
สรุปภาพรวมพาณิชย์ไทย 2559
โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ภัทรพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อนุกรรมาธิการการพาณิชย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ภัทรพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา อนุกรรมาธิการการพาณิชย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
เริ่มเปิดศักราชใหม่ 2559 ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นปีแรก และยังมีประเทศอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ (ซีแอลเอ็มวี) รัฐบาลมีนโยบายหลัก 5 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนภาคการส่งออกและการลงทุนให้เห็นเป็นรูปธรรม ได้แก่ เจาะลึกตลาดสำคัญ เน้นตลาดซีแอลเอ็มวี และการค้าชายแดน พัฒนาตลาด พัฒนาการค้าออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) และนำสินค้าเกษตรไทยสู่โลก โดยเป้าหมายการขยายตัวร้อยละ 5 อีกทั้งนโยบายประชารัฐที่เป็นแนวทางการดำเนินงานสานพลังในทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งการปฏิรูปประเทศ
ด้านการส่งเสริมเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพมีโครงการสานพลังประชารัฐ โดยหน่วยงานภาครัฐเอกชนร่วมกัน เพื่อเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนามย่อม (SMEs Pro-active) เพื่อหนุนผู้ประกอบการกว่า 2,600 ราย ไปร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในตลาดต่างประเทศ งานสุดยอดแบรนด์ไทย (TOP Thai Brands) เป็นงานแรกที่ประเทศกัมพูชา โดยนำผู้ประกอบการไทยชั้นนำเข้าร่วมกว่า 236 ราย เป็นต้น
ช่วงครึ่งปีแรก จะเห็นได้ว่า นโยบายดังกล่าวพยายามผลักดันสินค้าและบริการไปสู่ภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่ลดลง กำลังซื้อภายในประเทศที่ปรับตัวลดลง สภาพหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี ในเมื่อเศรษฐกิจไทยส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกในแง่การส่งออก จึงทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเป็นไปได้ยาก
ด้านการค้าระหว่างประเทศ บางส่วนเกิดผลกระทบจากเหตุการณ์ก่อการร้ายในต่างประเทศก่อให้เกิดผลเชิงจิตวิทยา ทำให้ประชาชนจำกัดกิจกรรมต่างๆ และการจับจ่ายสินค้าและบริการในห้างร้าน เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคเนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายออนไลน์และใช้บริการส่งสินค้ามากขึ้น สินค้าและบริการไทยที่อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น รวมถึงสินค้าอาหารไทยและสินค้าอุปโภคบริโภคที่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีก ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของธุรกิจออนไลน์
อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์โลกทั้งเบร็กซิต และการเลือกตั้งประธา นาธิบดีสหรัฐ ก็จะเป็นอีกตัวแปรหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ การเงิน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ความไม่แน่นอนทางการเมืองทั้งในอิตาลี อังกฤษ อียู และสหรัฐ
ด้านสินค้าเกษตรนั้น จากผลของราคาน้ำมันที่ลดลงน่าจะส่งผลบวก แต่กลับกลายเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรตกไปด้วย ทั้งราคาข้าว ยาง กระทบต่อภาคเกษตรกร ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง และการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าสำคัญด้วยแล้วนั้น ส่งผลต่อการส่งออกข้าวในปีนี้มีแนวโน้มลดลง
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันนั้น ไทยมีคู่แข่งในกลุ่มประเทศอาเซียนที่พัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้เทียบเคียงหรือดีกว่าของไทย ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม และยังคงรักษาตำแหน่งไว้ซึ่งการเป็นผู้นำด้านการส่งออกข้าวในลำดับต้นของโลกต่อไป
ด้วยนโยบายรัฐด้านพาณิชย์เริ่มขับเคลื่อนนำเศรษฐกิจไทยสู่ยุคของบริการและการตลาด (Demand Driven) ซึ่งเป็นการปรับให้ภาคบริการและการตลาดนำเศรษฐกิจไทยแทนภาคการผลิตสินค้า เพื่อให้ทุกภาคส่วนเศรษฐกิจการค้าต้องสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดหรือผู้ซื้อ เพื่อลดปัญหาสินค้าและบริการมีปริมาณเกินความต้องการของตลาด รวมทั้งลดปัญหาคุณภาพไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดนั้น นับเป็นแนวทางการบูรณาการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างความต้องการของตลาดให้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างโอกาสของสินค้าให้เพิ่มขึ้นนั้น
นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจในรูปแบบที่ท้าทายขึ้น โดยมีการพัฒนาและสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อที่จะเพิ่มคุณค่าให้แก่สินค้าและบริการให้สมเหตุสมผลที่ลูกค้าจะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้านั้น สอดคล้องกับนโยบายโมเดลประเทศไทย 4.0 ที่เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-Based Economy) ซึ่งเป็นผลดีในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่สมัยใหม่ โดยเป็นเกษตรกรแบบเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur) การเปลี่ยนจาก Tradi tional SMEs ไปสู่การเป็น Smart Enterprises และ Startups ที่มีศักยภาพสูง การเปลี่ยนจาก Tradi tional Services ไปสู่ High Value Services และการเปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะสูง
ในโลกสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง และผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นและอาจก่อตัวอย่างรวดเร็วไปตามกระแสเทคโนโลยี รวมทั้งความต้องการของตลาดที่มีความผันผวนอยู่ตลอด อีกทั้งต้องพร้อมรับมือต่อปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ผู้ประกอบการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในเรื่องสภาพคล่องทางด้านการเงิน แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมล้วนแต่ประสบปัญหาสภาพคล่องในปัจจุบัน การจะก้าวไปสู่นโยบายรัฐดังกล่าวอาจเป็นเรื่องที่ลำบากยิ่ง และถ้าเพิ่มเติมโมเดลใหม่เข้าไปแล้ว ยิ่งทำให้ต้องใช้เงินทุนเพิ่มขึ้นไปอีก เพื่อไปเสริมศักยภาพ ปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด และเติมเต็มในส่วนที่ทำให้ธุรกิจมีความพร้อมยิ่งขึ้น
ความเป็นจริงแล้วผู้ประกอบการในหลายภาคส่วน ล้วนแต่ต้องการขยายธุรกิจและปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ทันสมัยต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ปัจจัยเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องนั้นเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกที่ผู้ประกอบการพิจารณาและติดปัจจัยดังกล่าว ถ้านโยบายรัฐส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อเป็นการส่งให้ถึงเป้าหมายอย่างแท้จริง การพิจารณาเงื่อนไขที่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยที่ยังมีอยู่อีกมาก ได้มีโอกาสก้าวสู่เวทีการค้าระดับประเทศ พัฒนาไปสู่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และก้าวสู่เวทีโลกต่อไป
ฟันเฟืองใหญ่นั้นแม้หมุนไปเพียงน้อยนิด แต่ยังมีฟันเฟืองเล็กอีกมากที่ยังหมุนขับเคลื่อนไปเช่นกัน







