
กรมป่าไม้ชูเอสพีซีจีต้นแบบบริษัทช่วยลดโลกร้อน
กรมป่าไม้ชูเอสพีซีจี เป็นต้นแบบบริษัทเอกชนช่วยลดโลกร้อน พร้อมผนึกภาครัฐและเอกชนร่วมขับเคลื่อนรูปแบบประชารัฐ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
กรมป่าไม้ชูเอสพีซีจี เป็นต้นแบบบริษัทเอกชนช่วยลดโลกร้อน พร้อมผนึกภาครัฐและเอกชนร่วมขับเคลื่อนรูปแบบประชารัฐ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่กรมป่าไม้ นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้แทน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ,บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บี แอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศสีเขียว ช่วยลดโลกร้อน ทำโครงการป่าชุมชนให้เป็นจริงขึ้นมาส่งผลให้เกิดการพัฒนา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า โครงการภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน จัดตั้งโดยกรมป่าไม้ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อส่งเสริมและสร้างการมีส่วนร่วมในรูปแบบของ “ประชารัฐ” อย่างแท้จริง เกิดจากการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันสร้างป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ให้เป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ และเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน
ทั้งนี้ บริษัท เอสพีซีจี ถือเป็นต้นแบบของบริษัทเอกชน ที่มานำร่องให้กับโครงการนี้ ตามที่กรมป่าไม้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก บริษัท เอสพีซีจี จึงมีบทบาทสำคัญทำให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไป เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและร่วมกันลดโลกร้อน
ด้านนายสมศักดิ์ กุญชรยาคง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสพีซีจี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท เอสพีซีจี ที่เน้นสนับสนุนการลดโลกร้อน โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้มอบรางวัล “สตรีผู้นำด้านการลดโลกร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์” ให้แก่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ซีอีโอ ของบริษัทเอสพีซีจี ในงานประชุมสัมมนาสภาวะโลกร้อน ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อปี พ.ศ.2557 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท จึงร่วมสนับสนุนเงินดำเนินโครงการนี้ เพราะเอสพีซีจีให้ความสำคัญเรื่องลดโลกร้อน จึงนำรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต มาสนับสนุนกิจกรรม CSR ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมอบเงิน 200,000 บาท เพื่อโครงการ“ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” ป่าชุมชนร่องบอน จ.เชียงราย
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่กรมป่าไม้ นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้แทน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ,บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บี แอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศสีเขียว ช่วยลดโลกร้อน ทำโครงการป่าชุมชนให้เป็นจริงขึ้นมาส่งผลให้เกิดการพัฒนา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า โครงการภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน จัดตั้งโดยกรมป่าไม้ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อส่งเสริมและสร้างการมีส่วนร่วมในรูปแบบของ “ประชารัฐ” อย่างแท้จริง เกิดจากการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันสร้างป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ให้เป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ และเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน
ทั้งนี้ บริษัท เอสพีซีจี ถือเป็นต้นแบบของบริษัทเอกชน ที่มานำร่องให้กับโครงการนี้ ตามที่กรมป่าไม้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก บริษัท เอสพีซีจี จึงมีบทบาทสำคัญทำให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไป เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและร่วมกันลดโลกร้อน
ด้านนายสมศักดิ์ กุญชรยาคง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสพีซีจี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท เอสพีซีจี ที่เน้นสนับสนุนการลดโลกร้อน โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้มอบรางวัล “สตรีผู้นำด้านการลดโลกร้อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์” ให้แก่ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ซีอีโอ ของบริษัทเอสพีซีจี ในงานประชุมสัมมนาสภาวะโลกร้อน ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อปี พ.ศ.2557 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท จึงร่วมสนับสนุนเงินดำเนินโครงการนี้ เพราะเอสพีซีจีให้ความสำคัญเรื่องลดโลกร้อน จึงนำรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต มาสนับสนุนกิจกรรม CSR ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมอบเงิน 200,000 บาท เพื่อโครงการ“ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” ป่าชุมชนร่องบอน จ.เชียงราย







