posttoday
พาณิชย์เปิดเกมรุกแผนส่งออก ดันปี’60 โต3-3.5%

พาณิชย์เปิดเกมรุกแผนส่งออก ดันปี’60 โต3-3.5%

29 ธันวาคม 2559

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

การส่งออกปี 2560 ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งเป็นเป้าการทำงานและมีการคาดการณ์ว่าการส่งออกอาจขยายตัวถึง 3.5% หากเศรษฐกิจโลกมีทิศทางการฟื้นตัวอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่หากดูการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจโลกในปีหน้า พบว่ายังเติบโตในระดับต่ำประมาณ 3.4% เท่านั้น ทำให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจำเป็นต้องงัดกลยุทธ์ในการเจาะตลาดทั้งสินค้าและบริการ เพื่อผลักดันให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ แผนการเจาะตลาดในปี 2560 พบว่ากระทรวงพาณิชย์ยังคงเน้นการเร่งรัดขยายตลาดส่งออกเชิงรุก (Demand Driven) โดยอาเซียนยังคงเป็นตลาดสำคัญ เพราะมีสัดส่วนต่อการส่งออกไทยในภาพรวมปัจจุบันถึง 25% โดยเฉพาะตลาดซีแอลเอ็มวี (เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) ซึ่งกลยุทธ์ในการเข้าเจาะตลาด คือการทำกิจกรรมผ่านงาน ท็อปไทยแบรนด์ เน้นสินค้าคุณภาพแบรนด์ไทยคุณภาพสูง ต่อยอดถึงกลุ่มอาเซียนเดิม 5 ประเทศ และรวมการทำตลาดจีน อินเดีย อิหร่าน เข้าไปด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ทำแผนเจาะลึกไปยังตลาดรายเมืองแบบ City Focus เพิ่มการจัดจ้างตัวแทนการค้า (Trade Representative) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 20 ราย มารองรับภารกิจด้านอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และยังจะเน้นการเจาะตลาดกลุ่มเฉพาะ (Niche Market) เช่น ตลาดออร์แกนิก ฮิสแปนิก สินค้าเพื่อผู้สูงอายุ สินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยง สินค้ากรีนโปรดักต์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายในการส่งออกสินค้าไทย

ตลาดการค้าออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) เป็นอีกหนึ่งเรือธงที่กระทรวงพาณิชย์จะใช้เป็นช่องทางในการผลักดันผู้ประกอบการไทยผ่านช่องทาง Thaitrade.com ตลาดกลางพาณิชย์ดิจิทัล และเชื่อมต่อช่องทางเว็บไซต์ต่างประเทศทั่วโลก เช่น  Amazon.com และ Alibaba.com เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในระดับนโยบายการผลักดันภาคส่งออกให้ขยายตัว กระทรวงพาณิชย์จะมีการสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ตามนโยบายของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ต้องการให้เจรจาหุ้นส่วนเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับองค์กร  เพื่อแสวงหาโอกาสการค้าและการลงทุนร่วมกัน ที่จะเน้นผลประโยชน์ของประเทศคู่เจรจาทั้งสองฝ่าย เพราะการเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ต้องใช้ระยะเวลานานและเกิดข้อติดขัดในด้านการเจรจาหากผลประโยชน์ไม่ลงตัว

แผนการส่งออกในปี 2560 ยังเน้นเรื่องการส่งเสริมรวมกลุ่มของผู้ประกอบการไทยให้ออกไปลงทุนในต่างประเทศ ทั้งซัพพลายเชนในลักษณะพี่จูงน้อง หรือบริษัทใหญ่จะเป็นพี่เลี้ยงช่วยบริษัทเล็กออกไปลงทุน โดยใช้เครือข่ายของผู้ประกอบการรายใหญ่ในต่างประเทศให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดซีแอลเอ็มวี รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ (Value Creation) ผ่านการส่งเสริมการ
พัฒนาสินค้าและบริการมูลค่าสูง ด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 อย่างครบวงจรตั้งแต่พัฒนา บ่มเพาะและยกระดับเข้าสู่ช่องทางการตลาดที่เหมาะสม

ขณะที่การผลักดันด้านสินค้าพบว่าในปี 2560 สินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี อยู่ เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีสัดส่วนต่อการส่งออกสินค้าไทยในภาพรวม 15.2% โดยไทยเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่สุดในอาเซียนตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา เป็นตลาดใหม่ส่งออกรถยนต์นั่งขนาดเล็กและรถปิกอัพ คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันในปี 2560 มีทิศทางสูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อของประเทศในกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันฟื้นกลับมา นอกจากนี้การย้ายฐานการผลิตและการปิดตัวของโรงงานของค่ายรถฟอร์ดในปี 2559 ค่ายโตโยต้า และโฮลเดน ในปี 2560 ในออสเตรเลียจะเป็นโอกาสของไทยส่งออกได้เพิ่มขึ้น

สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีสัดส่วนต่อการส่งออกสินค้าไทยภาพรวม 25% คาดว่าสินค้าหน่วยความจำ และคลาวด์คอมพิวติ้งขยายตัวได้ดีในตลาดสหรัฐหลังผู้ประกอบการได้ปรับเทคโนโลยีให้ทันสมัย เช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแทน ส่วนเครื่องปรับอากาศมีแนวโน้มดีมาก จากการขยายตัวของสังคมเมืองและภาคอสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศ รวมทั้งสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกสินค้าไทยในภาพรวม 6.9% ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนจากการลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบให้น่าจะมีความต้องการสูงขึ้นจากตลาดสหรัฐที่กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ และจากตลาดศักยภาพสูงที่จะมีกำลังซื้อสูงขึ้น

ด้านสินค้าเกษตรและอาหารที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกสินค้าไทยภาพรวม 15% กระทรวงพาณิชย์คาดว่าราคาส่งออกสินค้าเกษตรในปีหน้าจะมีทิศทางดีขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้น และหลายประเทศได้อนุญาตการนำเข้าสินค้าไก่สดแช่แข็งและแปรรูปจากไทยประกอบกับสหรัฐจัดอันดับการค้ามนุษย์ในปี 2559 ให้ไทยอยู่ในสถานะดีขึ้น หรือเทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง คาดว่าสินค้าประมงจะสามารถทำตลาดได้ดีทั้งในสหรัฐและยุโรป หลังความเชื่อมั่นของผู้บริโภคฟื้นกลับมา

สำหรับภาคธุรกิจบริการเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดัน เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศและมีผลกับการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับภาคบริการ พบว่าสินค้าบริการไทยที่มีศักยภาพและจะเร่งส่งเสริมในปี 2560 เช่น  ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยการเชื่อมโยงการให้บริการโรงพยาบาล สปา ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม เพื่อให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมกัน ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ มีจุดแข็งของบุคลากรด้านแอนิเมชั่นของไทย มีทักษะความเชี่ยวชาญระดับสูงในด้านเทคนิคและฝีมือการผลิต รวมทั้งราคาที่สามารถแข่งขันได้ จึงส่งผลดีให้อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ประเภทแอนิเมชั่นที่มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

ธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์มีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการเปิดเออีซีที่จะเชื่อมโยงการขนส่งมวลชนได้มากขึ้น รวมทั้งธุรกิจบริการต้อนรับนักท่องเที่ยว บริการบริหารโรงแรม ซึ่งไทยมีความน่าเชื่อถือ เป็นต้น

แผนการผลักดันทั้งหมดนี้ถือเป็นความท้าทายของกระทรวงพาณิชย์ภายใต้โจทย์ที่ได้รับจากรัฐบาลในการขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าและบริการ ที่จะต้องคิดทำแผนตลาดใหม่ๆ ให้แตกต่างออกไป เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทยในตลาดโลก ท่ามกลางสถานการณ์การค้าโลกที่ไม่ฟื้นตัวชัดเจนเท่าใดนัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท