posttoday
กฎหมายกับธรรมวินัย

กฎหมายกับธรรมวินัย

09 มกราคม 2560

การแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ในหมวดการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ได้ผ่านการพิจารณาของ สนช. และประกาศใช้เป็นกฎหมายสมบูรณ์แล้ว แต่ยังมีพระส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขให้กลับไปใช้หลักการเดิมที่ไม่มีการล็อกสเปกให้กับพระราชาคณะชั้นสมเด็จที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2505  ซึ่งมีพระสังฆราชตามกฎหมายนี้ 5 พระองค์ โดยไม่มีปัญหาความขัดแย้งในการสถาปนาแต่อย่างใด

การแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ในหมวดการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ได้ผ่านการพิจารณาของ สนช. และประกาศใช้เป็นกฎหมายสมบูรณ์แล้ว แต่ยังมีพระส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขให้กลับไปใช้หลักการเดิมที่ไม่มีการล็อกสเปกให้กับพระราชาคณะชั้นสมเด็จที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2505  ซึ่งมีพระสังฆราชตามกฎหมายนี้ 5 พระองค์ โดยไม่มีปัญหาความขัดแย้งในการสถาปนาแต่อย่างใด

แต่หลักการที่ให้เสนอชื่อพระสมเด็จที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เพียงองค์เดียวเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นสมเด็จพระสังฆราชที่ถูกยกเลิกไปนี้ ได้แก้ไขเมื่อปี 2535 ตั้งแต่ใช้มามีการคัดค้านมาตลอด และยังไม่เคยใช้กฎหมายนี้ในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเลยแม้แต่พระองค์เดียว เพิ่งจะมีความพยายามใช้กฎหมายนี้เมื่อสิ้นสมเด็จพระญาณสังวร แต่ก็มีการคัดค้านจากทั้งพระและฆราวาส

ผลเท่ากับว่า พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไขปี 2535 สร้างความแตกแยกในหมู่สงฆ์และฆราวาส

พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เป็นกฎหมายทางโลก ฝ่ายอาณาจักรหรือรัฐเป็นผู้บัญญัติขึ้น เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในบ้านเมือง โดยต้องไม่กระทบกับการปฏิบัติตามธรรมวินัยของพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชน เนื้อหาของกฎหมายสงฆ์จึงต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระธรรมวินัย หรือฝ่าฝืนต่อการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอน ไม่ว่าจะเป็นนักบวชหรือฆราวาส พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ควรจะต้องมีเนื้อหา 3 ประการ คือ

1.ป้องกันไม่ให้คนชั่วเข้าไปแสวงหาประโยชน์ในพระศาสนา เช่น การปลอมเป็นพระ ใช้ผ้าเหลืองหากิน หรือคนชั่วเข้าไปลักขโมยสิ่งของ ข่มเหงรังแก ทำลายพระศาสนา รัฐมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

2.ใช้อำนาจรัฐเอาคนชั่วที่อยู่ในพระศาสนา ใช้ศาสนาแสวงหาประโยชน์ รวมถึงการปฏิบัติที่ผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นกรณีนิกร ยันตระ หรือตัวร้ายสุดๆ อย่างนายไชยบูลย์ หรือธัมมชโย ที่บิดเบือนหลักธรรมคำสอนอันแท้จริง แล้วใช้ศาสนาทำมาหากิน เอาบุญเป็นสินค้า สร้างอาณาจักรอิสระจนกฎหมายทำอะไรไม่ได้อย่างเช่นที่เป็นอยู่   

3.คุ้มครองและส่งเสริมให้พระที่ท่านปฏิบัติดีแล้ว ได้ปฏิบัติพระศาสนาอย่างเต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่า ผู้มีอำนาจต้องรู้หลักธรรมคำสอนด้วย ดังเช่นพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา จัดการล้างพวกอลัชชี จับพระปลอมสึกเป็นจำนวนมาก

เนื้อหาของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ จะต้องสอดคล้องกับธรรมวินัย หากจะพูดแบบสุดโต่ง เนื้อหาของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มีเพียงมาตราเดียวก็พอ คือ ให้พระปฏิบัติตามพระธรรมวินัย หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ ทั้งนี้เพราะพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนนั้น มีเพียงพอแล้วสำหรับการอยู่ร่วมกันของภิกษุสงฆ์ และเพียงพอแล้วสำหรับการปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้น ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมกฎข้อบังคับใดๆ อีก

ตำแหน่งสมณศักดิ์ต่างๆ ของพระนั้น ไม่มีในพระธรรมวินัย แม้ตำแหน่งพระสังฆราชก็ไม่มี การสถาปนาสมณศักดิ์ก็ดี พระสังฆราชก็ดี เกิดขึ้นภายหลัง เป็นการเชิดชูยกย่องพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของฝ่ายอาณาจักร

การปกครองคณะสงฆ์ให้เรียบร้อย จะต้องใช้พระธรรมวินัยในการปกครอง แม้คณะสงฆ์เองก็ไม่อาจบัญญัติข้อปฏิบัติขึ้นใหม่ได้    

พระพุทธเจ้าท่านฝากพระศาสนาไว้กับพุทธบริษัทสี่ พวกเราที่เป็นอุบาสก อุบาสิกา จึงมีหน้าที่ต้องช่วยกันรักษาพระศาสนาให้คงอยู่ต่อไป หลักธรรมพื้นฐานที่ชาวพุทธควรเข้าใจในเบื้องต้นคือ หน้าที่ของนักบวชต้องทำอะไรบ้าง อะไรคือกิจของของสงฆ์

กิจของสงฆ์หรือธุระนั้น มี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ คันถธุระ กับวิปัสสนาธุระ

คันถธุระ คือ การศึกษาปริยัติธรรม คือการศึกษาคัมภีร์ ส่วนวิปัสสนาธุระ คือการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน เรียกง่ายๆ ว่า พระที่ศึกษาเล่าเรียนให้รู้ธรรมวินัย กับพระที่มุ่งปฏิบัติให้เป็นไปตามธรรมวินัย เมื่อปฏิบัติจนจบหลักสูตรแล้ว จะออกมาช่วยเหลือโลกทางอื่นบ้างก็ไม่ผิดอะไร เพราะเรียนจบแล้ว

ธุระของพระมี 2 อย่างดังกล่าวเท่านั้น ไม่มีธุระในการหาเงิน ไม่มีธุระในการให้กู้ยืมเงิน ปัญหาจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้พระที่ยังเป็นสมมติสงฆ์ ปฏิบัติอยู่ในกรอบธุระของพระ ซึ่งคงต้องยอมรับความจริงว่า พระสงฆ์ส่วนหนึ่งไม่ได้มุ่งทำกิจธุระตามหน้าที่ที่พึงทำ จนเหมือนศาสนาเสื่อม

ความจริงแล้วศาสนาพุทธไม่ได้เสื่อม ยังคงเป็นความจริงในทุกยุคทุกสมัย คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมชาติแท้ที่เป็นอยู่แล้วก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และจะยังคงเป็นธรรมชาติแท้ต่อไปนิรันดร์กาล ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลาสถานที่ แต่ขึ้นอยู่กับมนุษย์เราว่าจะเข้าใจธรรมชาติแท้ที่พระพุทธเจ้าค้นพบหรือไม่

ศาสนาจึงไม่เคยเสื่อม แต่คนที่ห่มเหลืองต่างหากที่เสื่อม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในขณะนี้ ต้องถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่ใช่เพิ่งจะมาเกิดในปัจจุบัน แม้ในสมัยพุทธกาลก็เป็นอย่างนี้ ต่างกันแต่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

ชาวพุทธแท้จึงไม่ควรหวั่นไหว อย่าเสื่อมศรัทธากับพระศาสนา และอย่าท้อแท้หรือหันหลังให้กับพุทธศาสนา เพราะพระที่ดียังมีอยู่ และมีจำนวนไม่น้อย พระที่ท่านมุ่งปฏิบัติในป่าในเขาตามบ้านนอกยังมีเป็นจำนวนมาก

การที่จะปฏิบัติเพื่อเข้าถึงธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้แล้วนั้น ชาวพุทธทุกคนสามารถปฏิบัติหรือเรียนรู้ได้ พระองค์ได้วางแนวทางไว้หมดแล้ว อยู่ที่พวกเราจะปฏิบัติตามแนวทางที่พระองค์วางไว้หรือไม่

สำหรับนักบวช มีพระอุปัชฌาย์เป็นผู้ดูแลสั่งสอนศิษย์ที่ตนบวชให้ เสมือนพ่อดูแลลูก ฉะนั้นผู้ที่เป็นอุปัชฌาย์จึงต้องพิจารณาก่อนว่า เมื่อบวชให้แล้วจะสามารถดูแลได้หรือไม่ หรือจะมอบให้ครูบาอาจารย์ท่านอื่นดูแลได้หรือไม่ ในธรรมวินัยจึงได้บัญญัติให้พระบวชใหม่ต้องถือนิสัย 5 ปี คือจะต้องถือพระที่มีพรรษา 10 ขึ้นไปเป็นครูบาอาจารย์ทำหน้าที่อบรมสั่งสอน จึงเป็นความรับผิดชอบของพระอุปัชฌาย์ หากพระที่บวชให้ไปทำผิดในระหว่าง 5 พรรษา ฉะนั้นพระอุปัชฌาย์จึงมีหน้าที่ต้องกลั่นกรองผู้ที่จะบวชเสียก่อน ไม่ใช่ใครมีเงินอยากบวชก็บวชให้

ถ้าจะมีพระภิกษุน้อยลงแต่มีคุณภาพ จะไม่ดีกว่าหรือ เราน่าจะเลือกคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท