
หยุดซ้ำเติม
กรณีฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 12 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้ประชาชนต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก
กรณีฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 12 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้ประชาชนต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก
ขณะที่หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างได้ระดมกำลังกันให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันอย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะภาคเอกชน องค์กร มูลนิธิต่างๆ จากทั่วประเทศ ได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของมาช่วยเหลือกันตามกำลัง ในขณะที่บางส่วนได้อุทิศตนเป็นจิตอาสาลงมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง
สิ่งเหล่านี้คือน้ำใจอันดีงามของคนไทย ที่ต้องขอแสดงความชื่นชม และควรจะยึดถือไว้ตลอดไปคือ ถ้าคนไทยไม่ทิ้งกันและให้ความช่วยเหลือกันในยามตกทุกข์ได้ยาก แม้จะเกิดวิกฤตใหญ่ขนาดไหน ประเทศไทยจะไม่มีวันล่มสลาย
ทว่า ในท่ามกลางบรรยากาศของการช่วยเหลือ ก็ยังมีผู้ที่คิดเอาเปรียบจากผู้ที่เดือดร้อนในรูปแบบการค้ากำไรเกินควรจากหลายๆ กรณี ทั้งเรื่องการฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า และการให้บริการต่างๆ รวมไปถึงค่าเดินทางที่แพงสูงลิ่ว
ในเรื่องนี้ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันว่า ได้ประสบเจอด้วยตัวเอง เพราะระหว่างเดินทางจาก จ.ตรัง เพื่อกลับ กทม. ปรากฏว่าราคาตั๋วเครื่องบินสูงถึง 4,000 บาท จากเดิมค่าโดยสารอยู่ที่ระหว่าง 1,300-1,800 บาท อีกทั้งระหว่างลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม ก็ได้รับการร้องเรียนอีกจำนวนมาก
ทั้งนี้ นายชวน ได้ระบุอีกว่า ได้โทรศัพท์ถึง รมว.คมนาคม ขอร้องให้ช่วยดูแลเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะเป็นการซ้ำเติมคนไทยที่กำลังประสบอุทกภัยน้ำท่วมด้วยกัน รวมทั้งขอความเห็นใจไปยังผู้ประกอบการ เพราะเป็นความเดือดร้อนและเป็นความจำเป็นไม่มีทางเลือกเนื่องจากทางรถยนต์หรือรถไฟถูกตัดขาด
จากประเด็นดังกล่าวข้างต้น จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ที่คิดค้ากำไรเกินควร หยุดการกระทำนั้นเสีย เพราะจะเป็นการซ้ำเติมผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนให้ทุกข์หนักขึ้นไปอีก
ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะต้องหามาตรการมาควบคุมดูแลไม่ให้มีการฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและการบริการในช่วงนี้โดยเร็ว เพราะจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยอย่างมาก และหากยังมีผู้ฝ่าฝืนจะต้องลงโทษสถานหนัก
สำหรับมาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องบูรณาการกันอย่างจริงจังเสียที เพราะแม้น้ำท่วมจะเป็นภัยทางธรรมชาติ แต่หากรัฐบาลมีแผนบริหารจัดการน้ำดี ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ เพราะปัญหาน้ำท่วมในประเทศก็เกิดขึ้นหลายครั้งซ้ำซาก ทำให้รัฐบาลต้องเสียงบประมาณในแต่ละปีมหาศาลในการช่วยเหลือฟื้นฟู
ฉะนั้น รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องเร่งทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะขณะนี้แผนการบริหารจัดการน้ำและการปฏิรูปป้องกันน้ำท่วมของประเทศก็ยังไม่เดินหน้า แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รื้อแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ของรัฐบาลชุดที่แล้ว และจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำใหม่ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเลย







