posttoday
เพื่อประโยชน์ใคร

เพื่อประโยชน์ใคร

27 ธันวาคม 2559

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ออกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 นำไปสู่การปฏิบัติโดยทันที

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ออกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 นำไปสู่การปฏิบัติโดยทันที

คำสั่งแรก การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจ จำนวน 22 ช่อง ให้สามารถผ่อนชำระค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัล งวดที่ 4 ที่จะครบกำหนดในเดือน พ.ค. 2560 ให้แบ่งจ่ายเป็นเวลา 6 งวด ระยะเวลา 6 ปี โดยผู้ประกอบการต้องยื่นความจำนงภายใน 30 วัน นับแต่คำสั่งลงประกาศราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 20 ธ.ค. 2559

เรื่องที่ 2 ให้สำนักงาน กสทช. ชำระค่าเช่าโครงข่ายสัญญาณดาวเทียม ที่เป็นการเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือ มัสต์ แครี แทนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยจ่ายให้กับบริษัท ไทยคม ผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียม โดยใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงฯ (กทปส.) เป็นระยะเวลา 3 ปี รวมมูลค่า 2,500 ล้านบาท หรือปีละ 800 ล้านบาท ให้แก่ช่องทีวีดิจิทัลทั้งหมด 26 ช่อง รวมช่องบริการสาธารณะ 4 ช่อง ได้แก่ ช่อง 5 เอ็นบีที อสมท และไทยพีบีเอส

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ยืดระยะเวลาการคืนคลื่นวิทยุกว่า 500 คลื่นของหน่วยงานต่างๆ ออกไปอีก 5 ปี หลังจากที่ต้องคืนคลื่นวิทยุกลับมาให้ กสทช.ภายในเดือน เม.ย. 2560 ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้อธิบายเหตุผล ความจำเป็นถึงการที่จะต้องยืดเวลาการคืนคลื่นวิทยุออกไป แตกต่างจากกรณีทีวีดิจิทัล ซึ่งมีเหตุผลชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ดังกล่าว ในเรื่องของการขยายเวลาการจ่ายค่าใบอนุญาต ถือเป็นมาตรการส่วนหนึ่งที่ช่วยเยียวยาผู้ประกอบการได้สำหรับบางช่องที่กำลังประสบปัญหา สามารถต่อชีวิตเพื่อหาแนวทางการดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งมีหลายช่องที่มีแนวโน้มได้พันธมิตรรายใหม่เข้ามาช่วย ขณะที่รัฐจะไม่เสียประโยชน์มากนักกับกรณีนี้

แต่ในกรณีการนำเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงฯ เป็นจำนวนถึง 2,500 ล้านบาท มาจ่ายให้แก่บริษัท ไทยคม ต้องถามว่าเหมาะสมหรือไม่ หรือการแก้ปัญหาที่ถูกต้องควรจะนำเงินไปใช้ในการพัฒนาโครงข่ายทีวีดิจิทัลให้ครอบคลุม เพราะจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการภาคพื้นดินในราคาถูกกว่าการติดตั้งกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม ซึ่งแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีจำนวนบ้านที่ติดตั้งจานดาวเทียมจำนวนมากแล้วก็ตาม และถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากกว่าในการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาระบบทีวีดิจิทัลในประเทศไทย

กลับมาที่คำสั่งที่ยืดระยะเวลาคืนคลื่นวิทยุกว่า 500 สถานีออกไปอีก 5 ปี ต้องถามว่าเพื่ออะไร และประโยชน์จะตกอยู่กับใคร ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบก็คือประโยชน์ตกอยู่ที่หน่วยงานเจ้าของคลื่น สามารถใช้คลื่นเพื่อทำประโยชน์ทางธุรกิจได้ต่อไป แทนที่คลื่นความถี่ ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะจะกลับคืนมาเพื่อจัดสรรให้เกิดประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่ เรื่องนี้หัวหน้า คสช.ควรตอบให้ชัดเจนว่าดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของใคร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท