
เพิ่มสิทธิปลูกถ่ายเซลล์
บอร์ดสปส.เห็นชอบขยายวงเงินรักษามะเร็งเม็ดเลือด1.3ล้าน
บอร์ดสปส.เห็นชอบขยายวงเงินรักษามะเร็งเม็ดเลือด1.3ล้าน
ประกันสังคมเห็นชอบขยายสิทธิประโยชน์ปลูกถ่ายไขกระดูก ให้ใช้เนื้อเยื่อจากผู้บริจาคได้ พร้อมขยายวงเงินรักษาเป็น 1.3 ล้าน
นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า บอร์ด สปส.ได้เห็นชอบปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน ในกรณีปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตในปี 2560 โดยเฉพาะการขยายความคุ้มครองกรณีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากเนื้อเยื่อผู้บริจาค จากเดิมที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีการปลูกถ่ายโดยใช้เนื้อเยื่อตนเองและเนื้อเยื่อพี่น้องในครอบครัวเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังขยายอายุของผู้มีสิทธิได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากเดิม 60 ปี เป็น 65 ปี รวมถึงเพิ่มโรคที่มีสิทธิได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ได้แก่ โรคไขกระดูกผิดปกติชนิดพังผืด
“รวมถึงยังปรับเพิ่มอัตราค่าบริการทางการแพทย์ กรณีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากเดิม 7.5 แสนบาท เป็น 1.3 ล้านบาท สำหรับกรณีปลูกถ่ายเนื้อเยื่อพี่น้อง และกรณีได้รับการบริจาคเนื้อเยื่อ โดยรวมค่าเตรียมเนื้อเยื่อ ค่าอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายกรณีปลูกถ่ายด้วย” เลขาธิการ สปส.กล่าว
นพ.สุรเดช กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาในปี 2559 มีผู้ประกันตนที่ได้รับการอนุมัติสิทธิกรณีการปลูกถ่ายไขกระดูกแล้วจำนวน 74 ราย โดยจากนี้ สปส.จะส่งผู้ประกันตนเข้ารับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับ สปส.
โดยสถานพยาบาลดังกล่าว ประกอบด้วย 8 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
ทั้งนี้ สำหรับโรคที่มีสิทธิได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตตามเงื่อนไขใหม่ รวม 8 โรค ได้แก่ 1.มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเรื้อรัง 2.มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเฉียบพลัน 3.มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโบลาส ชนิดเฉียบพลัน
4.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 5.ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง 6.ไขกระดูกผิดปกติ ระยะก่อนเป็นมะเร็ง 7.มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า และ 8.ไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด







