
ซัมซุงเสริมแรงครูปรับห้องเรียนสอนศาสนาชายแดนใต้
ซัมซุงเสริมแรงครู ปรับห้องเรียน เปลี่ยนการเรียนรู้สู่ศตวรรษใหม่ ในโรงเรียนสอนศาสนา ชายแดนใต้
ซัมซุงเสริมแรงครู ปรับห้องเรียน เปลี่ยนการเรียนรู้สู่ศตวรรษใหม่ ในโรงเรียนสอนศาสนา ชายแดนใต้
Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” โครงการเพื่อสังคมของบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ นำเสนอการปรับใช้โมเดลห้องเรียนแห่งอนาคตในบริบทใหม่ ด้วยการนำนวัตกรรมของซัมซุง และกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning เสริมแรงครูในโรงเรียนศาสนศึกษา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ให้ปรับห้องเรียน เปลี่ยนวิธีการสอนสู่การพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็กชั้น ม.ต้น สนับสนุนการเรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่น เชื่อมตัวเองกับชุมชน พัฒนาทักษะใหม่เพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
ห้องเรียนที่เด็กนั่งล้อมวงป็นกลุ่ม หันหน้าเข้าทำงานด้วยกัน ไม่มีครูยืนอยู่หน้ากระดาน แต่เดินไปรอบๆ ห้องเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำ ไม่ใช่แค่สิ่งเดียวที่แปลกใหม่ในโรงเรียนศาสนศึกษา แต่ยังรวมถึงการที่นักเรียนในชุมนุม จะต้องผ่านกระบวนการร่วมกันตั้งโจทย์ปัญหา หาหัวข้อการเรียนรู้ เตรียมวางแผนลงไปสำรวจชุมชน ฝึกใช้อุปกรณ์กล้อง แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ เพื่อเก็บข้อมูล เรียนรู้เทคนิคการสัมภาษณ์ ถ่ายภาพ ตัดต่อ เพื่อสื่อสารสิ่งที่ตนค้นคว้ามาแบ่งปันกับเพื่อนในโรงเรียนและคนในชุมชน
“เด็กของเราเรียนหนัก เพราะต้องเรียนทั้งหลักสูตรสามัญของกระทรวงศึกษาฯ และคำสอนศาสนาอิสลาม เรียนสัปดาห์ละ 50 คาบและมีเพียง 1 คาบเท่านั้นที่เป็นชั่วโมงกิจกรรมชุมนุม หลักสูตรแน่น ครูส่วนมากก็จะเน้นสอนแบบท่องจำเพื่อสอบวัดผลได้ เรารับรู้ว่าตรงนี้เป็นปัญหา เด็กจะไม่ได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นกับชีวิต เราพยายามมองหารูปแบบการสอนใหม่ๆ มาหลายปี ไปอบรมได้ทฤษฎีแต่ไม่เห็นทางว่าจะปฏิบัติกันอย่างไร จนกระทั่งโรงเรียนเราได้เข้าร่วมโครงการของซัมซุง” นางอัสมะ หะยีมอหะมะสอ ผู้อำนวยการโรงเรียนศาสนศึกษา กล่าว
โรงเรียนศาสนศึกษา เป็นโรงเรียนเอกชนไม่แสวงหากำไร ตั้งขึ้นในรูปแบบมูลนิธิ เก็บค่าเล่าเรียนภาคละ 100 บาท มีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นเก่าเพียง 40 เครื่อง สำหรับนักเรียน 1,000 คน โรงเรียนได้รับคัดเลือกเข้าร่วม โครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ในปีการศึกษา 2559 ที่นี่ “ห้องเรียนแห่งอนาคต” ได้ถูกจัดสร้างขึ้น กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้ถูกถ่ายทอดสู่คุณครูที่ปรึกษาโครงการฯ ผ่านการอบรม และตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา อุปกรณ์เทคโนโลยีของซัมซุง และกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญของการทำโครงงานของนักเรียนในชุมนุมอย่างต่อเนื่อง แต่ในการเรียนการสอนแบบใหม่นี้ คุณครู นักเรียน หรือแม้แต่ผู้บริหารของโรงเรียนก็ต้องปรับตัวไม่น้อย
“ที่ผ่านมา การเรียนการสอนส่วนใหญ่ในโรงเรียนเราเป็นรูปแบบการบรรยาย เด็กๆ แทบไม่ได้พรีเซนต์หน้าชั้นเรียนเลย ส่วนมากจะจดจากกระดานลงสมุด ทั้งเด็กและครูไม่คุ้นเคยกับการเรียนรู้แบบใหม่นี้ ครูต้องปรับตัวเป็นโค้ช ซึ่งเหนื่อยมากเพราะต้องเตือนตัวเองเสมอไม่ให้สอน ส่วนเด็กก็ต้องปรับตัวมาก เพราะไม่คุ้นกับการระดมความคิด แรกๆ นี่เด็กไม่ตอบคำถามเลย ถึงจะเป็นคำถามง่ายๆ เหมือนเด็กอึ้ง กลัวผิด แต่หลังจากผ่านกระบวนการ Active Learning จะเห็นว่าเด็กๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก กล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้น” ครูสุนันต์ สะซีลอ เล่าถึงอุปสรรคในช่วงเริ่มต้น
นักเรียนชั้นมัธยมต้นในชุมนุมเริ่มทำโครงงาน เพื่อเรียนรู้เรื่องที่เขาสนใจในชุมชน อาทิ ปัญหาของแม่น้ำสายบุรี สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ศิลปะปันจักสีลัต การทำอาชีพในชุมชน เช่น ข้าวเกรียบกรือโป๊ะ ผ้าทอสายบุรี หรือเรื่องราวของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ชุมชน อย่างวังเก่าสายบุรี เป็นต้น การทำโครงงานเหล่านี้ ทำให้เด็กได้ออกไปเรียนรู้ในชุมชนเป็นครั้งแรกด้วยความช่วยเหลือของคุณครู และเป็นครั้งแรกที่ชุมชนได้เห็นลูกหลานให้ความสนใจไถ่ถามค้นคว้าเรื่องในท้องถิ่น
“ก่อนลงพื้นที่เด็กๆ ได้มีการวางแผนว่าจะทำอะไร ถ่ายตรงไหน แต่พอลงพื้นที่รู้สึกว่าเด็กจะตื่นเต้น บางคนก็สนุกจนไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้ แต่เมื่อได้มีการสรุปงานร่วมกันนักเรียนก็มีความเห็นออกมาในทิศทางเดียวกันว่าคราวหน้าต้องทำให้ได้ตามแผนที่วางไว้ และต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” ครูสุนันต์ เล่าถึงการเรียนรู้ของนักเรียน
หลังจากผ่านการดำเนินโครงการเป็นเวลากว่า 5 เดือน ผลงานการค้นคว้าและลงมือถ่ายทำของนักเรียนได้ถูกจัดแสดงให้คนในโรงเรียนและคนในชุมชนได้เห็นเป็นครั้งแรกในงาน “วันแห่งการค้นพบ” เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา แม้โครงการเริ่มต้นมายังไม่ถึง 1 ปีการศึกษา แต่ก็ได้สร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งกับนักเรียน คุณครู และชุมชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
“อัจฉรา ม.2 คือคนที่เปลี่ยนแปลงมากจนครูทุกคนตกใจ จากเด็กที่หนีเรียนตลอดและเงียบมากๆ ผลการเรียน ม.1 ติดศูนย์ทั้งหมด 14 วิชา แต่หลังจากเข้าชุมนุมได้ 3 เดือน อัจฉราเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ตั้งใจเรียนมาก กล้าแสดงออก คอยตอบคำถาม และเป็นผู้นำ ทุกวันนี้ไม่หนีเรียนแล้ว เวลาเข้าชุมนุมกระตือรือร้น คิดว่าเพราะชุมนุมซัมซุงของโรงเรียนย้ำเสมอว่าเด็กสามารถแสดงความคิดได้ทุกอย่าง ไม่มีถูกผิด จึงมั่นใจ กลายเป็นคนลุกขึ้นมากระตุ้นให้เพื่อนทำงาน มีความรับผิดชอบมากถึงขนาดจดสรุปงานและการบ้านแต่ละวิชาที่ครูมอบหมายพร้อมวันกำหนดส่งมาติดที่กระดานในชั้นเรียน” ครูนาซีฮา ยูโซะ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับ ครูสุนันต์ ก็สะท้อนว่า
“ตอนนี้ นักเรียนหลายคนเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ครูตื่นตัวมากขึ้น ส่วนชุมชนนี่ชัดเจน เพราะเขาเห็นคุณค่าการเรียนรู้ของเด็ก ยินดีให้ความรู้และตื่นเต้นที่เด็กเข้าไปเรียนรู้ด้วย โรงเรียนได้เชื่อมโยงกับชุมชนจากที่ไม่เคยมีกิจกรรมการศึกษากับชุมชนมาก่อนเลยในพื้นที่นี้ โครงการซัมซุงทำให้เราพัฒนาหลายเรื่องไปพร้อมๆ กัน”
“ปีนี้เป็นปีที่ 4 ของโครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” และเป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานกับโรงเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ผ่านมาเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับทั้งครูและเด็กในโรงเรียนหลายแบบ ทั้งโรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนที่มีเด็กชาติพันธุ์ และครั้งนี้ ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สนับสนุนว่า ต้นแบบห้องเรียนแห่งอนาคต นี้ สามารถประยุกต์ใช้กับโรงเรียนในประเทศไทยและประสบความสำเร็จได้ ไม่ว่าบริบทใด ถือเป็นเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของซัมซุงในการพัฒนาการศึกษาของเด็กไทยให้มีความพร้อมก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาช่วยลดช่องว่างทางการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อยกระดับการศึกษาและก้าวไปสู่อาชีพที่ตนเองต้องการได้ในอนาคต” คุณวรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าว







