posttoday
แชมป์โลกจากอุบัติเหตุ

แชมป์โลกจากอุบัติเหตุ

28 ธันวาคม 2559

โดย...พล.ต.ต.เกษียร วรศิริ อดีตเลขาธิการสมาคมตำรวจ

โดย...พล.ต.ต.เกษียร วรศิริ อดีตเลขาธิการสมาคมตำรวจ

สาเหตุการตายอันดับ 1 ของไทย คือ อุบัติเหตุในท้องถนน ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับผู้ประสบภัย ครอบครัว และระบบเศรษฐกิจโดยส่วนรวม

แต่ดูเหมือนมาตรการเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุของไทยมักจะทำกันเฉพาะช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่และสงกรานต์ ซึ่งประชาชนเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนากันเป็นจำนวนมาก ถึงขนาดที่กำหนดเป็นช่วงเวลา 7 วันอันตราย ขณะที่นอกเหนือจากช่วงเทศกาลดังกล่าวนี้แล้ว  มาตรการควบคุมและป้องกันก็มิได้เข้มข้นและเอาจริงเอาจังดังเช่นช่วง 7 วันอันตรายที่ว่า

จากรายงานองค์การอนามัยโลก ปี พ.ศ. 2558 ชี้ว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 1.25 ล้านคน/ปี และตัวเลขนี้ค่อนข้างคงที่มาหลายปี คนกลุ่มที่เสียชีวิตมากคือ คนเดินเท้า คนปั่นจักรยาน และคนขี่จักรยานยนต์ คนกลุ่มนี้จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 49 ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลก

เมื่อปี พ.ศ. 2556 รายงานความปลอดภัยทางถนนของโลก พ.ศ. 2556 (Global Status Report on Road Safety 2013) ซึ่งจัดทำโดยองค์การอนามัยโลก พบว่าอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของไทยอยู่ในอันดับ 3 ของโลก เสียชีวิตถึง 38.1 คน/ประชากร 1 แสนคน รองจากประเทศเกาะนีอูเอ และสาธารณรัฐโดมินิกัน

และล่าสุดรายงานเรื่องเดียวกันนี้ในปี 2558 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับ 1 โดยมีอัตราคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดในโลก หรือเสียชีวิต 36.2 คน/ประชากร 1 แสนคน ส่วนลำดับ 2 คือประเทศมาลาวี ซึ่งเสียชีวิต 35 คน/ประชากร 1 แสนคน

ประเทศไทยในช่วงใกล้จะสิ้นปี พ.ศ. 2559 หากเราสำรวจและประเมินจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในท้องถนนในรอบปีที่ผ่านมา จะพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จำนวน 800,340 คน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 9,410 คน (1 ม.ค. 2559-22 ธ.ค. 2559)

เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2558) พบว่าปีนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตมากขึ้นจากเดิม ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 700,804 คน และเสียชีวิต 8,213 คน

อุบัติเหตุรายใหญ่ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากนั้น มีการวิเคราะห์ไว้ดังนี้

กระทรวงสาธารณสุข เผยในปี พ.ศ. 2558 ข้อมูลรวบรวมจากข่าวสารและเครือข่ายกู้ชีพ พบว่า รถโดยสารสาธารณะ-รถทัศนศึกษา เกิดอุบัติเหตุ 104 ครั้ง เฉลี่ย 2 ครั้ง/สัปดาห์ มีผู้บาดเจ็บ 675 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 49 คน เสียชีวิตสัปดาห์ละ 1 คน สาเหตุสำคัญมาจากพนักงานขับรถ ขับเร็ว อ่อนล้า-หลับใน ไม่ชำนาญเส้นทาง ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งหมดไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้กระเด็นออกนอกตัวรถ บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต

ส่วนในปี 2559 ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-9 มี.ค. 2559 รถโดยสารสาธารณะ รถทัศนศึกษา เกิดอุบัติเหตุ 4 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 174 คน เสียชีวิต 8 คน จากการสอบสวนเบื้องต้นของทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ในระดับพื้นที่ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ พบว่าสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรงในผู้โดยสาร คือไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้หลุดออกจากเก้าอี้ และกระเด็นออกนอกตัวรถ 

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ พบว่าเกิดจากพนักงานขับรถมีความอ่อนล้าเนื่องจากขับรถต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะรถทัศนาจรที่จ้างเหมาพนักงานขับรถคนเดียว รวมทั้งสาเหตุการไม่ชำนาญเส้นทาง ใช้ความเร็วไม่เหมาะสมกับเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางลาดชัน ลงเนินโค้งหักศอก ประกอบกับสภาพรถที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ระบบเบรก ความแข็งแรงโครงสร้างหรือเก้าอี้หลุด

เมื่อพิจารณาเป็นรายพื้นที่ ในปี พ.ศ. 2559 จะพบว่า พื้นที่จังหวัดที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก 10 จังหวัดแรก คือ

กรุงเทพมหานคร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 26,386 ราย เสียชีวิต 540 คน

ชลบุรี มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 9,887 ราย เสียชีวิต 394 คน

นครราชสีมา มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 8,246 ราย เสียชีวิต 364 คน

รองลงไปคือ เชียงใหม่ สมุทรปราการ นครปฐม ระยอง ปทุมธานี อุดรธานี และอุบลราชธานี ตามลำดับ

ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้น ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พบว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยวันละ 47 ราย หรือชั่วโมงละประมาณ 2 คน โดยสาเหตุหลักส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เมาสุรา ตัดหน้ากระชั้นชิด และแซงรถผิดกฎหมาย

ในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์ จะมีผู้เสียชีวิตมากขี้นจากปกติ ที่เกิดขึ้นเฉลี่ยวันละ 47 ราย เป็นวันละ 54 ราย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา และเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 71 คน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เมื่อเดือน เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเทศกาล ได้แก่ เกิดจากเมาสุรา ร้อยละ 25.06 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 17.01

ประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.36

การจะลดอุบัติเหตุลงให้ได้นั้น องค์การอนามัยโลกได้ศึกษาจาก 180 ประเทศ พบว่าประเทศที่มีจำนวนอุบัติเหตุต่ำจะมีกฎหมายด้านความปลอดภัยทางถนนช่วยให้ผู้ใช้ถนนมีพฤติกรรมดีขึ้น และลดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากการจราจรทางถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายเกี่ยวกับ 5 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อความปลอดภัยทางถนน ได้แก่ ความเร็ว เมาแล้วขับ การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย และการใช้เบาะนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์

กฎหมายของประเทศไทยที่ยังขาดอยู่ คือกฎหมายว่าด้วยความเร็วในเขตเมือง และการใช้เบาะนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์

การจะลดจำนวนอุบัติเหตุโดยการรณรงค์ เฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ที่กระทำกันมา จึงเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะยิ่งแก้ คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุยิ่งมีอัตราเพิ่มขึ้น จนขณะนี้ตายเป็นอันดับ 1 ของโลก

การจะลดจำนวนอุบัติเหตุต้องรณรงค์กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก จัดประชุมสัมมนาในจังหวัด วิเคราะห์สาเหตุ จุดเกิดเหตุที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพื่อให้ได้สาเหตุที่แท้จริง แล้วแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

ที่ผู้เขียนเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพ เพราะจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงติดอันดับ 1 ใน 10 นั้น ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดหน้าเดิม อาทิ ชลบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ ระยอง เป็นต้น พิเคราะห์ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนในพื้นที่มากกว่าคนต่างถิ่น จากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

การฝ่าฝืนเครื่องหมายและไฟสัญญาณจราจรก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ อาทิ การฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง การขับขี่สวนทางย้อนศร ซึ่งเกิดจากความหย่อนยานของผู้บังคับใช้กฎหมาย บางครั้งก็จะเห็นตำรวจจราจรฝ่าฝืนเสียเอง

ใกล้ปีใหม่ เป็นช่วงเวลาของการรณรงค์ป้องกันและลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนกันอีกครั้ง คงได้แต่ภาวนาให้ผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหมดได้ตระหนักถึงอันตราย ตั้งสติ เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในช่วงนี้ ขับขี่อย่างมีสติและวินัย ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุได้ดีที่สุด

ถึงเวลาแล้วละครับที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน และมาจับมือแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เรื่องอย่างนี้อย่าครองแชมป์นานเลยครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท