
สุขพองาม
เทศกาลสำคัญกำลังมาทักทายหัวใจคนไทย อย่างเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีเทศกาลคริสต์มาส ต่างประเทศมีกิจกรรมเฉลิมฉลองครื้นเครงกันไป
เทศกาลสำคัญกำลังมาทักทายหัวใจคนไทย อย่างเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีเทศกาลคริสต์มาส ต่างประเทศมีกิจกรรมเฉลิมฉลองครื้นเครงกันไป
สำหรับบ้านเรา ตามท้องถนน ห้างสรรพสินค้า มีการนำต้นคริสต์มาสยักษ์ประดับประดาไฟหลากหลายสีสันทำเอาพ่อแม่พี่ป้าน้าอาจูงลูกจูงหลานออกมาชมแสงสี พร้อมกับถ่ายรูปเซลฟี่กันสนุกสนาน ก็เป็นช่วงเวลาของการเสพความสุขของวิถีคนเมือง
ส่วนท่านใดมีโอกาสได้หยุดพักผ่อนกันยาวๆ บ้างเตรียมตัวเดินทางไปรับลมหนาวตามจังหวัดทางภาคเหนือ บ้างได้มีโอกาสกลับภูมิลำเนาไปกราบญาติผู้ใหญ่ ผู้มีพระคุณ ยังไงขับขี่ยานพาหนะด้วยความปลอดภัยนะครับ
และอีกไม่กี่วันจะมีกิจกรรมเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอีก
อ้อ! ลืมบอกไป แม้อยู่ในช่วงไว้ทุกข์การเสด็จสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2559 พร้อมกับออกหนังสือเวียนไปยังส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงเอกชน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดงานรื่นเริง
จะได้ไม่ต้องพะวงเกินไป ว่าใกล้ถึงสิ้นปีจะจัดงานรื่นเริงได้หรือไม่ได้อย่างไร
ครม.กำหนดแนวทางไว้แล้ว โดยจำแนกกิจกรรมออกเป็น 9 ลักษณะที่สามารถจัดได้ อันดับแรก งานเทศกาลระดับประเทศ เช่น ลอยกระทง คริสต์มาส วันปีใหม่ ตรุษจีน 2.งานเทศกาลระดับจังหวัด เช่น งานกาชาด เทศกาลผีตาโขน เป็นต้น
3.งานส่งเสริมเศรษฐกิจระดับจังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น เช่น งานกิจกรรมถนนคนเดิน งานประเพณีชนวัว 4.งานรื่นเริง วัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น ลิเก ลำตัด ดนตรี มหรสพ และการประกวดต่างๆ
5.กิจกรรมสถานบันเทิง เช่น ไนต์คลับ ผับ บาร์ 6.กิจกรรมที่จัดภายในโรงแรมต่างๆ เช่น การจัดประชุมสัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์
7.การแสดงคอนเสิร์ต 8.งานตามประเพณีวัฒนธรรม เช่น งานกฐิน ผ้าป่า งานมงคลสมรส งานบวช และ 9.งานแข่งขันกีฬาทุกระดับและกองเชียร์นั้นๆ
ครม.ระบุว่า ผู้จัดงานต้องพิจารณาความเหมาะสมให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดให้คำแนะนำและปรึกษากับภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้การใช้พื้นที่จัดกิจกรรมต่างๆ เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่
สรุป คือ ไม่มีการห้ามจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่หรือกิจกรรมเคาต์ดาวน์ เพียงแต่การเฉลิมฉลองให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม ไม่อึกทึกครึกโครมเกินเหตุ
เฉลิมฉลองกันอย่างพองามพอเพียง และสอดคล้องกับวัฒนธรรมแต่ละพื้นที่ ก็ยิ่งเป็นการดีเข้าไปใหญ่
ความจริงเทศกาลปีใหม่ไทยอยู่ในช่วงสงกรานต์เดือน เม.ย.โน้น แต่ปีใหม่ที่จะถึงเป็นการรับค่านิยมของฝรั่งมังค่า เป็นปีใหม่สากล คนไทยจึงมีทั้งปีใหม่สากลและปีใหม่ไทย แต่อย่างไรก็ดี วัฒนธรรมของคนไทยจะมีการใส่บาตร ทำบุญ หรือไม่ก็สวดมนต์ข้ามปี
เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ได้ศีลได้ธรรมกันไป ได้รับความสุขความเจริญถ้วนหน้าแล้วครับ







