
ลดอุบัติเหตุบนถนนเหลว สูญเสียพุ่งปีละ4แสนล้าน
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
ประเทศไทยจะไม่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนให้เหลือ 10 คน/ประชาชน 1 แสนคน ในปี 2563 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้าได้ ตามที่ได้ลงนามในปฏิญญามอสโกเมื่อปี 2554 ว่าด้วยเรื่อง ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน
เพราะปี 2559 นี้ จะสิ้นสุดการปฏิบัติตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนฉบับที่ 3 สามารถลดผู้เสียชีวิตบนท้องถนนได้เพียง 2 คน จาก 38 คน เหลือ 36 คน/ประชากร 1 แสนคน ในขณะที่อุบัติเหตุที่เกิดจากรถบนท้องถนนมีความถี่เพิ่มขึ้น และจะเพิ่มขึ้นอีกมากในช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่
ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนฉบับที่ 4 ซึ่งจะเริ่มใช้ในปี 2560-2563 เป้าหมายที่จะลดผู้เสียชีวิตบนท้องถนนให้เหลือ 10 คน/ประชาชน 1 แสนคน ในปี 2563 จึงเป็นไปได้ยาก
จากสถิติองค์การอนามัยโลก ระบุว่าปี 2558 อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของไทยยังสูงถึง 36.2 คน/ประชากร 1 แสนคน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งโลกถึง 2 เท่า โดยเฉลี่ยอัตราตายทั้งโลกอยู่ที่ 17 ต่อประชากรแสนคน และไทยยังเป็นอันดับ 1 ของโลกในอัตราตายจากรถจักรยานยนต์สูงถึง 26.3 ต่อประชากร 1 แสนคน และรัฐบาลในหลายประเทศได้เตือนประชาชนในชาติที่จะเดินทางมาไทยให้ระวังเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน
สอดคล้องกับข้อมูลของคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ที่เปิดเผยเมื่อกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า อุบัติเหตุทางถนนนับเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งประเทศไทยมีอัตราจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก
นั่นหมายความว่าไทยจะต้องเผชิญกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลต่อไป โดยในรายงานแผนทศวรรษความปลอดภัยทางถนนของกระทรวงมหาดไทย เคยประเมินมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนต่อองค์การอนามัยโลก มีสัดส่วน 2.5-3.25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ หรือจีดีพี และจะเพิ่มสัดส่วนนี้ในทุกๆ ปี รวมถึงปี 2559 คาดเม็ดเงินความสูญเสียประมาณ 4 แสนล้านบาท
ปี 2558 รถที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และมีประกันภัย มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อการบาดเจ็บ เสียชีวิต และทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่ารวม 73,242.40 ล้านบาท จากจำนวนเบี้ยประกันภัยรถทั้งระบบ 1.20 แสนล้านบาท
ขณะที่ผู้ประสบภัยจากรถทั่วประเทศที่รับบริการสินไหมทดแทนผ่านบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำนวนรวม 709,566 คน แยกเป็นเสียชีวิต 8,302 คน บาดเจ็บ 700,164 คน และมีผู้พิการอีก 1,100 คน นั่นหมายความว่าใน 1 ปี มี 8,302 ครอบครัวต้องสูญเสียลูกหลาน และหัวหน้าครอบครัว
ขณะที่อุบัติเหตุทางถนนสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 23 ธ.ค. 2559 รวม 812,463 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 9,429 คน ผู้บาดเจ็บ 803,034 คน ยังมีผู้ประสบภัยจากรถที่ไม่ได้มาใช้สิทธิประกันภัย พ.ร.บ. โดยไปใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าอีกจำนวนหนึ่ง อาจเพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล และไม่ทราบว่ามีสิทธิตามประกัน พ.ร.บ. หรือไปใช้บริการสถานพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อของการเคลมออนไลน์บริษัทกลางฯ ที่ไม่สามารถระบุความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ แต่ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เคยทำรายงานว่ามีผู้ประสบภัยจากรถมาใช้สิทธิจำนวนมาก
ที่สำคัญ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นวัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบในระยะยาว ยิ่งไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การสูญเสียคนวัย 15-60 ปี จากอุบัติเหตุบนท้องถนน จึงควรเร่งสร้างปลุกจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนนให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกกลุ่มให้เร็วที่สุด
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป้าหมายการลดผู้เสียชีวิตบนท้องถนนไม่เป็นไปตามแผน เป็นผลมาจากพฤติกรรมใช้รถใช้ถนนของประชาชนไทย ที่ให้ความสำคัญกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนต่ำมาก และไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร มีน้ำหนักถึง 80-90% ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน
ทางองค์การอนามัยโลกประเมินว่า จาก 5 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อดำเนินการให้ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนของไทย ประกอบด้วย การดำเนินการบริหารจัดการความปลอดภัย การปรับปรุงถนนและการสัญจรปลอดภัย การดูแลให้ยานพาหนะมีความปลอดภัย การสร้างความตระหนักให้คนใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ
ไทยประสบความสำเร็จเพียงเรื่องเดียว คือ เรื่องการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ในขณะที่อีก 4 เรื่องยังต้องทำการปรับปรุงและพัฒนาอย่างเข้มข้นต่อไป ภาครัฐและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางถนนให้เป็นรูปธรรมตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2559 ซึ่งครอบคลุม 5 ประเด็นหลักให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ประกอบด้วย เน้นป้องกันและลงโทษในกรณีเมาแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การได้มาซึ่งใบอนุญาตขับรถ รถโดยสารสาธารณะ และการคาดเข็มขัดนิรภัย
ในช่วงที่กฎหมายใหม่ยังไม่ออกมา จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างเข้มงวด ไม่เลือกปฏิบัติและขจัดการคอร์รัปชั่นออกไปให้ได้มากที่สุด ควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน
ด้านบริษัทประกันวินาศภัยต้องเร่งออกกรมธรรม์ให้สอดคล้องกับภาครัฐ โดยไม่คุ้มครองผู้ขับขี่ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะมึนเมาทุกระดับ เพื่อให้เกิดความระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงมาตรการการเพิ่มความปลอดภัยทางถนน จำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงมารณรงค์หรือให้ความสำคัญเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดเท่านั้น
ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องดำเนินการอย่างจริงจังในการลดผู้เสียชีวิตจากการใช้รถ เพื่อปกป้องชีวิตผู้ใช้ถนนจากความประมาทที่เกิดจากความเลินเล่อ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ สังคม







