posttoday
ทีวีดิจิทัล3รายหานายทุนอุ้ม

ทีวีดิจิทัล3รายหานายทุนอุ้ม

29 ธันวาคม 2559

นักวิชาการเผย ทีวีดิจิทัลอีก 2-3 ช่อง ส่อไปไม่รอด ดอดเจรจาผู้ประกอบการเงินหนาเข้าถือหุ้น หวังพยุงธุรกิจให้อยู่รอด 

นักวิชาการเผย ทีวีดิจิทัลอีก 2-3 ช่อง ส่อไปไม่รอด ดอดเจรจาผู้ประกอบการเงินหนาเข้าถือหุ้น หวังพยุงธุรกิจให้อยู่รอด 

นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลในปี 2560 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่ไม่สามารถแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้ และอาจต้องหาผู้ร่วมทุนเข้ามาช่วยพยุงธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตทางการเงิน ขณะนี้มีกระแสข่าวออกมาว่ามีผู้ประกอบการประมาณ 2-3 ช่อง อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมทุนรายใหญ่ให้เข้าร่วมทำธุรกิจ

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้หลายคนจะเป็นห่วงในกลุ่มผู้ประกอบการที่มีเรตติ้งอยู่ในอันดับท้ายๆ ว่าอาจจะทำธุรกิจทีวีดิจิทัลไม่ครบ 15 ปี แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ 2 ช่องใหญ่ ซึ่งถือว่ามีเรตติ้งอยู่ในอันดับต้นๆ ต้องหาผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยในส่วนของช่องวันได้เปิดทางให้กลุ่มปราสาททองโอสถ ที่เข้ามาซื้อหุ้นถึง 50% ส่งผลให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ขณะที่ช่องอมรินทร์ทีวีก็ได้มีการขายหุ้นให้กับบริษัท วัฒนภักดี บริษัทของนายฐาปน สิริวัฒนภักดี และนายปณต สิริวัฒนภักดี ให้เข้ามาถือหุ้นในอัตราส่วน 47.62% ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการที่จะดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัลต่อไปได้ต้องมีสายป่านที่ยาวเท่านั้น

“การแข่งขันที่รุนแรงบวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยเอื้อต่อการทำธุรกิจ คนที่มีสายป่านยาวเท่านั้น จึงจะไปต่อได้ ส่วนคนที่ไปไม่ไหวก็ต้องหานายทุนเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน ซึ่งตอนนี้จะมองแค่ช่องที่อยู่ท้ายๆ อย่างเดียวไม่ได้แล้วว่าจะไปรอดหรือไม่รอด แต่ต้องมองที่สายป่านด้วยว่าจะยาวแค่ไหน ส่วนช่องท้ายๆ ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณาเข้าน้อย” นายมานะ กล่าว

สำหรับภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัลในปี 2560 คาดว่าจะมีการแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความเข้าใจในการรับชมและเลือกชมรายการที่ตัวเองชอบมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการที่ยังหาเอกลักษณ์และจุดขายของช่องตัวเองไม่ได้ต้องรีบหาให้เจอ เนื่องจากปี 2560 ยังคงเป็นปีที่น่าเป็นห่วง เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจยังไม่มีความชัดเจน หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ภาคธุรกิจก็ยังคงชะลอการใช้งบซื้อสื่อโฆษณา และจากปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้รับผลกระทบตามไปด้วย

นายมานะ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอด เห็นได้จากการปรับตัวในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาผู้ร่วมทุน หรือการนำคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ชมมาออกอากาศ

ด้าน นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล กล่าวว่า จากการที่ภาครัฐมีการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ด้วยการใช้มาตรา 44 ต่อลมหายใจผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ด้วยการยืดระยะเวลาจ่ายค่าประมูลใบอนุญาตจากเหลือ 3 งวด เป็น 6 งวด แบบทยอยแบ่งจ่ายได้นั้น ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีความคล่องตัวในการทำธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากสามารถนำเม็ดเงินส่วนที่ต้องจ่ายค่าใบอนุญาตมาลงทุนในส่วนของคอนเทนต์รายการประเภทต่างๆ เพื่อเรียกผู้ชมได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ การที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีแผนที่จะแจกคูปองรับกล่องสัญญาณที่เหลือ ด้วยการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนรูปแบบการรับกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลจากคูปองเป็นการแสดงบัตรประชาชนก็สามารถรับกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลมาได้เลย น่าจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงการรับชมทีวีดิจิทัลได้เร็วมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท