
50 วินาที
ผีเสื้อกลางคืนตัวนั้น บินวนขึ้นเล่น แสงไฟสีส้ม ก่อนลงเกาะบนผนังประดับลวดลายเทพพนม ตั้งแต่พื้นไปจนจรดเพดาน
โดย...ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ผีเสื้อกลางคืนตัวนั้น บินวนขึ้นเล่น แสงไฟสีส้ม ก่อนลงเกาะบนผนังประดับลวดลายเทพพนม ตั้งแต่พื้นไปจนจรดเพดาน ผมเงยหน้ามองตามไป พยายามทำใจให้นิ่ง พยายามให้น้ำไม่ไหลออกจากตามากนัก
ผมกำลังอยู่ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพราะเป็นวันที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญกุศลถวาย และเป็นวันที่ผมต้องกลั้นข่มใจมากถึงที่สุด พยายามมองไปรอบๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปทางอื่น
เพดานแยกเป็น 4 ด้าน แต่ละด้านมีคานรับ4 คาน ไฟกิ่งประดับผนังด้านละ 4 ดวง แสงสีส้มส่องอาบผนังลายเทพพนม สลับกับไม้แกะสลักปิดทองฝีมือละเอียดยิบยากหาที่ใดเสมอเหมือน ถือเป็นที่สุดแห่งฝีมือช่างชาวสยาม พระบรมสาทิสลักษณ์อยู่ในกรอบประดับด้วยดอกไม้สีขาวและสีม่วงอ่อน
ผมไม่กล้ามองนาน พานจะทำใจไม่ไหว ผมมองต่อไปถึงหน้าพระบรมแท่น พุ่มกุหลาบประดับเต็มแจกัน...เหลืองอร่าม
จากนั้นผู้คนก็ทยอยเดินเข้ามา เดินแถวหน้ากระดานเรียงสี่ ทุกผู้คนทุกเพศวัย จากน้องตัวน้อยจนถึงคุณยายผู้มีลูกหลานคอยพยุงทุกอย่างเงียบกริบ มีเพียงเสียงเบาๆ จากคุณเจ้าหน้าที่บอกให้ทุกคนทรุดกายนั่ง จากนั้นก็กราบแนบหน้าลงกับพื้น กราบคนที่พวกเขาพวกเธอรักสุดจิตสุดใจ
ใบหน้าเหล่านั้นเรียบเฉย มีบ้างที่นัยน์ตาแดงก่ำ ปากเม้มสนิท บางคนพึมพำอะไรเบาๆ กับตัวเอง คงเป็นถ้อยคำสัญญาบางประการ ที่มีเพียงแค่เขากับพระองค์เท่านั้นที่ได้ยิน
ผมจับเวลา นับตั้งแต่พี่น้องลุงป้าเดินแถวเข้ามา ทรุดกาย ก้มกราบ ลุกขึ้น เดินออก เวลารวมทั้งหมดไม่ถึง 1 นาที อันที่จริง ผมจับเวลานับสิบรอบ จนบอกได้เป๊ะๆ ว่าประมาณ 50 วินาที
ผมสะอึก น้ำตาไหลอีกแล้ว มันกลั้นไม่ไหวจริงๆ ผมทราบดีว่าแทบทุกคนอดทนรอมาหลายต่อหลายชั่วโมง ไม่นับเวลาเดินทางก่อนหน้านั้นบางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด 2 วัน 3 วันกี่วัน?
กี่วัน กี่ชั่วโมง เพื่อขอเวลาเพียง 50 วินาทีที่ได้ก้มกราบพระองค์ท่าน
หากมีการวัดบันทึกไว้เป็นสถิติ ผมมั่นใจว่านี่คือการใช้เวลามากที่สุดเพื่อกระทำในสิ่งที่สั้นที่สุดในโลกหล้า คนหลายล้านเดินทางมาจากทั่วสารทิศ อดทนรอคอยนานแสนนาน เพื่อ 50 วินาทีในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ห้าสิบวินาทีที่จะพึมพำสัญญาต่อพระองค์ ห้าสิบวินาทีที่จะจำต่อไปอีกห้าสิบปี กว่านั้น...และกว่านั้น
จากจุดที่ผมนั่ง ผมเห็นใบหน้าพี่น้องลุงป้าชัดเจน เห็นริมฝีปากที่คล้ายเอ่ยเอื้อนถ้อยคำ เห็นนัยน์ตาแดงก่ำ เห็นหยาดน้ำตาของคุณยายเห็นเด็กน้อยปาดแก้ม เห็นคุณฝรั่งก้มลงกราบได้งดงามไม่แพ้คนไทย
แต่ละคน...แต่ละกลุ่ม ผ่านผมไป สี่สิบคน...แปดสิบใบหน้า...ร้อยยี่สิบ...สี่ร้อย และเรื่อยไป...เรื่อยไปประเทศนี้มีหลายครั้งที่คุณสับสน มีหลายหนที่บางคนท้อถอย จนกลายเป็นคำล้อเลียน เมืองไทยเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ เมืองที่หลายหนความดีกลับถูกความชั่วกลืนกิน ผู้คนหม่นหมอง หมดสิ้นกำลังใจใช้ชีวิตอยู่ไปเพียงวันๆ
ผมไม่ปฏิเสธว่าบางทีผมมองหน้าลูก มองหน้าหลาน พลางคิดว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร เราจะอยู่ในประเทศแบบไหน
ผมมองอีกครั้ง มองความจริงที่เห็นอยู่เบื้องหน้า มองผู้ชายวัยเดียวกับผม ผู้กำลังพนมมือพูดอะไรบางอย่างกับตนเอง บางอย่างที่เขาเชื่อมั่นว่าฟ้ากำลังสดับรับฟัง
กี่แสนกี่ล้านคนที่กระทำเช่นนี้ กี่สิบกี่ร้อยชั่วโมงเพื่อแลกกับเวลา 50 วินาที เพื่อกราบ...เพื่อให้สัญญากับพระองค์ผู้จากไป
ให้สัญญากับคนที่เสียสละทุกอย่าง ผมหมายถึง “ทุกอย่าง” เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ทรงแบกรับภาระ “สมมติเทพ” ที่หนักหนาสาหัสนี้ไว้ มาตลอด70 ปี
กี่ครั้งกี่หน เมื่อฟ้าหม่นมืดทมิฬ ประชาชนกรีดร้องขอความช่วยเหลือ
บุรุษผู้หนึ่งจะก้าวออกมา ยืนตระหง่านป้องกันภัยให้ประชาชนของพระองค์ ด้วยกำลังกายกำลังใจ กำลังสมอง เหนือกว่าถ้อยคำพรรณนาใด
วันนี้พระองค์ไม่อยู่กับเราแล้ว แต่สิ่งที่พระองค์ทรงทำ ยังอยู่กับพวกเราตลอดไป...นิจนิรันดร์ ทรงปกป้องคุ้มครองจิตวิญญาณ เพื่อให้พวกเรายังคงมีจุดยึดมั่น มีคำสัญญาที่ให้ไว้ มีการกระทำที่ต้องพึงกระทำตามสัญญา
น้ำตาผมไหลจนห้ามไม่อยู่ ไหลออกมาจนคนข้างกายเหลือบมอง แต่ผมไม่สนใจอีกแล้ว ผมเข้าใจแล้ว เข้าใจเมื่อเห็นใบหน้าหลายร้อยมองตรงไปเบื้องบน เข้าใจเมื่อเห็นการกราบซบหน้าแนบพื้นพรมพระที่นั่งจึงจักไม่กลัวว่าอนาคตจะเป็นเช่นใด จึงจักกระทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เพราะวันหน้าเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยคำสัญญาที่พวกเขาพวกเธอมีให้ไว้
คำสัญญาที่คนหลายล้านคนมีให้ไว้...คำสัญญาที่ให้ไว้กับคนที่เข้มแข็งที่สุด กล้าหาญที่สุด และดีที่สุดบนแผ่นดิน!







