posttoday
จะไป SAGA 16

จะไป SAGA 16

01 มกราคม 2560

ตรงลานด้านล่างก่อนขึ้นบันไดไป มีเสาโทริอิต้นเล็กๆ อีกต้นหนึ่งที่ด้านข้างอาคารเช่าเครื่องราง

ตรงลานด้านล่างก่อนขึ้นบันไดไป มีเสาโทริอิต้นเล็กๆ อีกต้นหนึ่งที่ด้านข้างอาคารเช่าเครื่องราง ตรงนั้นเป็นทางเข้าศาลเจ้าย่อยชื่อ Iwasaki Shrine ซึ่งเป็นเรื่องปกติของศาลเจ้าและวัดใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นที่ในอาณาบริเวณอาจจะมีศาลเจ้าหรือวัดย่อยตั้งอยู่ด้วย อย่างที่ได้อรรถาธิบายไปแล้วว่าศาลเจ้า Yutoku Inari แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพหลายองค์

ดังนั้น การมีศาลเจ้าย่อยของแต่ละเทพแยกออกมาจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ศาลเจ้าย่อยตรงนี้มีจุดเด่นตรงป้ายรูปหัวใจสีชมพูขนาดใหญ่หลังเสาโทริอิมองเห็นเด่นแต่ไกล ไม่บอกก็คงทราบกันว่าเป็นศาลเจ้าที่เกี่ยวข้องกับความรักและความสัมพันธ์ (Enmusubi) หลายท่านคงคุ้นเคยกับศาลเจ้าลักษณะนี้มาบ้างอย่างเช่นบนวัดคิโยมิสึ ที่เกียวโต หรือที่ศาลเจ้าอิสึโมะ จังหวัดชิมาเนะ ก็จะเห็นเด็กนักเรียนหรือหนุ่มสาวพากันไปขอพรมากมาย

สำหรับที่ Yutoku Inari ก็มีลูกเล่นหวานแหวว ปกติป้ายม้าที่ใช้เขียนขอพรจะเป็นรูปห้าเหลี่ยม แต่ของที่นี่ทำเป็นรูปหัวใจ รวมทั้งเครื่องรางแห่งความรักก็เป็นรูปหัวใจสีชมพูกับสีฟ้า เพิ่มความกุ๊กกิ๊กเข้าไปอีก เป็นกุศโลบายที่ดีในการเชิญชวนเด็กวัยรุ่นหรือหนุ่มสาวเข้ามายังศาลเจ้า ด้านหน้าศาลเจ้า Iwasaki ยังมีตู้เซียมซีขนาดใหญ่ไว้ให้เสี่ยงทาย อ่านเสร็จถ้าไม่ดีก็มีที่ให้ผูกไว้ไม่ต้องนำใบเซียมซีกลับ แต่ถ้าดีนี่เก็บติดตัวไว้เลย ผมเคยได้เบอร์หนึ่งซึ่งเป็นเซียมซีที่ดีที่สุด ยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้แม้จะผ่านมานานปีแล้ว เพราะเพื่อนญี่ปุ่นหลายคนเคยบอกไว้ว่าเสี่ยงเซียมซีมานี่ไม่เคยได้เบอร์หนึ่งเลย เป็นเบอร์ที่คนญี่ปุ่นทุกคนอยากได้สักครั้งในชีวิต

จะไป SAGA 16

 

จากด้านล่างเราเดินขึ้นบันไดไปยัง Gohonden หรืออาคารหลักของศาลเจ้า Yutoku Inari ระหว่างเดินขึ้นไปสังเกตเห็นลักษณะการก่อสร้างเป็นการวางเสาค้ำยันคล้ายกับวัดคิโยมิสึ ที่เกียวโต ที่ใช้การเข้าลิ่มแทนการใช้นอตหรือตะปู อาคาร Gohonden สวยสดงดงามด้วยสีแดงจัดจ้าน และลวดลายประดับต่างๆ ทั้งบนเสา ผนัง และเพดาน แต่แปลกใจตรงที่มีลวดลายฉลุรูปหัวใจประดับอยู่หลายตำแหน่ง เลยสอบถามกับรองผู้ดูแลศาลเจ้า จึงได้รับคำตอบว่า อันที่จริงแล้วลายฉลุรูปหัวใจนี้คือลายลูกตาหมูป่า ซึ่งเป็นเหมือนยันต์ป้องกันเพลิงไหม้ เพราะมีความเชื่อว่าเวลาเกิดไฟไหม้ หมูป่าจะเป็นสัตว์ชนิดแรกที่สำเหนียกและวิ่งหนีก่อนใคร จึงนำตาหมูป่ามาฉลุเป็นลวดลายแล้วประดับไว้ตามตำแหน่งสำคัญต่างๆ ประหนึ่งช่วยสอดส่องดูแล

หลังจากคารวะเทพเจ้าตามธรรมเนียมแบบชินโตพร้อมทำบุญด้วยเหรียญ 5 เยน เป็นที่เรียบร้อย ก็เตร็ดเตร่ไปเดินชมเครื่องรางที่ให้เช่าอยู่ด้านข้างศาลหลัก ซึ่งมี Miko หรือผู้ช่วยงานในศาลเจ้าที่เป็นสุภาพสตรีคอยอำนวยความสะดวก เอาจริงๆ ผมเห็นมิโกะมาร่วมสามสิบปีแต่ไม่เคยศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของเหล่ามิโกะเลย วันนี้ถือว่าโชคดีได้รองผู้ดูแลศาลเจ้ามาให้ความกระจ่างพร้อมเชื้อเชิญมิโกะมาให้เราได้พูดคุยอย่างใกล้ชิด ต้องถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พูดคุยกับมิโกะในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากการถามว่าเครื่องรางชิ้นนี้คืออะไร ชิ้นไหนมีคุณสมบัติตามที่ต้องการ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักว่า มิโกะ เป็นใครกัน

ในอดีต มิโกะ คือนักบวชหญิงหรือหญิงสาวที่ปฏิบัติงานในศาลเจ้า และยังหมายรวมถึงคนทรงเจ้าหรือหมอผีด้วย  แต่ในปัจจุบันมิโกะเป็นอาชีพหนึ่งที่ต้องฝึกฝนเรียนรู้เพื่อทำงานและประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในศาลเจ้า ตั้งแต่งานพื้นๆ อย่างการกวาดลานหรือล้างพื้น ไปจนถึงการร่ายรำ Kagura อันศักดิ์สิทธิ์ เวลาไปศาลเจ้าเราจะเห็นผู้หญิงที่สวมกางเกงยาวขาบานสีแดงที่เรียกว่า Hakama คู่กับเสื้อกิโมโนสีขาวที่เรียกว่า Haori พร้อมกับผูกโบสีขาวหรือสีแดง นั่นแหละครับ มิโกะ

จะไป SAGA 16

 

ซึ่งจะแต่งกายด้วยสีขาวอันแสดงถึงความบริสุทธิ์  เนื่องจากศาสนาชินโตนั้นเน้นในเรื่องของความพิสุทธิ์ และมิโกะเองก็ต้องเป็นหญิงพรหมจรรย์เท่านั้น แต่เดิมการเป็นมิโกะ เป็นหน้าที่ที่สืบสานกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจมีบ้างที่อาสาสมัครเข้ามา หรือถูกแต่งตั้งโดยผู้นำชุมชน ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่จะเข้ามาฝึกฝนเป็นมิโกะได้นั้น จะต้องมีลางบอกเหตุที่คนในชุมชนมองว่าเป็นสัญญาณของความเป็นมิโกะ เช่น การเห็นภาพหลอน มีอาการหวาดผวา เป็นต้น

ในปัจจุบันอาการลักษณะนี้เรียกว่า Shamanistic sicknesses หรืออาการป่วยที่เสมือนเป็นคนทรงเจ้านั่นเอง หากมีอาการดังกล่าว เด็กผู้หญิงคนนั้นก็จะถูกส่งตัวมาฝึกฝนเป็นมิโกะ โดยจะเริ่มหลังจากการมีประจำเดือนครั้งแรก ผู้ฝึกสอนวิชามิโกะให้ก็คือมิโกะหรือคนทรงที่มีอาวุโสกว่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเครือญาติของผู้ฝึก เริ่มต้นด้วยการฝึกสมาธิควบคุมจิตใจไม่ให้วอกแวกไปกับสิ่งรอบตัว เช่น ชำระร่างกายด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ การละเว้นกิเลสและศีลต้องห้ามต่างๆ

การสังเกตธรรมชาติของมนุษย์ การเจ็บป่วย การบาดเจ็บหรือการเสียชีวิต  เมื่อฝึกตนจนมีความนิ่งพอแล้วถึงเริ่มฝึกวิธีการติดต่อกับเทพเจ้าและวิญญาณที่ล่วงลับ ด้วยการเป็นร่างทรงโดยยินยอมให้เทพเจ้าหรือวิญญาณใช้ร่างของตัวเองเป็นสื่อ ผ่านพิธีการสวดมนต์ ร่ายรำ หรือร้องเพลง อันเป็นเหตุให้เด็กหญิงที่จะมาเป็นมิโกะทุกคนจะต้องเรียนวิชาการดนตรี เพื่อเข้าใจถึงท่วงทำนองของบทเพลง บทสวด และมนตราคาถาอย่างถ่องแท้ โดยท่วงทำนองส่วนใหญ่จะใช้เครื่องดนตรีจำพวกกลอง เครื่องตี เครื่องเคาะ เป็นตัวให้จังหวะ

และอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ประกอบพิธีกรรมก็คือ กระจก หรือแผ่นโลหะสะท้อนแสง ดังที่เคยเล่าไปหลายหนแล้วว่า เทพสูงสุดของญี่ปุ่นคือเทพีแห่งพระอาทิตย์ อามะเทระสึ ดังนั้นวัตถุสะท้อนแสงต่างๆ จึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะส่งผ่านความสว่างไสวจากเทพไปสู่หมู่มวลมนุษย์นั่นเอง และที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ ดาบคาตานะ อันเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเทพชั้นสูง มิโกะยังต้องจดจำชื่อเทพที่สำคัญของชุมชนอย่างแม่นยำ รวมไปถึงพลังอำนาจของเทพแต่ละองค์  และในขั้นตอนสุดท้าย มิโกะจะฝึกภาษาลับที่ใช้กันเฉพาะในหมู่มิโกะด้วยกัน พร้อมทั้งเรียนรู้วิชาการทำนายดวงชะตาและฝึกการใช้มนตราคาถา ซึ่งตลอดการฝึกฝนอาจกินเวลาตั้งแต่ 3-7 ปี จากนั้นจึงจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมิโกะอย่างเต็มตัว

จะไป SAGA 16

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท