posttoday
DJ crabily@yahoo.com

DJ [email protected]

06 มกราคม 2560

โดย...DJ [email protected]

โดย...DJ [email protected]

สมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทย (ทีเอสอีเอ) มีข้อมูลมาแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจต่อเวทีการค้าอี-คอมเมิร์ซจีน ที่กำลังแข่งขันอย่างรุนแรง โดยอ้างอิงจากศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

ในช่วงปีที่ผ่านมา ธุรกิจยักษ์ใหญ่จับคู่หาพันธมิตรสู้ศึกสังเวียนตลาดอี-คอมเมิร์ซจีน ในเวทีแข่งขันแย่งครองตลาดอี-คอมเมิร์ซจีน พร้อมแบ่งฝักแบ่งฝ่ายหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยยักษ์ใหญ่ Alibaba จับมือกับ Suning ในขณะที่ Wal-Mart ร่วมมือกับ JD.com ในการรุกตลาด พร้อมแชร์ทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกัน เพื่อขยายฐานผู้บริโภค ชิงส่วนแบ่งตลาดและรายได้มหาศาล

ฝั่งมุมน้ำเงิน 2 ยักษ์ใหญ่จีน Alibaba-Suning ผนึกกำลังจัดตั้งบริษัทอี-คอมเมิร์ซ บริษัท Alibaba Group Holding ยักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซ ร่วมกับบริษัท Suning Commerce Group ผู้นำค้าปลีกเครื่องใช้ภายในบ้านและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จีน วางแผนทุ่มเงิน 1,000 ล้านหยวน (ราว 148 ล้านเหรียญสหรัฐ) จัดตั้งบริษัทอี-คอมเมิร์ซที่นครฉงชิ่ง

ส่งผลให้การแข่งขันระหว่างทีม “Alibaba-Suning” กับ JD.com ซึ่งเป็นผู้เล่นอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่อันดับ 2 ของจีน มีแนวโน้มดุเดือดมากขึ้น

สำหรับการร่วมทุนจัดตั้งบริษัทอี-คอมเมิร์ซของ Alibaba กับ Suning เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง โดย Suning จะลงทุนในบริษัทดังกล่าวทั้งหมด 510 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 51% ขณะที่ Alibaba จะลงทุน 490 ล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 49% ขอบเขตธุรกิจของบริษัทจะครอบคลุมการบริการ การขายส่งและขายปลีก การพัฒนาและการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี

และหลังการจัดตั้ง บริษัทจะดำเนินการบริหารจัดการร้านค้าที่ Suning เปิดขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Alibaba รวมถึงขยายธุรกิจภายใต้รูปแบบคัสโตเมอร์-ทู-บิซิเนส (ซีทูบี) พร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจออนไลน์-ทู-ออฟไลน์ (โอทูโอ) เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ผู้ค้าปลีกขนาดกลาง-ขนาดย่อมและผู้บริโภค

หลายฝ่ายมองว่า การร่วมทุนครั้งนี้นอกจากจะเป็นความร่วมมือทางกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งของทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังเป็นการผสานกำลังด้านทรัพยากร แพลตฟอร์มสินค้า บริการ และเทคโนโลยี บนพื้นฐานของการบริหารธุรกิจของแต่ละฝ่ายอย่างเป็นอิสระต่อกัน ซึ่งความร่วมมือระหว่าง 2 บริษัทนี้เป็นโครงการนำร่องของ Alibaba ในการหาหนทางใหม่เพื่อช่วยแบรนด์ดั้งเดิมให้ปรับเปลี่ยนตัวเองในยุคแห่งโลกดิจิทัล

ด้านมุมแดง Wal-Mart ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอเมริกา จับมือ JD.com ขาใหญ่อี-คอมเมิร์ซในจีน หลังจากเดือน มิ.ย.ปีก่อน Wal-Mart ได้ขายธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในจีน คือ “Yihaodian” ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกออนไลน์อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องใช้ในบ้านและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีฐานลูกค้ามหึมาทางภาคตะวันออกและภาคใต้ของจีนให้กับ JD.com เพื่อแลกกับการเข้าถือหุ้นใน JD.com ประมาณ 5% มูลค่าประมาณ 145 ล้านหยวน ซึ่ง JD.com สามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบของ Yihaodian เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความหลากหลายของสินค้า ในขณะที่การเปิดร้าน Sam’s Club ของ Wal-Mart บนแพลตฟอร์มของ JD.com ทำให้ Wal-Mart ได้เข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ของ JD.com และได้เข้าถึงตลาดผู้บริโภคชาวจีนง่ายขึ้น  

ไม่เพียงเท่านี้ ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันพัฒนาระบบ Supply Chain เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนให้สามารถเลือกซื้อสินค้านำเข้าได้หลากหลายมากขึ้นด้วย โดยเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา Wal-Mart ได้เพิ่มการถือหุ้นใน JD.com จาก 5.9% เป็น 10.8%

เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดจีน และคาดการณ์ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า 25% ของยอดขาย Wal-Mart ทั่วโลกจะมาจากจีนเพียงประเทศเดียว 

ศึกอี-คอมเมิร์ซจีนกำลังแข่งขันดวลกันอย่างดุเดือด พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะเป็นใครที่ครอบครองตลาดนี้และโดนใจผู้บริโภคได้มากกว่านั้นยังต้องจับตามองกันต่อไป

ทิศทางดังกล่าวถือเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของค้าปลีกออนไลน์จีน ที่ฝั่งไทยต้องติดตามเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง