posttoday
เหลียวกระแสการศึกษาโลก 2017 มองการศึกษาไทย 2560

เหลียวกระแสการศึกษาโลก 2017 มองการศึกษาไทย 2560

08 มกราคม 2560

ในปี 2560 นี้มีเรื่องที่น่าสนใจต่อวงการศึกษา 3 เรื่องสำคัญที่ผมขอกล่าวถึง

โดย...ไกรยส ภัทราวาท

ในปี 2560 นี้มีเรื่องที่น่าสนใจต่อวงการศึกษา 3 เรื่องสำคัญที่ผมขอกล่าวถึง

1.EdTech จะเป็นคำฮิตต่อจาก FinTech 

ในปี 2559 ที่ผ่านมาหลายท่านคงได้ยินคนไทยพูดถึง FinTech (ฟินเทค) กันบ่อยมาก ซึ่งหมายถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมทางการเงินด้วยเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่สามารถทดแทนธุรกรรมทางการเงินทั้งการฝาก-ถอน-โอน-ชำระ ที่เราเคยต้องใช้บริการจากพนักงานธนาคารเป็นหลักให้สามารถทำผ่านระบบออนไลน์และสมาร์ทโฟน ทำให้มีผู้ประกอบการฟินเทคหน้าใหม่ผู้คิดค้นบริการทางการเงินรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมากมาย จนบางประเทศอย่างสวีเดนมีเป้าหมายจะ “เลิกใช้เงินสด” และหันมาใช้ฟินเทคในการประกอบธุรกรรมทั่วประเทศในเร็วๆ นี้

ในปี 2560 นี้น่าจะถึงเวลาของวงการการศึกษาที่จะถูกปฏิวัติด้วยเทคโนโลยีเสียแล้วครับ ภายใต้ชื่อ EdTech (เอ็ดเทค) ที่น่าจะคุ้นหูทุกคนมากขึ้นในปีนี้ กระแสของการนำเทคโนโลยีมาปฏิวัติวงการศึกษาที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นในวงการมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกที่ใช้เทคโนโลยี “มุ้ก” (Massive Open Online Course : MOOC) ในการเปิดประตูให้ทุกคนในโลกสามารถเข้าไปเสมือนนั่งเรียนอยู่ในชั้นเรียนเดียวกับนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกทั้งเครือข่ายไอวีลีก (Ivy League) จากฝั่งสหรัฐอเมริกาหรือ เครือมหาวิทยาลัย Oxbridge ในฝั่งสหราชอาณาจักร โดยไม่ต้องสมัครแข่งขันเข้าไปเรียนในสถาบันเหล่านี้เหมือนที่ต้องทำตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ทุกท่านสามารถไปลองลงทะเบียนเรียนได้ทันทีที่ https://www.edx.org/

นอกจากเทคโนโลยีจะถูกนำมาทลายกำแพงในการเข้าสู่การศึกษาที่มีคุณภาพสูงแล้ว เทคโนโลยีด้านระบบสารสนเทศก็ถูกนำมาใช้ปฏิวัติวงการการศึกษาผ่านการช่วยบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนและผู้เรียนจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายการศึกษาของรัฐบาลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากรและแรงจูงใจของบุคลากรในระบบการศึกษาครับ ประเทศที่ก้าวหน้าในเรื่องนี้มากได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา และบราซิล แต่ผมได้ข่าวมาว่าประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซียและเวียดนามก็ได้เริ่มทดลองใช้สนับสนุนการปฏิรูปการศึกษามาหลายปีแล้วครับ จนนักการศึกษาหลายคนตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นเบื้องหลังของความสำเร็จในคะแนน PISA ของเวียดนามและมาเลเซียที่มีความ
ล้ำหน้าไปกว่าประเทศไทยอย่างรวดเร็ว

อีกด้านหนึ่งที่เทคโนโลยี EdTech จะช่วยปฏิวัติวงการศึกษาได้คือการเชื่อมโยงกระบวนการพัฒนากำลังคนในระบบการศึกษาเข้ากับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตได้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การศึกษาโลกปี 2017 นี้

2.ถึงเวลาปรับระบบการศึกษาครั้งใหญ่ เมื่อนายจ้างหันมาจ้างงานตามทักษะแทนคุณวุฒิ

2-3 ปีที่ผ่านมานี้มีปัญหาใหญ่ในวงการตลาดแรงงานและระบบการศึกษาโลกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้พร้อมกันคือ ปัญหาการ “ตกงาน” ของบัณฑิตจบใหม่ และปัญหาการ “หาคนงานยาก” ของผู้ประกอบการ จากการสำรวจนายจ้างกว่า 4.1 หมื่นคน ใน 42 ประเทศของบริษัท Manpower Group พบว่า กว่า 38% ของนายจ้างประสบปัญหาการหาแรงงานมาทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ สวนทางอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในระดับสูงทั่วโลก แนวโน้มที่รุนแรงขึ้นทุกปีของปัญหานี้สร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลในหลายประเทศให้ยกเครื่องกระบวนการพัฒนากำลังคนจากการพัฒนาตามสาขาวิชา โดยขาดการเชื่อมโยงกับแนวโน้มความต้องการในตลาดแรงงาน สู่การพัฒนากำลังคนตามทักษะการทำงานที่ตลาดแรงงานต้องการ โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปในหลายประเทศ

ตัวอย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบปัญหาขาดแรงงานที่มีทักษะปานกลาง ซึ่งเป็นที่ต้องการมากกว่าร้อยละ 43 ของตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมาในสหรัฐอเมริกา ทำให้รัฐบาลกำหนดเป้าหมายระดับชาติเอาไว้ว่าจะเพิ่มจำนวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่ได้รับการฝึกงาน ให้ได้มากขึ้นเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 2 แสนคน บางมลรัฐที่ก้าวหน้าอย่างนิวแฮมป์เชอร์ก็ประกาศเปลี่ยนระบบการศึกษาที่พัฒนาคนเป็นรายวิชา สู่การพัฒนาคนตามทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ

EdTech จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคนตามทิศทางใหม่นี้ได้หลายทาง เช่น การใช้ระบบ Learning Management System (LMS) หรือที่พวกเรารู้จักกันในชื่อ e-Learning ที่สามารถนำเสนอกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ตรงกับความต้องการในตลาดแรงงานและปรับเข้ากับการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครูจะปรับบทบาทจากผู้มอบความรู้และเนื้อหาทั้งหมดแก่ผู้เรียนเป็นรายวิชา มามีบทบาทเหมือนโค้ชที่คอยแนะนำผู้เรียนให้ค้นหาเป้าหมายทางอาชีพที่ต้องการและทักษะที่ตนเองต้องการการพัฒนา รวมทั้งวิธีการฝึกฝนและพัฒนาทักษะดังกล่าวเป็นขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นมาตรการใหม่ในการสนับสนุนครูให้ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านนี้ คืออีกหนึ่งเทรนด์การศึกษาโลกปี 2017 นี้

3.ใช้ EdTech สนับสนุนครูให้มี “อิสระ” ทุ่มเทพัฒนาการสอนเต็มที่

หลายทศวรรษที่ผ่านมา ระบบการศึกษาทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต่างมอบหมายภารกิจนอกเหนือจากการสอนให้แก่ครูมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีผลงานวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นว่าการมอบหมายภารกิจนอกเหนือการสอนให้แก่ครูส่งผลเสียต่อคุณภาพการเรียนการสอนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน เช่น การวิจัยผลการสอบ PISA 2015 ล่าสุดจากองค์การโออีซีดี และรายงานของคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของสหรัฐอเมริกาซึ่งต่างสนับสนุนให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืนเวลาและอิสระให้แก่ครูในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในชั้นเรียนมากขึ้น

EdTech จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนครูให้มีอิสระในการทุ่มเทพัฒนาการสอนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและระบบการศึกษายุคใหม่นี้ โดยการนำผลวิจัยใหม่ๆ มาใช้ปฏิวัติกระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียน เช่น การใช้ระบบสารสนเทศบริหารข้อมูลนักเรียน เพื่อลดภาระงานเอกสารนักเรียนของครู หรือระบบบริหารชั้นเรียนที่สนับสนุนครูพัฒนาความรู้เกี่ยวกับศาสตร์และเทคนิคการสอน การพัฒนาทักษะในการดูและผู้เรียนที่มีปัญหาทางอารมณ์และสังคม

ในปี 2560 นี้ ผมจึงอยากเห็นวงการ Startup ของไทย หันมาสนใจพัฒนา EdTech กันมากขึ้นเพื่อร่วมกันพัฒนาเครื่องมือสำคัญให้ครูและวงการการศึกษาไทยก้าวสู่อนาคตได้ไม่แพ้ใคร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท