
วางแผนภาษีอย่างมีสติ
โดย...ผศ.ดร.ปริยดา สุขเจริญสิน
โดย...ผศ.ดร.ปริยดา สุขเจริญสิน
เรื่องของมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้อง
กับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่านมา โดยมีทั้งมาตรการภาษีที่แจ้งล่วงหน้า จนทำให้บางคนเข้าใจผิด เช่น การประกาศเปลี่ยนแปลงค่าลดหย่อนที่จะเริ่มใช้ในปีภาษี 2560 แต่ประกาศตั้งแต่เดือน เม.ย. 2559 เลยทำให้หลายๆ คนเฮล่วงหน้า และนำมาคำนวณในการวางแผนภาษีปี 2559 เลย ทั้งค่าลดหย่อนและการหักค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แล้วยังสามารถลดหย่อนบุตรได้ไม่จำกัดจำนวนอีกด้วย เลยต้องมีการเน้นย้ำว่าสำหรับปีภาษีถัดไป ไม่ได้มีผลทันที ยังไม่ต้องรีบมีบุตรกัน
แต่ก็มีบางครั้งที่มาตรการภาษีมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวที่ออกมาในระยะสั้นๆ อย่างการสนับสนุนสินค้า OTOP ในเดือน ส.ค. เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและการกระจายรายได้ แต่ก็มีบางมาตรการที่ประชาชนมีความคาดหวัง เพราะเคยมีมาก่อน อย่างช็อปช่วยชาติช่วงปลายปี ที่รอลุ้นให้ประกาศออกกันทุกสัปดาห์ เรียกได้ว่าสกัดกั้นต่อมช็อปกันเต็มที่ จนประกาศออกมาในช่วงกลางเดือน โค้งสุดท้ายของปี 14-31 ธ.ค. 2559 ถึงได้ไปช็อปกันถล่มทลาย คนแน่นขนัดกันทุกร้าน เพื่อนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการในช่วงดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษี ซึ่งจากการชะลอออกมาตรการนี้ โดยที่ทุกคนคาดได้ว่าน่าจะออกมาแน่ ก็มีผลดีที่ทำให้แต่ละร้านค้ามีการรับมือได้ดีขึ้น มีแปะป้ายชัดเจนว่าต้องติดต่อตรงไหน อย่างไร และจัดการทุกอย่างได้เป็นระบบมากขึ้น ไม่เกิดปัญหาวุ่นวายอย่างปีที่ผ่านมา ที่แถวรอขอใบกำกับภาษียาวกว่าแถวรอคิวซื้อของ
นอกจากนี้ มาตรการยอดฮิต สนับสนุนการท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมาก็ออกมาหลายระลอก ประกาศมาช่วงปลายเดือน มี.ค.ทีเดียว เหมือนได้คูณสอง เพราะมีทั้งมาตรการภาษีที่สนับสนุนการใช้จ่ายท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ กิน-เที่ยว 9 วัน ระหว่างวันที่ 9-17 เม.ย. 2559 และยังมีการต่ออายุมาตรการภาษีเดิมที่สนับสนุนการท่องเที่ยวอีก 1 ปีด้วย แล้วพอปลายปียังมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยให้นำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวตลอดเดือน ธ.ค.มาหักลดหย่อนเพิ่มได้อีก เรียกได้ว่า แค่ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวอย่างเดียว สามารถลดหย่อนได้ถึง 4.5 หมื่นบาทเลยทีเดียว แต่ต้องถูกที่ถูกเวลา
แม้ว่าในปีที่ผ่านมา จะมีการสนับสนุนเรื่องกินเที่ยวช็อปกันอย่างเต็มที่ แต่ที่เราต้องพึงระวังคือ ต้องทำความเข้าใจรายละเอียดของแต่ละมาตรการให้ถูกต้อง ว่าอันไหนกิน อันไหนเที่ยว อันไหนช็อป แล้วต้องเป็นตามเวลาที่กำหนดของแต่ละมาตรการด้วย และอีกเรื่องที่ต้องถี่ถ้วนคือ การซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการใดที่ใช้ได้บ้าง จึงจำเป็นที่เราต้องตรวจเอกสารหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อให้ได้สิทธิลดหย่อนภาษีตามที่มุ่งหวัง
อย่างไรก็ดี การลดหย่อนภาษีสูงสุด 1.5 หมื่นบาท ภายใต้มาตรการต่างๆ นี้ หลายๆ คนเข้าใจว่าประหยัดภาษีได้ถึง 1.5 หมื่นบาท ทำทุกคนยิ้มกริ่ม เพราะคิดว่าได้ขอคืนกันเยอะแน่ปีนี้ แต่แท้จริงแล้ว การจะได้ลดหย่อน คือ ลดตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของแต่ละคนจากยอดใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เช่น หากฐานภาษีอยู่ที่อัตราร้อยละ 10 ก็สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 1,500 บาทเท่านั้น เลยกลายเป็นว่า ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นมาโดยอาจไม่จำเป็น 1.5 หมื่นบาท เพื่อลดภาษี 1,500 บาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับสภาพคล่องส่วนบุคคลได้
ถึงแม้ว่าในเรื่องค่าลดหย่อน ถือเป็นกลไกหนึ่งในการวางแผนภาษี เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายภาษีได้ แต่พึงระลึกไว้ว่า ค่าลดหย่อนบางอย่างนั้น ต้องเกิดควบคู่กับภาระค่าใช้จ่าย เช่น กรณีกินเที่ยวช็อปที่กล่าวมา ที่เราต้องประเมินค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ควบคู่กับการวางแผนการเงินของเรา นอกจากนี้ ยังมีค่าลดหย่อนบางประเภทที่เป็นภาระผูกพันอย่างคงที่และยาวนาน นั่นคือ เป็นค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นทุกปีตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น เบี้ยประกันชีวิต ที่สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 3 แสนบาทเลยทีเดียว ซึ่งแม้ว่าการประกันชีวิตจะเป็นการให้ความคุ้มครองในกรณีที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน และยังถือว่าเป็นการวางแผนเกษียณส่วนหนึ่ง แต่ในการวางแผนการเงินที่ดีนั้น จำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับกระแสเงินสดและสภาพคล่องส่วนบุคคลด้วย เพื่อประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยประกัน ซึ่งอาจไม่ต้องจ่ายเพื่อการลดหย่อนสูงสุดของรายการก็ได้ หรือแม้แต่การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่เป็นมาตรการที่ส่งเสริมการลงทุนระยะยาว ซึ่งต้องแน่ใจว่า เราไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินส่วนนี้ในช่วงระยะเวลาที่กำหนดตามเงื่อนไข
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่เราต้องมีสติในการวางแผนภาษี ศึกษาข้อมูลให้ละเอียด มองให้รอบด้าน ประเมินสถานะทางการเงินของตนอย่างรอบคอบ มิได้คำนึงถึงแต่การลดค่าใช้จ่ายภาษีแต่เพียงอย่างเดียว โดยละเลยค่าใช้จ่ายโดยรวม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการวางแผนการเงินของตนเอง







