
หนุ่มร้องทุกข์กองปราบตามคดีถูกการ์ดผับย่านพระราม3ทำร้ายบาดเจ็บ
หนุ่มร้องทุกข์กองปราบหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังถูกการ์ดผับย่านพระราม3-กลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจรุมทำร้าย
หนุ่มร้องทุกข์กองปราบหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมหลังถูกการ์ดผับย่านพระราม3-กลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจรุมทำร้าย
เมื่อวันที่ 5 ม.ค.นายวีระชัย (ขอสงวนนามสกุล) พร้อมครอบครัว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองปราบปราม เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมให้ช่วยติดตามคดีถูกการ์ดรักษาความปลอดภัยผับแห่งหนึ่งย่านถ.พระราม3 อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร และ กลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ไปเที่ยวดื่มกินภายในผับดังกล่าว
นายวีระชัย กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมาได้เดินทางไปเที่ยวผับดังกล่าวกับเพื่อนอีก 1 คนโดยระหว่างที่อยู่ภายในผับ เพื่อนได้นำบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเนื่องจากไม่ทราบว่าภายในร้านดังกล่าวมีกฎห้ามสูบบุหรี่ จึงทำให้กลุ่มการ์ดของร้านเข้ามาตักเตือน จากนั้นเพื่อนจึงนำบุหรี่ไปทิ้งนอกร้าน
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. หลังจากร้านปิดได้มานั่งรอรถเพื่อกลับบ้านพร้อมเพื่อนบริเวณหน้าร้าน ก็ได้มีกลุ่มการ์ดของร้านประมาณ 20 คน เดินเข้ามาหาถามเพื่อนของตนว่า “มีอะไรข้องใจหรือเปล่า” พร้อมกับโชว์บัตรอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะนำสุรามาสาดใส่หน้าเพื่อนของตนและเข้าทำร้ายจนตนและเพื่อนได้รับบาดเจ็บ
ทั้งนี้ขณะที่ถูกรุมทำร้าย เพื่อนได้พยายามวิ่งหนีออกไปที่บริเวณเกาะกลางถนนเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กลับมีชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ไล่ตามมา ก่อนจะจอดรถลงมารุมทำร้ายซ้ำ โดยอ้างว่าตนและเพื่อนมีพฤติกรรมต้องสงสัยว่ากำลังจะขโมยรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะแยกย้ายกันหนีไป ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในบริเวณดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้เข้าช่วยเหลือ
นายวีระชัยกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตนและเพื่อนได้ไปแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เพื่อเอาผิดกับกลุ่ม การ์ดรักษาความปลอดภัยของร้านและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างว่าเป็นตำรวจ กับ พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร แต่เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงนำเอกสารหลักฐานมายื่นต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อช่วยตรวจสอบคดีด้วย
นายวีระชัยกล่าวด้วยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนและเพื่อนค่อนข้างเสียความรู้สึกกับการปฏิบัติหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะที่เกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านใดที่อยู่ในที่เกิดเหตุเข้ามาให้การช่วยเหลือตนและเพื่อน ทั้งที่เพื่อนเป็นบุตรชายของดาบตำรวจ หมู่งานจราจร สน.ชนะสงคราม ส่วนตนก็มีบิดาเป็นเจ้าหน้าทหาร น่าจะเห็นใจกันบ้าง อีกทั้งแค่ปัญหาแค่นี้ก็ไม่น่าจะถึงขั้นลงไม้ลงมือทำร้ายกันจนบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ โดยเพื่อนได้รับบาดเจ็บถึงขั้นกระดูกเบ้าตาแตก
ด้านพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองปราบปราม ได้ทำการสอบปากคำผู้เสียพร้อมกับตรวจสอบหลักฐานในเบื้องต้น ก่อนส่งเรื่องประสานไปยัง พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีดังกล่าวต่อไป







