
อย่าหลงทิศ
การออกมาส่งสัญญาณของ กรมธุรกิจพลังงาน ถึงการทบทวนแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (2558-2579) โดยเฉพาะกรณีนโยบายการยกเลิกจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าไปทิศทางใด ทั้งๆ ที่ควรจะกำหนดให้ได้ภายในปี 2559 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีตัวแปรสำคัญทำให้ต้องกลับมาพิจารณากันให้ชัดเจน ทั้งเรื่องปริมาณเอทานอลที่ใช้ในการผสมราคาขายปลีกน้ำมันและพฤติกรรมของผู้ใช้น้ำมัน
การออกมาส่งสัญญาณของ กรมธุรกิจพลังงาน ถึงการทบทวนแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (2558-2579) โดยเฉพาะกรณีนโยบายการยกเลิกจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าไปทิศทางใด ทั้งๆ ที่ควรจะกำหนดให้ได้ภายในปี 2559 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีตัวแปรสำคัญทำให้ต้องกลับมาพิจารณากันให้ชัดเจน ทั้งเรื่องปริมาณเอทานอลที่ใช้ในการผสมราคาขายปลีกน้ำมันและพฤติกรรมของผู้ใช้น้ำมัน
แต่ถ้ามองย้อนเหตุผลของการยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนน้ำมันฯ ที่มีเป้าหมายลดชนิดน้ำมันลงในหัวจ่ายปั๊มเพื่อผลักดันให้มาใช้แก๊สโซฮอล์ อี20 แทน จากปัจจุบันที่มีน้ำมันจำหน่ายอยู่ 5 ชนิด คือ แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ อี20 แก๊สโซฮอล์ อี85 และดีเซล ประกอบกับต้องการส่งเสริมให้เกิดการใช้เอทานอลในประเทศ ตามเป้าหมายในปี 2579 ปริมาณ 11.3 ล้านลิตร/วัน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับภาคเกษตรที่ปลูกอ้อยและมันสำปะหลังที่เป็นวัตถุดิบสำคัญผลิตเอทานอล
ทั้งนี้ หากรัฐมีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการส่งเสริมใช้เอทานอลตามแผนส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ก็ควรเลือกเดินตามแนวทางเดิมที่กำหนดไว้ โดยหากลไกมาปลดล็อกปัญหา เพราะการปรับเปลี่ยนนโยบายพลังงานไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตามจนบ่อยครั้ง ย่อมผลเสียในทางปฏิบัติมากกว่า ในเมื่อรัฐปักธงจะหนุนการใช้พลังงานทดแทนลดการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล ก็ควรต้องมาตั้งหลักกันว่า จะมีแนวทางอย่างไรที่ทำให้เกิดสมดุล
ก่อนหน้านี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่ควรประกาศเป็นนโยบายหากจะเลิกจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 แต่ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด นั่นหมายถึง ให้ผู้ค้าน้ำมันเป็นผู้กำหนดเองว่าจะเลือกจำหน่ายน้ำมันชนิดใดบ้าง
ในขณะที่ภาครัฐก็ควรใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นเครื่องมือในการบริหารราคาขายปลีก เพราะมีเงินหน้าตักในบัญชีน้ำมันอยู่ถึง 3.3 หมื่นล้านบาท เพื่อจูงใจให้เกิดการใช้แทน ถ้าต้องการส่งเสริมให้ใช้แก๊สโซฮอล์ อี20 ก็เพิ่มอัตราการอุดหนุนราคาให้มากกว่าลิตรละ 3 บาทเพื่อถ่างราคาขายปลีกน้ำมันให้ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งขณะนี้มีราคาต่างกันอยู่ 2.24 บาท/ลิตร
นอกจากนี้ ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รัฐได้เริ่มปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันระหว่างแก๊สโซฮอล์ 95 กับแก๊สโซฮอล์ 91 โดยบริหารให้มีราคาใกล้เคียงกันมากที่สุด เพื่อหวังรองรับกับแผนยกเลิกจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 ปัจจุบันมีราคาห่างกันเพียง 0.27 บาท/ลิตรเท่านั้น และในท้ายสุดพยายามจะทำให้ราคาเท่ากัน
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าทิศทางราคาน้ำมันในช่วงขาลงส่งผลให้ผู้ใช้น้ำมันเมินการเลือกแก๊สโซฮอล์ อี20 ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันหลายค่ายเลิกจำหน่าย ประกอบกับปลายปีจนถึงต้นปีนี้ ปริมาณเอทานอลมีจำกัดดึงต้นทุนราคาสูงขึ้นทำให้บริษัทน้ำมันมีปัญหาในกระบวนการผลิต
ประเด็นปัญหาเหล่านี้อาจทำให้ภาครัฐเกิดความลังเลแต่ก็ไม่ควรหลงทิศกับนโยบายพลังงาน ที่ไม่ควรปรับเปลี่ยนไปมา ในทางกลับกันควรต้องมีความชัดเจนเพื่อใช้เป็นแนวในทางปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม







