
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า...มีผลต่อสุขภาพจริงหรือ?
นับเป็นข่าวน่ายินดี...ที่เทคโนโลยีด้านการโทรคมนาคมของประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุค 4จี เต็มรูปแบบ และในวาระขึ้นปีใหม่ 2560 นี้ ต่างคาดหมายกันว่าจะมีผู้ลงทะเบียนใช้มือถือเติบโตขึ้นมากกว่า 1,300 ล้านเครื่อง ดังนั้นผู้มีหน้าที่ให้บริการจึงต้องเตรียมการจัดตั้งสถานีเครือข่ายเพื่อเป็นต้นทางในการแพร่สัญญาณให้สอดคล้องกับระบบจำนวนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
นับเป็นข่าวน่ายินดี...ที่เทคโนโลยีด้านการโทรคมนาคมของประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุค 4จี เต็มรูปแบบ และในวาระขึ้นปีใหม่ 2560 นี้ ต่างคาดหมายกันว่าจะมีผู้ลงทะเบียนใช้มือถือเติบโตขึ้นมากกว่า 1,300 ล้านเครื่อง ดังนั้นผู้มีหน้าที่ให้บริการจึงต้องเตรียมการจัดตั้งสถานีเครือข่ายเพื่อเป็นต้นทางในการแพร่สัญญาณให้สอดคล้องกับระบบจำนวนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
บางแห่งต้องเข้าไปสร้างถึงเนื้อที่ในแหล่งชุมชนที่ใกลกับบ้านเรือนของผู้อยู่อาศัย จึงเกิดคำถามในประเด็นปัญหาจากชาวบ้านในชนบทบางแห่งตามมาว่า เมื่อสร้างสถานีแพร่สัญญาณดังกล่าวแล้ว คลื่นวิทยุหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่... มิเป็นอันตรายต่อสุขภาพ-ร่างกายของชาวบ้านผู้อยู่ใกล้เสาส่งฯ หรอกหรือ?
จึงเกิดข้อ “ปุจฉา” ตามมาว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลตามกฎหมาย มีความเห็นในประเด็นนี้ประการใด? และจะให้ความมั่นใจในเรื่องสุขภาพของประชาชนผู้อยู่ใกล้เคียงเสาส่งฯ อย่างไร?
ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นนักกฎหมายและเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง ย่อมเกิดความกังวลใจไม่ต่างกับพี่น้องเช่นเดียวกัน จึงต้องไปศึกษาบริบทของกฎหมายการปกครอง จากข้อเขียนที่เต็มไปด้วยสาระข้อคิดในหนังสือ...
“คิดเรื่องกฎหมายโทรคมนาคม กับ ดร.สุทธิพล” ของ สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สปท.อดีต กสทช.ผู้ครํ่าหวอดทางกฎหมายโทรคมนาคม ซึ่งได้เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า...เจตนารมณ์สูงสุดของกฎหมายการกำกับดูแล ก็คือ การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคให้ดีขึ้นจากหน้าที่ของผู้ประกอบการ
สุทธิพล ได้เน้นให้เห็นว่า “การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนและระงับข้อพิพาท มีนัยว่า กสทช.ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้บริโภคในการร้องเรียนปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการ แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่าการมีสิทธิร้องเรียน คือสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาแก้ไขปัญหา ในการนี้ กสทช.ได้วางระบบเรื่องการรับเรื่องร้องเรียนขึ้นใหม่ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงตัวประกาศรับเรื่องร้องเรียนเพื่อลดปัญหาคอขวด ผลคือการร้องเรียนได้รับการจัดการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ กสทช.จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 พ.ย. 2556 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อรองรับปริมาณเรื่องร้องเรียนที่จะปรับตัวสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเปิดให้บริการ 3จี และการจัดการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz. ที่ผ่านมาและมีการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปีนี้ โดยหาก กสทช.เตรียมระบบในเรื่องนี้ไว้อย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาต้นน้ำ ก็จะบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนในกิจการโทรคมนาคมให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นธรรม และสามารถคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคได้สูงสุดและดียิ่งขึ้น”
นอกจากการศึกษาแง่มุมข้อกฎหมายสำหรับการแก้ไขข้อพิพาทและความไม่เข้าใจระหว่างชาวบ้านผู้บริโภคกับผู้ประกอบการดังกล่าวแล้ว เพื่อความเข้าใจหรือรู้ข้อเท็จจริงในปัญหาที่เกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน ผู้เขียนจึงได้หาโอกาสเข้าพบกับ กสทช.ผู้ดูแลกิจการโทรคมนาคม “ตัวจริงเสียงจริง” เพื่อทราบข้อเท็จจริงในเชิงวิทยาศาสตร์
ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กสทช.ด้านกิจการโทรคมนาคม ได้ไขข้อข้องใจให้ฟังว่า...“ความจริงแล้ว คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามี 2 ประเภท หนึ่งคือ คลื่นไอโอไนช์ ซึ่งมีผลกระทบต่อเซลล์ เช่น รังสีเอกซเรย์ที่ใช้ในวงการแพทย์ และอีกหนึ่งคือ คลื่นนันไอโอไนซ์ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อเนื้อเยื่อ หรือเซลล์ของมนุษย์ โดยให้เพียงความร้อนเท่านั้น เช่น คลื่นวิทยุ AM/FM และคลื่นจากสถานีฐานโทรทัศน์ เป็นต้น
อีกทั้ง นักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ ได้ให้ความเห็นว่าอันตรายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้น ขึ้นอยู่กับระดับกำลังคลื่นฯ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบแล้วเตาไมโครเวฟ ยังมีระดับกำลัง 1 กิโลวัตต์ ขณะที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2จี มีระดับกำลัง 2 วัตต์ 3จี มีกำลังเพียง 0.8 วัตต์ และ 4จี ก็ยิ่งมีกำลังน้อยลงไปอีก
ฉะนั้น การปล่อยคลื่นสัญญาณโทรศัพท์จากสถานีฐานนั้น เครื่องรับสัญญาณจะอยู่ด้านบนสุดของเสา ซึ่งระยะห่างจากเสามีผลระดับกำลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ใช้รับ-ส่งสัญญาณระหว่างโทรศัพท์เคลื่อนที่กับเสาส่งสัญญาณ ถ้าอยู่ไกลเสาก็จะใช้กำลังมากกว่า แต่จะไม่เกินกำลังสูงสุดที่กำหนดไว้ของอุปกรณ์ แต่ผู้คนมักกลัวเสาส่งสัญญาณที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เครื่องรับ-ส่งสัญญาณจะอยู่บนยอดเสา และต้องใช้เสาใหญ่ก็เพื่อให้เครื่องรับ-ส่งอยู่สูงๆ อันจะส่งสัญญาณได้ไกลและปลอดภัยยิ่งกว่า ขณะที่สถานีโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยิ่งใช้กำลังส่งน้อยกว่าเป็นอย่างมากและสามารถติดตั้งในเขตพื้นที่ชุมชนได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องเป็นห่วงครับ!”
ชาญไชย ไทรเจียม อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้ความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า... กรณีที่คนทั่วๆ ไป เกิดความกลัวคลื่นความถี่โทรศัพท์จากเสาส่งสัญญาณที่ตั้งอยู่ใกล้บ้าน ซึ่งจริงๆ แล้วคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของโทรศัพท์มือถือไม่มีผลต่อร่างกาย ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ไม่ทำให้เซลล์กลายพันธุ์ แต่ที่น่ากลัวกลับจะเป็นการใช้โทรศัพท์นานๆ มากกว่า เพราะ...กำลังคลื่นที่ส่งแนบกับสมองโดยเฉพาะการโทรออกที่ใช้คลื่นแรงมาก นั่นเอง!
อย่างไรก็ดี...ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ได้กล่าวผ่านผู้เขียนว่า “ปีใหม่นี้ กสทช.มีนโยบายในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น และเป้าหมายการพัฒนาระบบการบริหารในองค์กรให้สอดคล้องกับนโยบายแห่งรัฐเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติและประชาชน ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของชาวบ้าน กสทช.ใส่ใจดูแลอยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง!
สำหรับการดำเนินการในปี 2560 ที่ประชุมคณะทำงาน กสทช. ได้มีการกำหนดนโยบายเชิงรุก 13 ข้อ มีข้อหลักๆ เช่น การสร้างองค์กรโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นกระบวนการจัดตั้งงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใสทุกขั้นตอน
ทั้งนี้ จะเร่งนำเงินรายได้ปี 2559 ส่งกระทรวงการคลังเพื่อเป็นรายได้ของแผ่นดินให้ทันการทำงบประมาณใหม่ รวมถึงการกระจายอำนาจในการออกใบอนุญาตให้ กสทช.ทั้ง 4 ภาคสามารถดำเนินการแทน กสทช.ในส่วนกลางได้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในทุกภูมิภาค
ขณะเดียวกันการช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล-การขยายงวดการชำระเงินค่าประมูลในงวดที่ 4 งวดที่ 5 และงวดที่ 6 ออกเป็นหลายๆ งวด
- การลดอัตราค่าธรรมเนียมรายปี โดยใช้บังคับกับรายได้ที่เกิดในปี 2559 ซึ่งจะส่งผลให้ภาระค่าธรรมเนียมรายปีโดยรวมลดลงกว่า 50%
- จะเร่งสนับสนุนการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ และจะเร่งรัดมาตรการป้องกันปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์
- เร่งรัดการติดตั้งอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านตามภารกิจบริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อสังคม
- การประมูลเบอร์มือถือสวยอย่างต่อเนื่อง โดยเงินรายได้ที่เกิดจากการประมูลในไตรมาส 2, 3 และ 4 ต่อไปจะส่งเป็นรายได้ของแผ่นดินทั้งหมด
- การสร้างความมั่นใจให้ประชนในการทำงานในระบบพร้อมเพย์ เพื่อให้ประชาชนที่ใช้มั่นใจ ว่าจะไม่เกิดเงินสูญหายแน่นอน
- จัดซิมสำหรับคนพิการ ซื้อในราคาพิเศษ ทั้งการนำสายสื่อสารลงดินและการจัดระเบียบสายสื่อสารสำนักงาน กสทช.เพื่อสร้างทัศนียภาพสวยงามและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน
- สรุปวงเงินรายได้ในช่วงเยียวยาคลื่นความถี่ 1800 และ 900 Mhz เพื่อเร่งนำรายได้ที่เกิดจากบริการช่วงดังกล่าวส่งเป็นของแผ่นดิน
จะเห็นได้ว่า การดำเนินการล้วนเป็นผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนผู้ใช้บริการทั้งสิ้น เสมือน ส.ค.ส. 2560 ส่งความสุขแด่ทุกท่านในปีไหม่นี้”...เมื่อทราบดังนี้ ผู้เขียน “ขอปรบมือ” ให้ครับ!
ทั้งนี้ การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ปัจจุบันได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในสังคม ไม่ต่างกับการเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิตประจำวันไปแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จักต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาประโยชน์ร่วมกันของรัฐและราษฎร์ ผู้บริโภคในขณะเดียวกันด้วย.....
แต่...เรื่องของสุขภาพ พลานามัย ก็มีความสำคัญยิ่งกว่า ทรัพย์สินเงินทอง เสียอีก...ว่าไหม?!!







