
ชาวบ้านหนีชุลมุน น้ำป่าหลากพัดบ้านหายทั้งหลังที่สุราษฎร์
น้ำท่วมสุราษฎร์ธานีมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ ขณะที่ในอ.กาญจนดิษฐ์น้ำป่าหลากช่วงเช้ามืดพัดบ้านหายทั้งหลัง เจ้าของบ้านหนีทัน
น้ำท่วมสุราษฎร์ธานีมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ ขณะที่ในอ.กาญจนดิษฐ์น้ำป่าหลากช่วงเช้ามืดพัดบ้านหายทั้งหลัง เจ้าของบ้านหนีทัน
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี พบว่า ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ โดยที่ อ.กาญจนดิษฐ์ ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรใน 17 ตำบล ต้องอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ไปพักตามบ้านญาติและที่พักชั่วคราว โดยเฉพาะที่บ้านปากฮาย หมู่ที่ 10 ต.คลองสระ น้ำป่าจากเขาหลวงพัดถล่มบ้านนายผัน จันทร์ภัคดี อายุ 49 ปี เลขที่ 41/4 หมู่ 10 ต.คลองสระ ซึ่งเป็นร้านขายของชำ บริเวณเชิงสะพานคลองฮาย พังหายไปทั้งหลังเหลือเพียงซากเศษปูน
นายผัน กล่าวว่า ช่วงเวลา 05.30 น.น้ำป่าไหลมาแรงและเร็วมาก จึงปลุกเรียกภรรยาและลูกให้วิ่งหนีขึ้นที่สูง โดยเอารถยนต์ออกไปได้เพียงคันเดียว เพียง 10 นาทีทรัพย์สินที่เหลือถูกน้ำซัดหายไปหมดเกลี้ยง
ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมแล้ว 3 รายประกอบด้วยนายบุญรอด หงษ์ศิริ อายุ 67 ปี หมู่ 6 ต.ปากหมาก อ.ไชยา ถูกน้ำป่าพัดเสียชีวิตศพติดพงหญ้าริมคลองปากหมาก ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุ 1 กิโลเมตร, นายถวิล แก้วอำไพ อายุ 71 ปี ถูกน้ำป่าพัดจมน้ำขณะจะไปเก็บของที่บ้าน ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ และ ด.ช.นภัทร ประสิทธิกุล อายุ 11 ปี หมู่ 5 ต.ท่าทอง อ.กาญจนดิษฐ์ จมน้ำขณะเล่นน้ำท่วมหน้าบ้าน
นายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เสียใจที่มีความสูญเสียเกิดขึ้น จึงขอให้ประชาชนช่วยระวังดูแลบุตรหลานอย่าให้ออกไปเล่นน้ำและเป็นห่วงผู้สูงอายุที่เฝ้าดูแลทรัพย์สิน หากเห็นว่าไม่ปลอดภัยควรออกนอกพื้นที่ ซึ่งทางจังหวัดจะเร่งช่วยเหลือค่าจัดการศพและเยียวยาบ้านที่พังเสียหายตามระเบียบราชการ
ด้าน นายสุชีพ มีถม ผอ.เขื่อนรัชชประภา อ.บ้านตาขุน กล่าวว่า ได้หยุดปล่อยน้ำตามแผนระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 4,937 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรองรับได้อีก 700 ล้านลูกบาศก์เมตร หลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เข้าสู่ปกติ ทางเขื่อนจึงจะดำเนินการตามแผนปล่อยน้ำอีกครั้ง







