
สุเทพ ประณามพวกคลุ้มคลั่งยิงเอ็ม 79
รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ประณาม พวกคลุ้มคลั่ง ยิงเอ็ม 79 ใส่ เอ็นบีที รับ ศอฉ. เตรียมสั่งปิด นสพ.ไทยเรด พาวเวอร์ พยายามบิดเบือนข้อมูล
รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ประณาม พวกคลุ้มคลั่ง ยิงเอ็ม 79 ใส่ เอ็นบีที รับ ศอฉ. เตรียมสั่งปิด นสพ.ไทยเรด พาวเวอร์ พยายามบิดเบือนข้อมูล
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)กล่าวถึง เหตุการณ์คนร้ายลอบยิงระเบิดเอ็ม79 ใส่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ซ้ำเป็นครั้งที่ 3 ว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ซึ่งตนขอให้ประชาชนร่วมตำหนิและประณามคนที่กระทำการอย่างนี้ บ้านเมืองเรากำลังจะเรียบร้อยดีอยู่แล้ว และเราได้พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยความละมุนละม่อม รวมทั้งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแผนการปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งทุกฝ่ายพยายามเดินในแนวทางนั้น แต่ยังมีพวกคลุ้มคลั่งที่เอาความแค้นของกลุ่มตัวเองมาระบายใส่บ้านเมือง ทำให้บรรยากาศบ้านเมืองเสียหาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องประณาม
นายสุเทพ กล่าวว่าต่อว่า ในการประชุมศอฉ.วานนี้ ตนได้สั่งการให้ดูแลสถานที่ที่สุ่มเสี่ยงที่พวกคลุ้มคลั่งจะไปก่อเหตุทุกแห่ง รวมทั้งสถานที่ตั้งของสื่อทั้งของรัฐและเอกชน ซึ่งศอฉ.มีบัญชีอยู่แล้ว เพราะพวกคลุ้มคลั่งเหล่านั้นเคยมีประวัติไปคุกคามและทำร้ายสื่อมลชนมาแล้ว หากกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหารออกมาเพิ่มเติมในจุดต่างๆ โดยจะใช้กำลังทหารเท่าที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องดึงกำลังจากต่างจังหวัดเข้ามาแต่อย่างใด นอกจากนั้นทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะต้องเข้มงวดกวดขันในการตั้งด่านสกัดในจุดต่างๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่อุกอาจมาก เพราะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวัน แต่ตนก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ว่า หากตั้งด่านสกัดในเวลากลางวันจะทำให้การจรจาจรในกรุงเทพฯวุ่นวายและจลาจลแน่นอน คนร้ายจึงใช้ช่องว่างตรงนี้ ตนถึงได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่ว่าจะคิดยอมแพ้สถานการณ์อย่างนี้ไม่ได้ ในเมื่อตั้งจุดตรวจไม่ได้ก็ต้องวางกำลังเพิ่มในจุดที่เราเห็นว่าสุ่มเสี่ยง ที่คนร้ายจะมาสร้างสถานการณ์ได้
เมื่อถามว่าไม่คิดว่าจะมีกลุ่มอื่นอีกหรือ รัฐบาลอาจจะสันนิษฐานผิดก็ได้เพราะมีหลายปัจจัย ขณะนี้ก็มีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายอะไรต่างๆ ด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เป็นไร สื่อมวลชนถามตนก็ตอบไป ถ้าสันนิษฐานผิดก็ค่อยมาว่ากัน ขอให้จับกุมคนร้ายให้ได้ก่อน แล้วก็จะทราบข้อเท็จจริง เมื่อถามถึงรายงานข่าวที่ศอฉ.เตรียมสั่งปิดหนังสือพิมพ์หัวสีบางฉบับ สาเหตุเพราะมีการเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดต่างๆ ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า บรรดาสื่อมวลชนที่เป็นสื่ออาชีพ ทำหน้าที่รายงานข่าวตรงไปตรงมาสุจริตนั้น เราให้ความเคารพ ไม่ไปเตะต้องแน่นอน แต่บางรายมันแอบแฝงเข้ามาเป็นสื่อ พยายามทำให้ตัวเองดูเหมือนเป็นสื่อมวลชน แต่ความจริงแล้วเป็นเครื่องมือในกระบวนการที่จะทำร้ายบ้านเมือง บิดเบือนข้อมูลข่าวสารเพื่อให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อทำลายล้างตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ อย่างนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าศอฉ.ไม่ได้ไปคุกคามสื่อมวลชน แต่เราได้ประชุมกันพบว่ามีสิ่งพิมพ์ฉบับหนึ่งพยายามอ้างตัวเป็นสื่อมวลชนแต่ข้อความที่พิมพ์ออกมาไม่ใช่ข่าวสารทั่วไป แต่เป็นข้อความที่ยุงยงให้คนเกลียดชัง รู้สึกเคียดแค้นไม่พอใจ และมุ่งหวังให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายในบ้านเมือง ศอฉ.จึงได้หยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาและได้สั่งการให้ดำเนินการกับสิ่งพิมพ์ดังกล่าวตามกฎหมาย ตนไม่เรียกว่าเป็นสื่อและยืนยันว่าไม่ใช่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แต่เป็น ไทย เรด พาวเวอร์ ทำนองนั้นแม้แต่ชื่อตนยังไม่อยากจำ อย่างไรก็ตาม ศอฉ. ยังได้หยิบยกกรณีที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ลงข่าวผิดมีนักข่าวของเขาคนหนึ่งไปรายงานข่าวว่ามีหน่วยงานคนมีสีไปตั้งหน่วยไล่ล่าคนเสื้อแดง ซึ่งไม่เป็นความจริง ศอฉ.จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปชี้แจง
เมื่อถามว่า ขณะนี้หนังสือพิมพ์มีความหลากหลายในการนำเสนอเนื้อหา ศอฉ.จะมีหลักเกณฑ์พิจารณาอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นการปิดกั้นหรือคุกคามสื่อโดยการสั่งปิดเสียหมด นายสุเทพ กล่าวว่าเรื่องความแตกต่างทางความคิดนั้น ตนเคารพอยู่แล้ว สื่อมวลชนก็ถามต้อนตนทุกวันตนก็รับไว้ เจ็บเหมือนกันไม่ใช่ว่าไม่เจ็บ แต่ก็รับได้ เพราะเป็นปัญหาและต้องเคารพในความแตกต่าง แต่คนบางคนเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีเจตนาร้ายและไม่ดีต่อบ้านเมืองอย่างนี้เราจะยอมได้อย่างไร ตนไม่ได้ทำงานตามอำเภอใจหรือลุแก่อำนาจ แต่ทำงานในกรอบของกฎหมาย คนที่ดำเนินการอย่างนี้ผิดกำหมายสื่อมวลชนที่ดีเขาไม่ประพฤติอย่างนั้น ตนยอมรับว่าบางครั้งสื่อมวลชนวิจารณ์อะไรมาเราก็ได้สติและต้องกลับมาทบทวน เราทำงานด้วยความเคารพกัน







