
รัฐหวังนโยบายการคลังผลักดันเศรษฐกิจ
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
แม้ว่าในปี 2559 อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะมีความผันผวนมากเพราะถูกปัจจัยต่างประเทศมากระทบ แต่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจยังทำได้สูงเกิน 3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่นับว่าดี แต่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในอัตรา 3-3.5% ก็นับว่ายังต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริงของประเทศ
ประมาณกันว่าหากเศรษฐกิจขยายตัวได้เต็มศักยภาพ จีดีพีสามารถที่จะเติบโตได้ 5-6% อย่างสบาย การจะทำให้เศรษฐกิจโตเต็มศักยภาพนั้น อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า เอกชนจะต้องลงทุน ซึ่งในขณะนี้เอกชนไทยยังไม่ยอมขยายการลงทุน เพราะยังมีความสุขกับการค้าขายที่ได้กำไรในอัตราปัจจุบัน ไม่ลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต ไม่ปรับประสิทธิภาพของเครื่องจักร เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด
“วันหนึ่งจะต้องเสียใจเพราะคู่แข่งของเราเช่นประเทศเพื่อนบ้าน หากเขาตั้งโรงงานใหม่มีเทคโนโลยีที่สูงกว่า ผลิตสินค้าได้ทันสมัยกว่า ดีกว่า เราจะแข่งขันไม่ได้ และการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร หรือตั้งโรงงานใหม่ จะต้องใช้เวลานานหลายเดือน ถึงเวลานั้นมาลงทุนอาจจะไม่ทันแล้ว” รมว.คลัง กล่าว
อภิศักดิ์ กล่าวว่า การลงทุนของเอกชนจะเป็นการขยายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ไม่ได้ขยายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ความสำคัญอยู่ตรงนี้
อย่างไรก็ดี เมื่อเอกชนไม่ลงทุนรัฐบาลก็ไม่อาจบังคับเอกชนได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการสร้างบรรยากาศให้เกิดการลงทุน ให้เกิดความเชื่อมั่น ซึ่งเอกชนจะลงทุนตามเองหากเห็นว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ซึ่งในปีหน้ารัฐบาลจะยังเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ต่อไป โดยมีโครงการที่จะเดินหน้า 8-9 แสนล้านบาท มีการเบิกเงินลงทุน 1.6 แสนล้านบาท รวมกับโครงการลงทุนอื่นๆ ที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้ จะทำให้มีการเบิกจ่ายงบลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานในปีหน้าถึง 2.2 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ จะมีเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจตามแผนปกติของปีหน้าอีก 3.6 แสนล้านบาท รวมกับเม็ดเงินที่รัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนให้เร็วขึ้นอีก 6-7 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจนี้อีกกว่า 4 แสนล้านบาท ที่จะลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีหน้าและระยะยาว
ขณะเดียวกันยังมีการลงทุนระยะกลางและระยะสั้นจากงบเพิ่มเติมกลางปี 1.6 แสนล้านบาท ลงทุนในกลุ่มจังหวัดละ 6,000-7,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.3-0.4% การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มเพียง 0.6% ขณะที่การลงทุนภาครัฐขยายตัว 10% และปี 2560 การลงทุนภาครัฐจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก เมื่อเม็ดเงินกระจายออกมาและเศรษฐกิจหมุนเวียน กำลังซื้อเพิ่ม ก็อาจช่วยดึงให้เอกชนลงทุนเพิ่มมากขึ้น
“สิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ ทำให้เห็นว่าเรายังมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะหลุดจากกับดักที่ทำให้เติบโตต่ำได้ และถือว่าเป็นโชคดีของเราที่รัฐบาลนี้ดำเนินนโยบายแบบอนุรักษนิยม เราไม่ใช้กระสุนจนหมด ทั้งที่ในช่วงปีที่แล้วทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้มาเยี่ยมบอกว่าเราสามารถที่จะใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่านี้ แต่เราก็เก็บกระสุนไว้ ขณะนี้เรามีหนี้สาธารณะเพียง 41.9% ต่อจีดีพี จากกรอบการคลังที่สามารถก่อหนี้ได้ถึง 60% เรามีช่องว่างการคลังให้กู้เงินได้อีกมาก แต่ภายใต้แผนการลงทุนที่คาดการณ์ไว้ จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไม่ถึง 2%” อภิศักดิ์ กล่าว
เมื่อรัฐเร่งรัดการลงทุนขนานใหญ่ หากเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายไว้ เศรษฐกิจในปีหน้าจึงยังมีความหวังได้ว่าจะขยายตัวได้ดีกว่าปี 2559 อย่างแน่นอน







