
คาดสายอีสานช่วงสีคิ้ว-สายเหนือช่วงนครสวรรค์ติดขัดขากลับกรุง
ตำรวจทางหลวงห่วงเส้นทางสายอีสานช่วงสีคิ้ว-สายเหนือช่วงนครสวรรค์ติดขัดขากลับกรุง คาดจราจรหนาแน่นช่วงบ่าย 2 ม.ค.เป็นต้นไป
ตำรวจทางหลวงห่วงเส้นทางสายอีสานช่วงสีคิ้ว-สายเหนือช่วงนครสวรรค์ติดขัดขากลับกรุง คาดจราจรหนาแน่นช่วงบ่าย 2 ม.ค.เป็นต้นไป
เมื่อวันที่ 1 ม.ค. พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า ในช่วงที่ประชาชนจะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯหลังช่วงหุดยาวปีใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าจะเริ่มมีประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯจำนวนมากตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 2 ม.ค.และต่อเนื่องจนถึงวันที่ 3 ม.ค.โดยพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนจะแตกต่างจากการเดินทางออก โดยจะเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ พร้อมกัน
"จุดที่เจ้าหน้าที่เป็นห่วงเรื่องการจราจรมากที่สุด คือเส้นทางในสายอีสานบริเวณถนนมิตรภาพ ตั้งแต่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ยาวเรื่อยมาจนถึงจังหวัดสระบุรี เนื่องจากในเส้นทางดังกล่าวเป็นช่วงขึ้นลงช่องเขาเนินสูง ทำให้ประชาชนที่เดินทางกลับ ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและไม่สามารถใช้ความเร็วได้ โดยรถทั้งหมดจะมารวมตัวกันตรงจุดนี้"พล.ต.ต.สมชายกล่าว
ส่วนเส้นทางจากจังหวัดสระบุรี มุ่งตรงเข้ากรุงเทพฯเจ้าหน้าที่จะเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายรถเข้ากรุงเทพ ตามแผนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ตลอดเส้นทางจะมีตลาดผลไม้ จุดขายของฝาก และสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้การจราจรในรายทางยิ่งเคลื่อนตัวช้ามากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงไปดูแลการจราจรในพื้นที่ อย่างเข้มงวด โดยจะจัดการจราจรและบังคับใช้กฎหมาย
พล.ต.ต.สมชาย กล่าวอีกว่า ส่วนในเส้นทางสายเหนือ จุดที่น่าเป็นห่วงคือ บริเวณถนนสายเอเชียช่วงจังหวัดนครสวรรค์ และเส้นบายพาสเลี่ยงตัวเมือง เนื่องจากในจุดนี้มีสถานีบริการน้ำมันและจุดขายของที่ระลึกจำนวนมาก ประชาชนที่เดินทางลงมาจากเส้นสายเหนือมักจะแวะพักรถในจุดนี้รวมถึงซื้อของฝาก ทำให้การจราจร ติดขัดชะลอตัว
ทั้งนี้หากสถานีบริการน้ำมันแห่งใด มีปริมาณรถมากหนาแน่น เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงขอความร่วมมือปิดไม่ให้รถเข้าจนกว่าจะระบายรถภายในได้ทั้งหมดจึงจะให้เปิดบริการตามปกติ
นอกจากนี้พบว่าในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา มีผู้ใช้รถใช้ถนนบางคน มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมยกกรวยยางที่เจ้าหน้าที่ใช้ กั้นไม่ให้ลงไหล่ทาง หรือเปิดเป็นช่องทางพิเศษ และยังมีการยกแบริเออร์พลาสติกสีส้ม ซึ่งใช้การปิดจุดกลับรถ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนจำนวนเกือบ 10 คัน ในปีนี้ เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากประชาชน ห้ามเคลื่อนย้าย อุปกรณ์ต่างๆของทางเจ้าหน้าที่เด็ดขาด เนื่องจากมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ หากพบว่ามีการเคลื่อนย้าย จะถูกดำเนินคดีในข้อหาทำลายเครื่องหมายของเจ้าพนักงานมีโทษปรับ ถึง 2,000 บาท และหากทำให้ เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหาย เจ้าหน้าที่จะติดตามตัวดำเนินคดีในภายหลัง
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







