
พรที่ล้ำค่าของคนไทย
ในวาระส่งท้ายปีเก่า 2559 ซึ่งเป็นปีแห่งการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
ในวาระส่งท้ายปีเก่า 2559 ซึ่งเป็นปีแห่งการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร นำมาซึ่งความโศกเศร้าของพสกนิกรทั่วทั้งประเทศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันหาที่สุดมิได้ เพราะสิ่งที่พระองค์ในฐานะพ่อของแผ่นดินทรงทำเพื่อคนไทยตลอด 70 ปีที่ผ่านมาไว้อย่างมากมายมหาศาล เป็นยิ่งกว่าเทวดาบนสรวงสวรรค์ที่ประธานพรวิเศษให้กับคนไทยและแผ่นดินไทย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโอง “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” พระองค์ทรงนำพาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ และทุกครั้งที่เกิดปัญหาในบ้านเมืองพระองค์ก็ทรงนำพาประเทศและประชาชนผ่านพ้นทุกวิกฤตและทุกปัญหามาได้ทุกครั้ง พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อให้พสกนิกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปรากฏเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า 4,000 โครงการ ล้วนแต่เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน
พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนาที่มีสายพระเนตรอันยาวไกล สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับมวลมนุษยชาติในโลกใบนี้ จนเป็นที่ประจักษ์มากมาย โดยที่ประชุมขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ครั้งที่ 144 ระหว่างวันที่ 11-15 มิ.ย. 2555 ณ สำนักงานใหญ่องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่ประชุมได้มีมติสนับสนุนและร่วมกันผลักดันให้มีการจัดตั้ง “วันดินโลก” (World Soil Day) โดยกำหนดให้วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันดินโลก เนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาชาติ
ช่วงวิกฤตต้มย้ำกุ้ง พ.ศ. 2540 คนไทยต้องเผชิญกับวิบากกรรมอย่างแสนสาหัส นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังทั้งในระดับโลกและระดับประเทศตะลึงงันกับสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและลุกลามไปในภูมิภาค หัวปั่นอยู่กับการแก้ปัญหาตามทฤษฎีที่เรียนมา ติดอยู่ในกับดักของทุนนิยมจนหาทางออกไม่เจอ แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางดำเนินชีวิตให้กับประชาชนทุกระดับชั้น ซึ่งไม่มีอยู่ในตำราที่มีการเรียนการสอนในสถานศึกษาบนโลกใบนี้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วและมีหลายประเทศน้อมเกล้าฯ นำไปปฏิบัติกับประเทศตัวเอง
ที่ยกมานี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ “ศาสตร์พระราชา” ที่หยิบยกมาในโอกาสส่งท้ายปีเก่า พ.ศ. 2559 เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะด้วยสภาพทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะขีดความสามารถของประเทศไทย หรือขีดความสามารถของรัฐบาลที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือจะโทษรัฐบาลที่ผ่านๆ มา สร้างปัญหาหมักหมมเอาไว้ หรือจะอ้างสภาพเศรษฐกิจของโลกที่กำลังย่ำแย่ หรือจะโทษฟ้าโทษดินอะไรก็ตาม แต่ข้อเท็จจริง ก็คือ คนไทยคงต้องอยู่กับสภาวะที่เป็นอยู่นี้ต่อไป
ดังนั้น พรอันประเสริฐที่สุดสำหรับปวงชนชาวไทยในโอกาสส่งท้ายปีเก่า พ.ศ. 2559 ก็คือ การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติอย่างแท้จริง เพื่อสานต่อพระราชปณิธานที่ต้องการให้ประเทศไทยพัฒนาอย่างยั่งยืนและมั่นคง สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยทุกคนประสบแต่ความสุขไปตลอดกาล







