
เทศกาลสูญเสีย
เย็นย่ำของวันสิ้นปี เมืองกรุงเงียบไปถนัดตาหลังผู้คนต่างพากันเดินทางออกไปท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงหยุดยาว
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
เย็นย่ำของวันสิ้นปี เมืองกรุงเงียบไปถนัดตาหลังผู้คนต่างพากันเดินทางออกไปท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงหยุดยาว
ชายหนุ่มเลือกออกเดินทางช้ากว่าคนส่วนใหญ่ที่มักจะทยอยเดินทางออกจากเมืองกรุงก่อนวันสิ้นปีเพื่อหวังจะไปฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในจุดหมายที่ได้เลือกไว้ ชายหนุ่มคิดว่าออกเดินทางช้าสักหน่อยการจราจรบนท้องถนนคงไม่แออัดมากนัก และการออกเดินทางในช่วงกลางคืนน่าจะทำให้เขากลับถึงบ้านในต่างจังหวัดได้ทันกับช่วงเช้าของวันปีใหม่พอดี
ชายหนุ่มมองไปที่ทีวีจอใหญ่ที่เขาเพิ่งใช้เงินโบนัสที่ได้ซื้อมาด้วยรอยยิ้ม “เดี๋ยวก็ได้ดูทีวีที่จอมันใหญ่ๆ ชัดๆ แล้วนะแม่ ไม่ต้องนั่งเพ่งจอเล็กๆ อีกแล้ว”
หลังตะวันลับฟ้าชายหนุ่มก็ขับรถมุ่งหน้าออกจากเมืองกรุง มุ่งหน้ากลับบ้านเกิดที่อยู่ห่างออกไปครึ่งพันกิโลเมตร เขาเปิดกระจกรับสายลมหนาวที่โชยมาเบาๆ ฮัมเพลงคลอไปกับเสียงจากวิทยุอย่างมีความสุข ท้องถนนมีรถยนต์วิ่งอยู่ประปราย เสียงแห่งความรื่นเริงดังขึ้นให้ได้ยินทุกครั้งเมื่อผ่านย่านชุมชน
เลขไมล์บอกระยะทางถึงบ้านลดลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มคิดถึงภาพทุ่งนากว้างที่อยู่ข้างบ้านกับรสอาหารฝีมือแม่และรอยยิ้มของพี่น้องยามนั่งกินข้าวร่วมกันในยามเย็น คิดถึงเพื่อนข้างบ้านที่เคยวิ่งเล่นกันในยามเด็กที่มักจะได้กลับมาเจอหน้ากันในช่วงปีใหม่
ความคิดชายหนุ่มดับวูบลง ขณะกำลังขับรถเข้าโค้งขึ้นเขา แสงไฟจากรถอีกคันที่แซงรถในเลนสวนและเข้ามาอยู่ในเลนของชายหนุ่มสาดเข้าหน้าจนตาพร่า แสงไฟนั้นพุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงแตรที่ดังสนั่น
เขาหักหลบจนชิดริมถนนฝั่งซ้ายแต่ไม่พ้น รถสองคันชนประสานงากันเต็มแรง รถของชายหนุ่มกระเด็นตกไปข้างทางในสภาพพังยับเยิน
คืนวันสิ้นปี ชายหนุ่มกลับไม่ถึงบ้าน และไม่มีโอกาสได้กลับอีกเลยนับจากนั้น...
แม้จะถูกเรียกว่า เทศกาลแห่งความสุข แต่ช่วงปีใหม่มักเป็นช่วงที่เราได้เห็นกับยอดการเกิดอุบัติเหตุและจำนวนคนตาย คนเจ็บ อันน่าตกใจ เพราะเพียงไม่กี่วันของช่วงวันหยุดจำนวนเหล่านั้น บ่งชี้ว่าหลายครอบครัวต้องเผชิญความเจ็บปวดจากการสูญเสียสมาชิกที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ 2560 (29 ธ.ค. 2559-4 ม.ค. 2560) มีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 3,919 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 478 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 4,128 คน สถิตินี้สูงกว่าเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 อย่างชัดเจน โดยครั้งนั้นมียอดอุบัติเหตุสะสม 3,379 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 380 ราย และผู้บาดเจ็บ 3,505 คน
ขณะที่สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดไม่ได้แตกต่างจากปีที่ผ่านมานั่นคือ การเมาสุรา และขับรถเร็วเกินกำหนด
หลังตัวเลขอุบัติเหตุและความสูญเสียในปีนี้ถูกสรุปออกมา คณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติการแก้ไขกฎหมายจราจรที่จะมีการเพิ่มโทษแก่ผู้ที่ทำผิดซ้ำ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับตามกฎหมาย รวมทั้งเตรียมใช้อำนาจตามมาตรา 44 กำลังข้อบังคับในช่วงที่กฎหมายยังไม่ประกาศใช้เพื่อหวังลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้
จะว่าไปช่วงเทศกาลหยุดยาวโดยเฉพาะปีใหม่กับสงกรานต์ เป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ต่างเข้มงวดตรวจจับผู้กระทำผิดกฎจราจร แต่สุดท้ายยอดอุบัติเหตุก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งนี้น่าจะสะท้อนชัดว่าผู้ใช้รถใช้ถนนบ้านเราอีกไม่น้อยไม่ได้สนใจเรื่องความปลอดภัยของเพื่อนร่วมถนนมากนัก เรามักคิดแต่ว่า เราต้องไปให้เร็วกว่าคนอื่นเพื่อถึงจุดหมายก่อน หรือไม่ก็คิดว่าดื่มนิดหน่อยไม่เป็นไรขับรถไหวอยู่แล้ว
น่าแปลกที่เมื่อขึ้นไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัย คนจำนวนไม่น้อยมักมีบุคลิกเปลี่ยนไปเป็นคนละคน บางคนอยู่ข้างนอกดูใจเย็น แต่สามารถขับรถบนท้องถนนได้แบบน่ากลัวขนหัวลุก แถมยังพร้อมมีเรื่องกับรถยนต์คันอื่นได้ตลอดเวลา
เมื่อปัจจัยหลักของการเกิดอุบัติเหตุนั้น ล้วนมาจากคนขับการใช้รถใช้ถนนด้วยการคิดถึงความปลอดภัยของเพื่อนร่วมถนนให้มากขึ้น น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่น้อยในการลดความสูญเสีย







