
บิ๊กป้อมโต้จับแพะแฮ็กเกอร์
นายกฯ เร่งขยายผลกลุ่มแฮ็กเกอร์ป่วนเว็บหน่วยงานรัฐ ยันดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด
นายกฯ เร่งขยายผลกลุ่มแฮ็กเกอร์ป่วนเว็บหน่วยงานรัฐ ยันดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า การจับกุมมือแฮ็กเกอร์เว็บไซต์หน่วยงานรัฐอายุ 19 ปี ไม่ได้เป็นการจับแพะอย่างที่สื่อพูด เพราะทุกอย่างมีหลักฐานชัดเจน ทั้งปืน และเครื่องมือครบ และจะขยายการจับกุมไปอีก ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการสอบสวน อย่ากดดัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ว่าจะสามารถจับกลุ่มแฮ็กเกอร์ได้ แต่ก็ต้องสืบสวนดำเนินคดีต่อไป หากสาวถึงใครก็จะดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการปล่อยข้อมูลของรัฐและข้อมูลส่วนตัวออกมาเผยแพร่อย่างต่อเนื่องมันไม่ถูกต้อง จะไปให้ท้ายว่าเขาเก่งไม่ได้ สังคมต้องเข้าใจและหยุดเรื่องเหล่านี้
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า กรณีกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ระบุว่า กองทัพบกได้จัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องถอดรหัส SSL เพื่อไว้สอดแนมประชาชนนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะกองทัพบกไม่จำเป็นต้องใช้ ส่วนใหญ่อุปกรณ์ที่จัดซื้อมาเกี่ยวกับการสร้างระบบป้องกันตัวเอง
พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ข้อมูลจากเพจต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ เป็นการตกแต่งข้อมูล สังเกตเห็นว่ารายการยุทโธปกรณ์ต่างๆ ส่วนใหญ่นั้นเป็นเครื่องมือของทหารช่างและมาต่อท้ายด้วยเครื่อง SSL โดยปกติเราไม่ดำเนินการแบบนี้ที่จะนำเครื่องมือช่างมารวมกับเครื่องมือสื่อสาร ถือเป็นการใส่ร้ายทำให้องค์กรเกิดความเสียหาย ขณะนี้กำลังดำเนินการด้านคดีความอยู่
นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า หากรัฐบาลซื้อเครื่องสอดแนมประชาชนถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และจะต้องนำหลักฐานมาเปิดเผยต่อสังคมโดยด่วนว่าทุกอย่างไม่เป็นความจริง
พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก กล่าวว่า จากสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ ทั้ง DDOS Attack และการแฮ็กเจาะระบบ ต่อระบบสารสนเทศของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์ไม่เพียงแต่จะเป็นภัยด้านความมั่นคงของชาติเท่านั้น ยังมีแนวโน้มที่จะเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของมนุษย์ทุกคน โดยเฉพาะเยาวชนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ เพราะอาจถูกหลอกลวงจากโฆษณาชวนเชื่อ จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการทางกฎหมายมาป้องปราม คุ้มครอง







