
สามโจรเปิดปากสารภาพปล้นบุหรี่-ฆ่าโหด 2 ศพ
แก๊งปล้นรถขนบุหรี่ 8 ล้านสารภาพฆ่า 2 พนักงานก่อนนำบุหรี่ไปขายให้นายทุนที่จ.สระบุรีในราคา 3 ล้านบาท
แก๊งปล้นรถขนบุหรี่ 8 ล้านสารภาพฆ่า 2 พนักงานก่อนนำบุหรี่ไปขายให้นายทุนที่จ.สระบุรีในราคา 3 ล้านบาท
พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และชุดสืบสวนตำรวจ สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา แถลงผลจับกุม นายมาโนชญ์ งามขำ ชาวบ้าน ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ชายแดนอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมยึดรถยนต์กระบะอีซูซุ สีเขียว มีหลังคาหมายเลขทะเบียน บฉ 615 สระแก้ว พาหนะที่ร่วมกับพวกก่อเหตุสังหารโหดนายวสันต์ สังข์ยะลอ พนักงานขับรถ และนายสัญชัย สินสุรินทร์ พนักงานประจำรถบรรทุกขนส่งบุหรี่ของ บริษัท สีตะวัน จำกัด จ.สมุทรปราการ แล้วนำไปทิ้งไว้ภายในไร่มันสำปะหลัง บ้านมะเกลือใหม่ หมู่ที่ 10 ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เมื่อ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา
หลังจากนั้นได้ขยายผลติดตามจับกุม นายสิทธิศักดิ์ ฉ่ำบุญ ชาวบ้านต.บงใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และนายวัลลพ ปะทุม ชาวบ้านต.หนองสังข์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้ร่วมแก๊งได้ที่อ.หนองแค จ.สระบุรี ส่วนหลักฐานสำคัญที่ทำให้ชุดสืบสวนสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้ คือ รถยนต์กระบะอีซูซุ สีเขียว ต่อหลังคาสูง หมายเลขทะเบียน บฉ 615 สระแก้ว เนื่องจากมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดยืนยันว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้วิ่งสะกดรอยตามรถบรรทุกบุหรี่ที่ถูกปล้นมาตลอดทางก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญในการคลี่คลายคดีนี้
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผลผู้ที่ร่วมกระบวนการได้อีก 1 คน คือนางอมรรัตน์ ทองอ่อน ชาวบ้าน ต.สำโรงใหม่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 309/2553 ของ สภ.บางม่วง ในข้อหารับของโจรกรณีที่ได้ร่วมกระทำผิดกับนายมาโนชญ์ และนายสิทธิศักดิ์ ที่เคยปล้นรถขนบุหรี่เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ท้องที่ อ.บางม่วง จ.นครสวรรค์
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือฆ่า นายวสันต์ และนายสัญชัย จริง โดยมีนายสิทธิศักดิ์ เป็นผู้ลงมือสังหารโหดด้วยการใช้อาวุธปืนพกสั้นแมกกาซีน ขนาด 7.65 มิลลิเมตร จากนั้นนายมาโนชญ์ ได้นำขับรถบรรทุก 6 ล้อ ขนบุหรี่ไปจอดทิ้งในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ส่วนนายสิทธิศักดิ์ และนายวัลลพ ได้ขับรถกระบะนำบุหรี่ที่ปล้นมาได้ 320 หีบ ไปส่งขายให้กับนายทุนคนหนึ่งที่จ.สระบุรีในราคา 3 ล้านบาท โดยนัดส่งมอบของกันในท้องที่อ.หนองแค จ.สระบุรี
อย่างไรก็ตามยังไม่ได้รับเงินค่าบุหรี่ เนื่องจากนายทุนรับปากว่าจะนำเงินค่าบุหรี่มาให้ในภายหลัง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวนายทุนคนดังกล่าวแล้วและกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยังรับสารภาพว่า เคยร่วมกันก่อเหตุปล้นรถขนบุหรี่มาแล้วครั้งหนึ่งในพื้นที่อ.บางม่วง จ.นครสวรรค์ เมื่อเดือน.ย.2552 จนถูกศาลจังหวัดนครสวรรค์ออกหมายจับ ก่อนจะมาก่อคดีซ้ำที่จังหวัดนครราชสีมาในครั้งล่าสุด
และเวลาประมาณ 15.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิ์ศักย์ รองผบก.ภ.นครราชสีมา และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สูงเนิน ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ริมถนนสายมิตรภาพ ขามุ่งหน้าเข้าตัวจังหวัดนครราชสีมา ห่างจากที่พบศพผู้ตายประมาณ 2 กิโลเมตรโดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ขับรถปาดหน้ารถบรรทุกบุหรี่คันดังกล่าว และได้แสดงตัวเป็นตำรวจเข้าตรวจค้น ก่อนที่จะลากผู้ตายทั้ง 2 ลงจากรถบรรทุกและได้ใส่กุญแจมือและใช้เทปกาวปิดตาและปากของทั้งสองคนก่อนขับรถพาผู้ตายทั้ง 2 รายไปยิงทิ้งที่บริเวณริมไร่มันสำปะหลังบ้านมะเกลือใหม่ หมู่ที่ 10 ตำบลมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากถนนมิตรภาพฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานครประมาณ 500 เมตร ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนีท่ามกลางประชาชนที่ทราบเหตุต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก







