตัวผู้สร้างสรรค์ ดังนี้ ถือว่า ข. มีความผิดละเมิดข้อมูลบริหารสิทธิ
2.มาตรา 53/2 กำหนดว่า การนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ โดยผู้กระทำรู้อยู่แล้วว่างานหรือสำเนางานนั้นมีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิด้วย เช่น ค. นำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่รู้อยู่แล้วว่า ข. ได้ลบลายน้ำและทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้แต่งจาก ก. เป็น ข. และนำหนังสือดังกล่าวเผยแพร่ทางสื่ออินเทอร์เน็ต ดังนี้ ถือว่า ค. มีความผิดละเมิดข้อมูลบริหารสิทธิเช่นกัน
3.มาตรา 53/3 กำหนดข้อยกเว้นการละเมิดข้อมูลการบริหารสิทธิสำหรับการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ หรือวัตถุประสงค์อื่นในทำนองเดียวกัน การลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิโดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร และการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์ที่มีการลบหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการบริหารสิทธิ โดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร
สำหรับกรณีการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี คือ
1.มาตรา 53/4 กำหนดว่า การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยีหรือการให้บริการเพื่อก่อให้เกิดการหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี โดยรู้อยู่แล้วว่าการกระทำนั้นอาจจูงใจหรือก่อให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดง ให้ถือว่าเป็นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี มาตรการทางเทคโนโลยีเปรียบเสมือนห้องเก็บของที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้นำงานอันมีลิขสิทธิ์ไปใส่ไว้ เว้นแต่เจ้าของลิขสิทธิ์จะได้อนุญาตโดยให้ลูกกุญแจแก่บุคคลนั้นไปใช้ปลดล็อกแม่กุญแจเพื่อเข้าไปในห้อง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีผู้ต้องการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ โดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ (ไม่ขอลูกกุญแจจากเจ้าของ) เพื่อเข้าไปในห้อง แต่ใช้วิธีการการหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี โดยการทำลายลูกกุญแจเพื่อเข้าไปในห้อง เป็นต้น ตัวอย่างการหลีกเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี เช่น การถอดรหัส (Decryption) กล่องรับสัญญาณดาวเทียมหรือทีวีดิจิทัล การเจาะรหัส (Password Hacking) หรือการแฮ็กพาสเวิร์ดสำหรับเข้าอ่านบทความในเว็บไซต์ เป็นต้น
2.มาตรา 53/5 กำหนดข้อยกเว้นการละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยีไว้ ซึ่งได้แก่การกระทำดังต่อไปนี้
(2.1) การกระทำนั้นจำเป็นสำหรับการกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์
(2.2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบที่จำเป็นของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการใช้งานร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่น
(2.3) เพื่อประโยชน์แห่งการวิจัย วิเคราะห์ และหาข้อบกพร่องของเทคโนโลยีการเข้ารหัส โดยผู้กระทำต้องได้มาซึ่งงานหรือสำเนางานอันมีลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย และได้ใช้ความพยายามโดยสุจริตในการขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว
(2.4) เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะในการทดสอบ ตรวจสอบ หรือแก้ไขระบบความมั่นคงปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ของระบบคอมพิวเตอร์ หรือของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แล้วแต่กรณี
(2.5) เพื่อระงับการทำงานของมาตรการทางเทคโนโลยีในส่วนที่เกี่ยวกับการรวบรวมหรือกระจายข้อมูลบ่งชี้ส่วนบุคคลที่สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตของผู้ที่เข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ โดยการกระทำนั้นต้องไม่กระทบต่อการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์โดยบุคคลอื่น
(2.6) การกระทำโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การอันจำเป็นในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ หรือวัตถุประสงค์อื่นในทำนองเดียวกัน
(2.7) การกระทำโดยสถาบันการศึกษา หอจดหมายเหตุ ห้องสมุด หรือองค์กรแพร่เสียงแพร่ภาพสาธารณะ ที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไร เพื่อเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยวิธีอื่น







