posttoday
การลงทุนมีความเสี่ยง

การลงทุนมีความเสี่ยง

10 มกราคม 2560

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์

ผมคิดว่าท่านผู้อ่านคอลัมน์นี้หลายๆ ท่านคงเคยนึกสงสัยว่า ทำไมราคาหุ้นก็ดี อัตราแลกเปลี่ยนก็ดี หรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหลายก็ดี จึงมักจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงสวนทางกับที่นักวิชาการหรือแม้แต่คนที่อยู่ในวงการธุรกิจเหล่านี้ทำนาย บางคนเป็นเอามากถึงขนาดบอกว่า เขาจะซื้อเมื่อกูรูบอกว่าให้ขาย หรือจะขายเมื่อกูรูบอกให้ซื้อ

ความจริงไม่มีใครทราบแน่ๆ หรอกครับว่าราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน หรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลงเปลี่ยนแปลงอย่างไร และที่สำคัญคือเมื่อไหร่ เพราะถ้ามีใครเก่งขนาดนั้นคงไม่เสียเวลาทำมาหากินอย่างอื่น แค่นั่งๆ นอนๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์ค้าหุ้น ค้าเงิน ค้าน้ำมัน เหล็ก ทองแดง ทองเหลือง ฯลฯ ก็พอแล้ว ไม่ต้องนั่งวิเคราะห์ให้คนอื่นฟัง

ท่านอาจถามต่อว่า แล้วอย่างนั้นเป็นอันว่าข่าวคราวที่ออกมาจากแหล่งข่าวต่างๆ ไม่น่าเชื่อถือ เป็นข่าวยกเมฆ หลอกชาวบ้านปั่นหุ้น ปั่นอัตราแลกเปลี่ยน ปั่นราคาสินค้ากระนั้นหรือ

ผมว่าถ้าเป็นการวิเคราะห์ในระดับมหภาค เช่น การคาดคะเนการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินตราสกุลต่างๆ เช่น เงินเหรียญสหรัฐกับเงินบาท เงินเหรียญสหรัฐกับเงินหยวน ราคาน้ำมัน

มีตัวเลขและข้อมูลอื่นสนับสนุน เช่น การวิเคราะห์ว่าดัชนีราคาหุ้นจะสูงขึ้น เพราะมีการลงทุนภาครัฐหรือเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าขึ้น เพราะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐแถลงว่ามีความเป็นไปได้ที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยเงินเหรียญสหรัฐอีก 3 ครั้งในปีนี้ เพราะเศรษฐกิจอเมริกาเริ่มฟื้นตัว อัตราการว่างงานของคนอเมริกันลดลงต่อเนื่อง และรัฐบาลใหม่มีนโยบายหลายอย่างที่อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐสูงขึ้น ส่วนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันมีแนวโน้มจะสูงขึ้น เพราะประเทศผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่มโอเปกดูเหมือนจะตกลงกันได้ที่จะจำกัดกำลังการผลิตของแต่ละประเทศลงให้เป็นไปตามข้อตกลง และเมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลจีนประกาศว่าจะลดปริมาณการผลิตเหล็กลงปีนี้อีก 30 ล้านตัน เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังเป็นการวิเคราะห์แนวโน้มทางวิชาการจากตัวเลขในอดีตออกมาเป็นเส้นกราฟรุงรังที่เราเห็นกันบ่อยๆ แต่สรุปว่าเป็นการวิเคราะห์ที่มีข้อมูลและตัวเลขทางวิชาการสนับสนุนไม่ใช่การออกข่าววิเคราะห์ปั่นราคา ถึงแม้จะมีคนขี้สงสัยระแวงว่าบริษัทยักษ์ใหญ่บางแห่งในสหรัฐที่ทำธุรกิจด้านการเงินติดอันดับโลก ปั่นราคาทองคำบ้าง หุ้นบ้าง เพื่อชักนำการวิเคราะห์ให้เป็นไปในทิศทางที่ตนเองต้องการ และท้ายที่สุดผลประกอบการมักจะออกมาเหนือผลตอบแทนตลาด แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเขาทำอย่างนั้นจริงหรือไม่ โดยเฉพาะเขาอ้างว่าเขามีกำแพงเมืองจีนกั้นระหว่างหน่วยงานด้านวิเคราะห์กับหน่วยงานที่ทำการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล (แปลว่าอะไรที่อเมริกายอมรับ)

ทีนี้มาถึงคำถามว่า ถ้าการวิเคราะห์เป็นไปตามหลักการและวิชาการมีข้อมูลสนับสนุนแล้ว ทำไมราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ มักจะเปลี่ยนแปลงตรงกันข้ามกับผลการวิเคราะห์ โดยเฉพาะเวลาคนธรรมดาอย่างเราลงทุน

อย่างที่ท่านทราบครับ ราคาสินทรัพย์ประเภทนี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกนาที เพราะมีการค้าขายทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีใครบอกได้แน่นอนถูกต้องเสมอไปว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพราะฉะนั้นถึงจะมีการวิเคราะห์ว่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าขึ้น แต่อัตราแลกเปลี่ยนจริงวันต่อวันนั้นอาจจะเห็นเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง เพราะมีสาเหตุปัจจัยอย่างอื่นแทรกเข้ามาในระยะสั้น เช่น เงินทุนไหลเข้ามาเล่นหุ้น เพราะแมลงเม่ายังมีเงินออมเหลือให้เล่นแก้ตัว เป็นโอกาสของนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาเก็บกวาดเม็ดเงินที่เหลืออยู่ในตลาด เมื่อเงินทุนไหลเข้ามามาก เงินเหรียญสหรัฐก็อ่อนค่าลงตามหลักดีมานด์ ซัพพลาย เป็นธรรมดา

ถามว่าถ้าอย่างนี้ถือว่าที่วิเคราะห์กันว่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าขึ้นนั้นผิดใช่ไหม คำตอบไม่น่าจะใช่ เพราะคงไม่มีใครทำนายได้ว่าวันนี้ เวลานั้น ราคาหุ้น ราคาเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินบาทจะเท่าไหร่ ที่เขาทำนายหรือวิเคราะห์คือแนวโน้มในช่วงเวลาที่ยาวกว่านั้น เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ส่วนในระหว่างเดือนหรือระหว่างปี ราคาคงเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกตลาดที่เกิดจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทยผมจำได้ว่าเงินเหรียญสหรัฐเคยแข็งค่าขึ้นกะทันหัน เมื่อกองทัพไทยจ่ายค่าเครื่องบินรบอาวุธยุทโธปกรณ์ บริษัท การบินไทย จ่ายค่าเครื่องบินโดยสารประเภทจัมโบ้เจ็ตราคานับพันล้านหรือหมื่นล้านบาทในวันเดียว เป็นต้น

นอกจากนั้น ในปัจจุบันมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามประเทศได้อย่างเสรี ถ้ากองทุนขนาดใหญ่นำเงินเข้ามาลงทุนหรือถอนเงินทุนออกจากประเทศเมื่อเขาทำกำไรได้ตามเป้าหมายแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนและราคาหุ้นก็อาจเปลี่ยนแปลงกลับทางกับที่เป็นอยู่ ไม่มีใครเดาใจผู้บริหารกองทุนเหล่านี้ได้

โดยสรุปคือตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนก็ดี ราคาหุ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็ดี ที่ท่านได้รับจึงเป็นแค่ตัวเลขประมาณการแนวโน้มในช่วงเวลาหนึ่งๆ ตั้งอยู่บนพื้นฐานและข้อสมมติฐานที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้ประมาณการ การที่จะนำตัวเลขไปใช้จึงต้องคำนึงถึงเงื่อนเวลา และเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่ตัวเลขอ้างอิงย่อมช่วยให้การตัดสินใจลงทุนหรือการบริหารความเสี่ยงได้ตามหลักการและตามวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ เช่น เพื่อการจัดทำงบประมาณ การบริหารความเสี่ยง การลงทุนระยะสั้น ปานกลาง ระยะยาว ส่วนการเก็งกำไรนั้นคงต้องอาศัยประสบการณ์ ความกล้าได้กล้าเสีย และความสามารถในการรับความเสี่ยงเป็นหลัก

ก็แค่ราคาหุ้นหรือทองคำตอนเช้าและตอนบ่ายวันเดียวกันยังไม่เท่ากัน แล้วนักวิเคราะห์หรือนักวิชาการที่ไหนจะไปทำนายล่วงหน้าได้ว่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าขึ้นตามการคาดคะเนของนักการเงินและนักเศรษฐศาสตร์หรือไม่ในแต่ละวัน

สรุปแล้วโอกาสทำกำไรหรือขาดทุนจากการลงทุนระยะสั้น โดยเฉพาะจากการเก็งกำไรนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านว่าจะลงทุนเมื่อไหร่ ถึงจะถูกจังหวะถูกลอตเตอรี่ ถ้าตัดสินใจถูกไม่ว่าหุ้น เงินเหรียญสหรัฐ หรือพันธบัตร ตราสารหนี้ จะขึ้นหรือลงในระยะสั้น ท่านก็ทำกำไรได้ทั้งนั้นแหละครับ อย่าไปเสียเวลาโทษหรือให้เครดิตใครว่าวิเคราะห์ผิดหรือวิเคราะห์ถูก

เขาถึงว่าการลงทุนมีความเสี่ยงยังไงครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีปีไก่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท