
พี่เขยมอบตัวคดีลักรถหลังน้องตกเป็นแพะถูกตัดสินจำคุก4ปี6เดือน
ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ตัวจริงเข้ามอบตัวที่โรงพักวังน้อย หลังหนุ่มวัย 38 ตกเป็นแพะถูกตัดสินจำคุก 4 ปี 6 เดือน
ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ตัวจริงเข้ามอบตัวที่โรงพักวังน้อย หลังหนุ่มวัย 38 ตกเป็นแพะถูกตัดสินจำคุก 4 ปี 6 เดือน
เมื่อวันที่ 7 ม.ค. นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทยได้พา นายอำนาจ ใหม่ปิยะ อายุ 37 ปี มาพบ พ.ต.อ.สามารถ แก้วมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังน้อย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพร้อมขอให้ทางตำรวจได้รื้อฟื้นคดีลักรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2558 ซึ่งคดีดังกล่าวตำรวจวังน้อยได้จับกุมนายพิพัฒน์ บัวน้อย อายุ 38 ปี และล่าสุดศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพากษาเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ให้จำคุกนายพิพัฒน์ 4 ปี 6 เดือน โดยในชั้นสอบสวนนายพิพัฒน์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าทรัพย์ยืนยันว่านายพิพัฒน์ ผู้ต้องหาไม่ใช่คนร้ายตัวจริง แต่เป็นแพะรับบาป
ทนายความแจ้งว่า นายอำนาจ เป็นคนร้ายตัวจริงและเป็นพี่เขยของนายพิพัฒน์ โดยยืนยันว่านายอำนาจ พร้อมรับผิดตามกฎหมาย
ด้าน นายอำนาจ กล่าวว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริงในคดีดังกล่าว ซึ่งช่วงที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นที่บ้านพักที่พักอยู่ที่เดียวกับนายพิพัฒน์นั้น ไม่ได้อยู่ภายในบ้าน ตำรวจจึงได้จับกุมนายพิพัฒน์ไป ซึ่งตอนนั้นตนก็ดีใจที่ไม่ถูกจับกุม จึงหนีไปอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี ต่อมาเมื่อช่วงปีใหม่ได้กลับมาเยี่ยมญาติบ้านที่ตำบลคลองหลวง ก็พบว่านายพิพัฒน์ถูกตัดสินจำคุก จึงเกิดความสงสารน้องสาว ซึ่งเป็นภรรยานายพิพัฒน์และหลานๆ เพราะต้องมารับโทษแทน จึงรู้สึกสำนึกผิด และอยากให้มีการรื้อคดีขึ้นมาเพื่อให้ทุกอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง
ขณะที่ พ.ต.อ.สามารถ กล่าวว่า คดีนี้เสร็จสิ้นไปแล้วตามกฎหมาย ไม่สามารถรื้อคดีขึ้นมาทำใหม่ได้ โดยวันนี้ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น
ด้านทนายความยืนยันว่า จะเข้าร้องเรียนต่อรัฐบาล ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้รื้อฟื้นคดีใหม่ เพื่อให้แพะรับบาปไม่ติดคุก และผู้ก่อเหตุตัวจริงก็พร้อมรับโทษติดคุกตามความผิดแทน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไม่อยากโทษว่าใครสอบสวนผิด แต่อยากให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่เท่านั้น เพื่อช่วยเหลือแพะรับบาป โดยทั้งเจ้าทรัพย์เอง หรือพยานหลายปาก รวมถึงผู้ก่อเหตุตัวจริง ก็ให้การที่สอดคล้องกัน ดังนั้นเชื่อว่าต้องมีกระบวนการเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่แพะรับบาป ส่วนทางญาติผู้ติดคุกก็ไม่ได้คิดจะเอาความผิดอะไรกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง กรณีจับผิดตัวจนต้องมาติดคุกแทนคนทำผิดจริง
นางดวงแก้ว ใหม่ปิยะ ภรรยาของนายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า เมื่อสามีโดนตัดสินจำคุก ก็ถือว่าครอบครัวเดือนร้อนมาก เพราะมีลูกถึง 3 คน จึงอยากขอความเป็นธรรมจากผู้เกี่ยวข้อง







