
ญี่ปุ่นรุกอาเซียนคานอำนาจจีน
นิตยสารเดอะ ดิโพลแมท เสนอบทความอ้างสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ญี่ปุ่นกำลังมองถึงความเป็นไปได้ในการจัดหาเรดาร์ป้องกันน่านฟ้าให้ไทย เพื่อตอบโต้กับการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของอิทธิพลจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นิตยสารเดอะ ดิโพลแมท เสนอบทความอ้างสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า ญี่ปุ่นกำลังมองถึงความเป็นไปได้ในการจัดหาเรดาร์ป้องกันน่านฟ้าให้ไทย เพื่อตอบโต้กับการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของอิทธิพลจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประชันท์ ปรเมศวรันท์ คอลัมนิสต์ของเดอะ ดิโพลแมท กล่าวว่า ความพยายามพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างญี่ปุ่นกับไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดในอาเซียน เห็นได้จากความร่วมมือที่ครอบคลุมแทบทุกด้าน อาทิ เศรษฐกิจ ธุรกิจ วัฒนธรรม การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การจัดการภัยพิบัติ และความมั่นคงทางทะเล
นับตั้งแต่การกลับมาของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ในปี 2012 ญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากต่อความมั่นคงในอาเซียน การประกาศวิสัยทัศน์เวียงจันทน์ กล่าวคือญี่ปุ่นให้ความสนใจจัดหายุทโธปกรณ์ให้กับประเทศในอาเซียน ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 2016 แสดงให้เห็นความพยายามในการคานอำนาจของจีนในภูมิภาค
แม้พัฒนาการความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างญี่ปุ่นและประเทศที่เป็นผู้เล่นตัวหลักในทะเลจีนใต้ดูจะมีความก้าวหน้ามากกว่าความสัมพันธ์กับไทย แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้มองข้ามในเรื่องนี้ เก็น นาคาทานิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นในขณะนั้นเดินทางเยือนไทยเมื่อเดือน มิ.ย. 2016 และสามารถบรรลุข้อตกลงได้หลายอย่าง เช่น การจัดตั้งกลไกการหารือระหว่างกองทัพบกไทยและกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น และเห็นพ้องต่อความสำคัญของการร่วมมือในกรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประเทศ
คู่เจรจา
ทั้งนี้ การที่ญี่ปุ่นเร่งสร้างความสัมพันธ์ทางการทหารที่ดีกับไทยจะส่งผลดีต่อสหรัฐด้วย เมื่อพิจารณาจากความตึงเครียดในบริเวณทะเลจีนใต้ รวมถึงการขาดหายไปสหรัฐนับตั้งแต่มีการรัฐประหารในไทยเมื่อปี 2014
รอยเตอร์สรายงานเสริมว่า ระบบเรดาร์ที่ญี่ปุ่นต้องการจะขายให้ไทยนั้นผลิตโดยบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค ซึ่งเป็นระบบเก่าที่กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นใช้ตรวจหาภัยทางอากาศ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณทางทหารของไทยทำให้ญี่ปุ่นต้องพิจารณาเสนอขายระบบที่มีราคาต่ำลงมา
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ว่า มีหลายประเทศเสนอขายระบบเรดาร์ให้กับไทย ซึ่งต้องพิจารณากันว่าระบบใดจะเหมาะกับไทยมากที่สุด







