
ใต้ขาดแคลนอาหารหนัก นครศรีฯปิดสนามบิน-ท่วมลามชุมพร
ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน 9 จังหวัด
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน 9 จังหวัด ได้แก่ จ.พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร รวม 68 อำเภอ 381 ตำบล 2,507 หมู่บ้าน เดือดร้อนหนักหลายหมื่นคน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 คน โดยพื้นที่น้ำท่วมขั้นวิกฤตสุด คือ จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากประสบปัญหาน้ำท่วมทั้งจังหวัด การจราจรอัมพาต สถานที่ราชการ โรงเรียน สถานีขนส่งต้องปิดชั่วคราว ประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ห่างไกลเริ่มขาดแคลนอาหารอย่างหนักแล้ว เพราะเส้นทางถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทำให้ความช่วยเหลือไปไม่ถึงหรือล่าช้า
ขณะที่ความเป็นอยู่ของประชาชนในเมืองและย่านเศรษฐกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะบางพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ส่วนโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และโรงพยาบาลชะอวด ต้องอพยพผู้ป่วยหนีน้ำไปพักอาศัยอยู่ชั้นสูง หลังจากน้ำทะลักเข้าท่วมชั้นล่าง ขณะที่สนามบินนครศรีธรรมราชประกาศหยุด 2 วัน คือ วันที่ 6-7 ม.ค. เนื่องจากมีน้ำเริ่มเข้าบริเวณหัวรันเวย์ 19 จึงมีความจำเป็นต้องปิดระบบไฟนำร่องและเครื่องช่วยเดินอากาศ ส่วนที่ จ.ชุมพร ประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก 4 อำเภอ คือ อ.หลังสวน ทุ่งตะโก ละแม และพะโต๊ะ โดยหนักสุดที่ อ.หลังสวน หลังฝนตกหนักตลอดคืนวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา
ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ได้ประสานหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนแล้ว รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถบรรทุกขนาดใหญ่ เรือท้องแบน อำนวยความสะดวกในการสัญจรแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและจัดทำบัญชีผู้ประสบภัยและทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังโดยด่วน
ด้าน กฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้สั่งการด่วนให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดภาคใต้ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ขณะที่กรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มให้ 9 จังหวัดประสบภัยดังกล่าว จังหวัดละ 50 ล้านบาท เพื่อให้จังหวัดสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงทีและต่อเนื่อง
ขณะที่ จิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กล่าวว่า สปน.มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยอยู่ โดยมีหลักเกณฑ์ 3 ลักษณะคือ 1.จ่ายให้ผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตรายละ 5 หมื่่นบาท 2.มีการเยียวยากรณีที่ทรัพย์สินเสียหายตามข้อเท็จจริง และ 3.หากทางจังหวัดร้องขอมา สปน.สามารถอนุมัติเงินได้ทันทีเบื้องต้น 5 ล้านบาท
พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรักษาชีวิตของประชาชน โดยอพยพจากจุดเสี่ยงภัยไปยังจุดปลอดภัย รวมถึงดูแลการดำรงชีพทางด้านอาหาร เครื่องดื่ม และที่พัก ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมพร้อมคณะรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุด กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยจากระดับ 2 (ขนาดกลาง) เป็นระดับ 3 (ขนาดใหญ่) เพื่อให้การอำนวยการและเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมตั้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ในศูนย์ฯ เขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 12 สงขลา บูรณาการทุกกระทรวง
ด้านกรมบัญชีกลางสั่งขยายงบทดรองจ่ายจังหวัดละ 50 ล้านบาท







