posttoday
'ทรัมป์' 5 เรื่องหนักๆ ที่คนไทยควรรู้ (1)

'ทรัมป์' 5 เรื่องหนักๆ ที่คนไทยควรรู้ (1)

10 มกราคม 2560

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

คุณผู้อ่านบางท่านคงพอจำได้ว่า ผมได้เขียนบทความเรื่อง “5 ความเสี่ยงหางอ้วน” ต้นเหตุ...หุ้นตกหนัก ไปเมื่อวันที่ 27-28 ก.ย. 2559 โดยที่ 5 ความเสี่ยงดังกล่าว ประกอบด้วย อันดับที่ 5 ปัญหาการก่อการร้าย อันดับที่ 4 Brexit & The Next Country อันดับที่ 3 เฟดขึ้นดอกเบี้ย อันดับที่ 2 หนี้ก้อนโตใต้พรมของจีนรอเวลาระเบิด และท้ายสุด อันดับที่ 1 ทรัมป์จะมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และแล้วสิ่งที่เกือบทุกคนคาดไม่ถึงก็อุบัติขึ้นแล้ว “ทรัมป์” ได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาไปแล้ว

วันนี้ เราจึงจะมาดูกันว่า เมื่อทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีแล้ว อะไรกำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้? ซึ่งผมได้คัดมาให้คุณผู้อ่านแล้ว แต่จะเป็นเรื่องหนักๆ ทั้งสิ้น

สำหรับวันนี้ผมจะเริ่มจากเรื่องที่ 5 และเรื่องที่ 4 ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักปานกลาง ในวันถัดไปผมจะขอคุยให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องที่หนักที่สุดอีก 3 เรื่องสุดท้าย วันนี้เชิญอ่านได้เลยครับ

เรื่องที่ 5 การยกเลิกการให้ความร่วมมือเรื่อง “โลกร้อน”

“ผมจะยกเลิกการให้เงินช่วยเหลือแก่สหประชาชาติเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน และจะนำเงินจำนวนนี้ไปซ่อมแซมระบบน้ำและระบบสาธารณูปโภคของสหรัฐอเมริกา” เป็น 1 ใน 7 คำประกาศของทรัมป์ ที่จะต้องเร่งทำให้เกิดผลโดยเร็วที่สุด ซึ่งถือได้ว่า 7 คำประกาศนี้ได้ส่งผลให้ทรัมป์ได้รับเลือกให้เข้าไปอยู่ในทำเนียบขาว

หากย้อนกลับไปดูเรื่องข้อตกลงเรื่องโลกร้อน เราก็จะพบว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2558 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้มีการรับรองความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยเป็นตราสารกฎหมายที่รับรอง
ภายใต้กรอบอนุสัญญา ต่อจากพิธีสารเกียวโตและข้อแก้ไขโดฮา เพื่อกำหนดกฎกติการะหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีเป้าหมายหลักสำคัญคือ การควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม

แต่ปรากฏว่าทรัมป์ไม่เชื่อเรื่อง “โลกร้อน” ดังนั้นนโยบายการใช้พลังงานสะอาดที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี บารัก โอบามา ซึ่งทำให้โรงงานไฟฟ้าถ่านหินกว่าร้อยโรงต้องถูกปิดไป พลังงานสะอาดเข้ามามีสัดส่วนสูงถึง 2 ใน 3 ของโรงงานพลังงานไฟฟ้าที่สร้างขึ้นใหม่ แผนการเหล่านี้ก็คงจะถูกโละทิ้งไป และทรัมป์ก็คงจะให้สหรัฐอเมริกาออกจาก “ความตกลงปารีส” อย่างแน่นอน

จากนั้นก็จะเกิดการกลับมาของบรรดาบริษัทพลังงานฟอสซิล พร้อมกับการประกาศอย่างกึกก้องว่า “ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลของผม เราจะทำให้พลังงานของอเมริกามีอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ ลองจินตนาการดูสิว่า ศัตรูของเราหรือบรรดาประเทศที่รวมหัวกันค้าน้ำมัน จะไม่มีวันที่จะใช้พลังงานมาเป็นอาวุธต่อรองกับเราได้อีกต่อไป และเราจะเป็นผู้ชนะ”

นอกจากนั้น ในระหว่างการหาเสียง ทรัมป์ยังชูป้าย “TRUMP DIGS COAL” ซึ่งหมายความว่า ถ้าเขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะส่งเสริมให้มีการขุดถ่านหิน ส่งเสริมให้ใช้พลังงานฟอสซิลอย่างแน่นอน และสิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้ภาคอุตสาห กรรมของสหรัฐอเมริการวมตัวกันเพื่อผลักดันให้ทรัมป์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี

นโยบายการกลับมาใช้พลังงานฟอสซิลของทรัมป์ ก็จะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกามีการขยายตัวขึ้นเป็นอย่างมาก ด้วยการใช้ถ่านหิน น้ำมัน และพลังงานฟอสซิลอื่นๆ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความหายนะ

นักสิ่งแวดล้อมต่างเชื่อมั่นว่า หากนโยบายดังกล่าวทรัมป์นำมาใช้จริง ในระยะเวลาอีกไม่นานนัก เราอาจจะได้เห็นเมืองใหญ่ๆ ของสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก ไมอามี และบอสตัน ต้องผจญกับปัญหาน้ำท่วม และเราก็อาจจะได้ภาพเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอีกหลายเมืองทั่วโลก ภายในระยะเวลาอีกสักก 10-20 ปีนี้เอง

สำหรับประเทศไทยเอง เราเคยประสบกับมหาอุทกภัยครั้งที่ใหญ่ที่สุดมาแล้วในปี 2554 จึงเป็นลางบอกเหตุที่อันตรายยิ่ง เพราะจากนี้ไปทรัมป์จะได้เป็นประธานาธิบดีของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก และเขาจะสนับสนุนให้สหรัฐอเมริกาตักตวงผลประโยชน์จากการใช้พลังงานฟอสซิลอย่างเต็มพิกัด และอาจจะนำไปสู่หายนะทางสิ่งแวดล้อมของคนทั่วโลกในอนาคตอันใกล้นี้

เรื่องที่ 4 NAFTA ต้องคุยใหม่ไม่งั้นก็เลิก

“ผมจะประกาศความตั้งใจของผมที่จะเจรจาใหม่ในเรื่องเขตการค้าเสรี NAFTA หรือไม่ก็ถอนตัวจากข้อตกลงนี้” เช่นกัน ที่กล่าวมานี้ก็คือ 1 ใน 7 คำประกาศที่ทรัมป์สัญญาว่าจะรีบทำโดยด่วนที่สุด ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน

ทรัมป์มีความตั้งใจที่อยากจะยกเลิกเขตการค้าเสรี NAFTA (North American Free Trade Agreement) ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งทรัมป์จะเริ่มจากการเจรจาใหม่กับทั้งสองประเทศ ทรัมป์ได้กล่าวถึงข้อตกลง NAFTA ว่าเป็น “ข้อตกลงที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์” และถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หลังจากที่ได้เจรจาแล้วและไม่ได้ผล ในวันที่ 200 ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ เขาก็จะประกาศยกเลิกข้อตกลง NAFTA อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าการยกเลิก NAFTA น่าจะเป็นข้อดีสำหรับประเทศไทย ผมมองว่าการผลิตสินค้าราคาถูกที่เกิดจากแรงงานของเม็กซิโกน่าจะยิ่งมีปัญหา ทำให้เกิดช่องว่างในเรื่องแหล่งผลิตสินค้าราคาถูก และจะต้องกระจายการหาแหล่งสินค้าใหม่ๆ มาทางเอเชีย

เรื่องนี้ประเทศไทยคงจะได้ประโยชน์บ้าง แต่สิ่งที่ทั่วโลกอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาอย่างหนักก็คือ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีทั่วโลกจะเริ่มมีความไม่แน่นอนสูง และอาจมีการบอกยกเลิกได้ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งก็จะทำให้การค้าโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

เชิญพบกับบทความ “ทรัมป์ 5 เรื่องหนักๆ ที่คนไทยควรรู้” ตอนจบ ได้ที่นี่ ในวันพรุ่งนี้นะครับ

หมายเหตุ - บทความชิ้นนี้เขียนเมื่อเดือน พ.ย. 2559 ข้อความบางตอนอาจจะไม่ทันสถานการณ์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท