
สนช. เตรียมถกแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว3วาระรวด 13 ม.ค.
สนช.เตรียมพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 3 วาระรวด 13 ม.ค.นี้ ปมผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์- ระยะเวลาทูลเกล้าฯรัฐธรรมนูญ
สนช.เตรียมพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 3 วาระรวด 13 ม.ค.นี้ ปมผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์- ระยะเวลาทูลเกล้าฯรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) แถลงภายหลังการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ว่า ที่ประชุมครม. ร่วมกับคสช. ได้มีมติเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่..( พ.ศ...) เป็นเรื่องด่วน ในวันเดียวกันนั้นสนช.ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษาหารือในทีประชุมวิปสนช. และเห็นว่า ขั้นตอนของสนช.ที่จะใช้เวลาในการพิจารณามีความจำเป็นที่จะใช้ความรวดเร็ว เพื่อนำไปสู่การประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ผ่านประชามติ อันจะส่งผลต่อการดำเนินการตามโรดแมปที่รัฐบาลได้วางไว้
นพ.เจตน์ กล่าวว่า ดังนั้นวิปสนช.จึงมีมติให้บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระกการประชุม สนช. ในวันศุกร์ที่ 13 ม.ค. เป็นเรื่องด่วน และเนื่องจาก สนช.จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันนี้ แต่จะแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ เว้นแต่ จะได้รับความเห็นชอบจาก คสช.และครม. ที่ประชุม วิปสนช.จึงเห็นสมควรให้พิจารณา 3 วาระรวด โดยใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภา ซึ่งได้แจ้งให้ ครม. และคสช. ที่มีอำนาจเต็มมาชี้แจงสาระสำคัญและรายละเอียดของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันดังกล่าว โดยทราบว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ชี้แจง
นพ.เจตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีสาระสำคัญ 2 ประเด็น คือ เกี่ยวกับเรื่องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และระยะเวลาในการทูลเกล้าทูลกระหม่อม และพระราชทานรัฐธรรมนูญกลับคืนมา ทั้งนี้ในวันที่ 11 ม.ค. คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเสนอแนะ และรวบรวมความเห็น เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่หนึ่ง เป็นประธาน ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อนเข้าสู่ที่ประชุมสนช.
เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้เปิดเผยเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว นพ.เจตน์ กล่าวว่า เอกสารรายละเอียดได้มีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆแล้ว โดยที่ประชุมเห็นว่ามีเนื้อหาตรงกัน







