
ปีใหม่ให้ฉลาดกว่าปีเก่า
“ความตายไม่น่ากลัวเท่าความกลัวตาย สิ่งที่เรากลัวแทบทุกอย่าง น่ากลัวน้อยกว่าความกลัวต่อสิ่งนั้น”
โดย...วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org
“ความตายไม่น่ากลัวเท่าความกลัวตาย สิ่งที่เรากลัวแทบทุกอย่าง น่ากลัวน้อยกว่าความกลัวต่อสิ่งนั้น”
พระไพศาล วิสาโล กล่าวในช่วงหนึ่งของวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องความตาย ที่ห้องประชุมเครือข่ายพุทธิกา ในซอยเหล่าลดา เชิงสะพานอรุณอมรินทร์ ก่อนสิ้นปี 2559 ไม่นาน
หลายปีมาแล้ว ท่านเคยยืนยันในเชิงท้าทายว่า “สังคมและการดำเนินชีวิตจะเปลี่ยนไป ถ้าผู้คนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อเรื่องความตาย”
ท่านกล่าวว่า การมองความตายเป็นเรื่องปกปิด อัปมงคล หลงลืม ไม่รับรู้ เหมือนคิดว่าเราจะเป็นอมตะ เลยพยายามสร้างอะไรต่อมิอะไรราวกับจะอยู่ค้ำฟ้า สะสมทรัพย์สินราวกับว่าจะได้ใช้ชั่วฟ้าดินสลาย เราจึงไม่เคยพอ เอาเงินเอาความสำเร็จเป็นเป้าหมาย เอาแต่เสพสุขโดยหลังลืมความตาย อยู่แบบลืมความตาย แต่ถ้าเราคิดได้ว่าอายุเราอาจแค่ร้อยปี ก็จะตระหนักว่าการมุ่งหาแต่เงินทองก็เป็นความโง่อย่างหนึ่ง โดยเฉพาะหากคิดว่าจะเอาเงินเหล่านั้นมาเพื่อเสพสุขเพราะสุดท้ายก็เป็นของคนอื่น
ถ้าคนเรานึกถึงความตายก็จะไม่มุ่งหาเงินทองอย่างเดียว แต่จะมุ่งสร้างความดีทำชีวิตให้มีคุณค่า มีความอ่อนโยนต่อทุกสิ่ง กับญาติมิตร ครอบครัว ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
ดังที่ท่านกล่าวในอีกตอนหนึ่งว่า “เมื่อยังมีลมหายใจ คือโอกาสทองที่จะทำสิ่งดีๆให้กัน”
จึงกระทั่งว่าสังคมและอารยธรรมจะเปลี่ยนไป ถ้าเราตระหนักเรื่องความตาย
ช่วงปลายปี 2559 เครือข่ายพุทธิกาองค์กรเอกชนเพื่อพระพุทธศาสนาที่พระไพศาลเป็นประธาน เปิดเชิญชวนผู้สนใจมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องความตาย ผ่านการเขียนหนังสืองานศพตัวเอง ในชื่อโครงการ Book of Memorial
เป็นที่รู้กันอยู่ว่าหนังสืองานศพโดยทั่วไป เป็นอนุสรณ์ที่คนข้างหลังจัดทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงคนที่จากไป ส่วนใหญ่ก็มักเป็นท่วงทำนองสรรเสริญคุณความดีที่ผู้วายชนม์เคยทำมา โดยที่เจ้าของหนังสือไม่มีโอกาสได้อ่าน
โครงการ Book of Memorial ของเครือข่ายพุทธิกา จึงนับเป็นครั้งแรกของวงการหนังสือก็ว่าได้ ที่เป็นการริเริ่มจัดทำหนังสืองานศพตัวเอง
หนังสืองานศพที่คนตายจะได้อ่านก่อนตาย ถือเป็นการเตรียมตัวตายแบบหนึ่ง
และเป็นโอกาสที่จะได้ฝึกระลึกถึงความตายของตัวเอง อันเป็นที่แน่นอนเพียงแต่ไม่อาจรู้ล่วงหน้าว่าจะมาถึงเมื่อไร
“ความตายของคนที่เรารักเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น คนที่หันหลังให้ความจริงมักจะถูกความจริงโบยตี คนที่คิดสวนทางกับความเป็นจริงเหมือนทวนกระแสน้ำเชี่ยว จะถูกน้ำพัดพาไป ความตายคือความจริงที่ไม่มีใครหนีพ้นรวมทั้งความตายของเรา เมื่อระลึกเช่นนี้ก็ต้องเตรียมพร้อม”
และฝึกบ่อยๆ
“ต้องซ้อมมันจะคล่อง ตอนเจอความตายมันตกใจ แต่ถ้าเราเตรียมมาดี เตรียมใจเตรียมสติรับมือเมื่อความตายมาถึง ด้วยหลักง่ายๆ 2 ข้อ นึกถึงพระ และละทุกสิ่ง”
กลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้และฝึกทำหนังสือBook of Memorial รุ่นนำร่อง เป็นวงเล็กๆมีสมาชิก 20 คน นัดพบกลุ่ม 3 ครั้ง ฟังธรรมกถาเรื่องความตายจากพระไพศาล เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการเขียนจากนักสารคดีมืออาชีพหลังผ่านกระบวนการไปแล้วนอกจากโลกทัศน์ความเข้าใจ ซึ่งเป็นนามธรรมภายในใจของแต่ละคน ในแง่รูปธรรมทุกคนพอมองเห็นเค้าโครงหนังสืองานศพตัวเองจากการออกแบบเองและได้แนวทางการเขียนเนื้อหา ซึ่งทุกคนก็เขียนบางส่วนบางบทออกมาแล้ว
ส่วนองค์กรผู้จัดก็ได้แนวทางและได้ความมั่นใจที่จะเดินหน้าต่อ ดังมีแผนการที่จะจัดโครงการ Book of Memorial รุ่นต่อไปช่วงหลังปีใหม่นี้
ขนบของวาระปีใหม่ในค่านิยมเดิม อาจมองไม่เป็นมงคลที่จะพูดเรื่องความตายในช่วงเทศกาลที่ควรรื่นเริงส่งคำอวยพรอ่อนหวานให้แก่กัน
แต่คำอวยพรปีใหม่ที่ท่านพุทธทาสมักมอบให้แก่สาธุชนอยู่เป็นประจำ ท่านกล่าวว่าปีใหม่ขอให้ฉลาดกว่าปีเก่า
ถ้าเราได้รู้จักหรือตระหนักเรื่องความตายอย่างถูกต้อง หรือตายก่อนตายเสียได้ ก็น่าจะนับได้ว่าเป็นความฉลาดอย่างหนึ่ง







