posttoday
พูดดีเป็นศรี (จบ)

พูดดีเป็นศรี (จบ)

26 ธันวาคม 2559

โดย...ดร.ปิยะพันธ์ ทยานิธิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ

โดย...ดร.ปิยะพันธ์ ทยานิธิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ

ฉบับที่แล้ว กล่าวถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) สำหรับองค์กรและสังคม ซึ่ง ดร.ป๋วยอึ๊งภากรณ์ กล่าวสอนไว้โดยมีใจความว่า “...ไม่ได้เห็นประโยชน์ส่วนตัว แต่เห็นประโยชน์ส่วนรวม...ผู้มีตำแหน่งหน้าที่จะต้องมีความกล้าหาญพอสมควร คือต้องสามารถที่จะพูดขัดได้ ถ้าอะไรที่ไม่ดีแล้ว จำเป็นจะต้องพูดได้ ถ้าไม่มีความกล้าพอ อย่าเป็นดีกว่า...”

ศ.สังเวียน อินทรวิชัย กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่ถูกต้อง คือ ถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น สิ่งที่ผิด คือ ผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น”

การพูดจึงมากกว่าแค่เพียงการออกเสียงเปล่งคำพูด ยังหมายถึงการแสดงออกทางความคิดในทุกรูปแบบวิธี ไม่ว่าเป็นลายลักษณ์อักษร รูปภาพ สัญลักษณ์ สีหน้าท่าทาง อาการกิริยา หรือแม้แต่นิ่งเงียบก็ตาม ภายใต้เงื่อนไขข้อจำกัดตามหลักการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) ควบคู่กับการไม่พึงเปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure) และการรักษาความลับ (Secrecy) หลากหลายกรณี เช่น เฉพาะตัว (Privacy) เฉพาะกิจ (Confidentiality) เป็นต้น บางครั้งการพูดโดยไร้คำพูดก็อาจจะเป็นวิธีที่ดีกว่า

พูดดี (Sound Speech) คือพูดอย่างมีคุณภาพ ได้คุณค่าด้วยคุณธรรม คุณสมบัติดี (Soundness) 3 ประการที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันจากความคิดตั้งแต่ต้นทาง ผ่านความสามารถตามเส้นทาง สู่ความสำเร็จจนถึง
จุดหมายปลายทาง สอดคล้องกับหลักอิทธิบาท ส่วนที่ว่า เป็นศรี (Honor) คือสมศักดิ์ศรีความเป็นคนดีมีมนุษยธรรมตลอดทาง กล่าวคือ ศักดิ์ศรี เกียรติยศ เคารพนับถือ ยอมรับยกย่อง ภาคภูมิใจ สุจริต บริสุทธิ์ ประเสริฐ และงดงาม ดีงาม ตามหลักไตรลักษณ์นั่นเอง

พูดอย่างมีคุณภาพ (Quality) เน้นทักษะความสามารถ ถือหลักความเพียงพอและเหมาะสม ตามกาลเทศะ บุคคล สื่อช่องทาง สถานที่และสถานการณ์ใน 4 ด้าน ได้แก่ เชิงโครงสร้าง (Structure) มีหลักการ สำคัญ ชัดเจน กระชับ ครบถ้วนสมบูรณ์ เชิงรูปลักษณ์ (Style) สุภาพ เข้าใจง่าย น่าสนใจ ไพเราะน่าฟัง เชิงแก่นสาร (Substance) มีสาระ มีเหตุผล จำเป็น เพียงพอ ถูกต้องเป็นจริง ทันเวลา และเชิงเจตนารมณ์ (Spirit) ซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจ กล้าหาญ เปิดเผย มีสติสัมปชัญญะ สุขุมรอบคอบ

พูดได้คุณค่า (Utility) เป็นประโยชน์ เพื่อประโยชน์ เน้นผลลัพธ์ความสำเร็จ ถือหลักความจริงและถูกต้องดีงาม ตามความสมดุลพอดีพอประมาณ ท่ามกลางความขัดแย้งของส่วนได้ส่วนเสีย โดยสร้างคุณเหนือโทษ ริเริ่มเหนือล้มล้าง ส่วนรวมเหนือส่วนตน เหตุผลเหนืออารมณ์ และอนาคตเหนืออดีต ระวังรักษาอย่าให้ตกอยู่ในสภาพเกินตัว

พูดด้วยคุณธรรม (Integrity) เน้นจิตสำนึกความคิด ถือหลักความรอบรู้และรอบคอบ ตามเหตุปัจจัยสัมพันธภาพในปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมเมตตาธรรม ศีลธรรม จริยธรรม และปัญญาธรรม กล่าวคือ รู้เรารู้เขา รู้ชอบเห็นชอบ คิดชอบ ตั้งใจชอบ เจตนาชอบ ปรารถนาชอบ วาจาชอบ ประพฤติชอบ ปฏิบัติชอบ รู้ตัวมีสติสัมปชัญญะ อดทนอดกลั้น ละอายใจและเกรงกลัวต่อความไม่ดีงาม นั่นคือไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา

แม้ว่าทุกสิ่งล้วนแปรเปลี่ยนได้ ไม่คงที่ ไม่แน่นอน และไม่อาจควบคุมได้ดั่งใจตามหลักไตรลักษณ์ ด้วยนานาปัจจัยทั้งภายในและภายนอก การพูดดีอาจเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับใจหวัง แต่มันเป็นศรีแก่ตัวแล้ว จึงควรเรียนรู้ยอมรับทำความเข้าใจให้ได้ประโยชน์จากประสบการณ์นั้น  คือทำดีได้ดี เตรียมพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิด แทนที่จะหลงผิดทำร้ายตัวเองด้วยความรู้สึกผิดหวัง น้อยใจ เสียใจ หรือท้อใจ เห็นผิดอีกว่าทำดีไม่ได้ดี

ความเชื่อในทางผิดมักนำทักษะความสามารถในการพูดไปใช้ในทางมิชอบ เช่น มุ่งเน้นผลการโฆษณาชวนเชื่อ โน้มน้าวชักจูงใจที่ไม่ถูกไม่ควร ไม่ว่าทางการเมือง การพาณิชย์ การอาชีพ และการงานทั่วไป พูดให้ตรงใจคนฟังเพื่อผลตอบแทนอันไม่สมควรจากความพึงพอใจ ชอบใจ ถูกใจ เชื่อใจ หรือไว้วางใจ เป็นต้น หรือความลุ่มหลง ละโมบ โลภในผลประโยชน์ ลาภ ยศ สรรเสริญ ทำให้ดำเนินการในทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดด้วยวิธีการใดก็ตาม เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานตรงตามที่ต้องการเท่านั้น พูดดีต้องไร้อารมณ์เศร้าหมอง

โดยหลักการแล้ว เราอยากได้องค์กรหรือสังคมแบบใด ก็ต้องบ่มเพาะ ปลูกฝัง หล่อหลอม ดูแลรักษา เสริมสร้างและพัฒนาคนให้มีค่านิยมและวัฒนธรรมไปในทิศทางนั้น ส่วนในทางปฏิบัตินั้นคงขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ความเป็นจริงว่า ระบบการศึกษาฝึกหัดนักเรียน นักศึกษา กันอย่างไร องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างไร รวมทั้งประเทศชาติปกครองดูแลประชาชนพลเมืองอย่างไร หากมองเพียงผิวเผิน ค่าของคนดูได้จากผลงาน แต่ผลงานไม่อาจบอกถึงการประพฤติปฏิบัติได้ทั้งหมด ดังนั้นค่าของคนที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่อยู่ที่ผลของงาน หากต้องดูทั้งกระบวนการด้วย โดยไตรสิกขาเป็นแนวทางสายกลางที่ช่วยนำคนไปสู่การกระทำอย่างมีศักดิ์ศรี

สุภาษิตที่ว่า พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสี ยังคงเป็นคำสอน คำเตือนใจที่ใช้ได้ในทุกยุคสมัย ทุกวาระโอกาส ทุกกาลเทศะ แต่ต้องตระหนักถึงความหมายอันลึกซึ้งให้เข้าใจได้อย่างถูกต้องเสียก่อนด้วย การพูดดีไม่ได้รับรองความมั่นคงปลอดภัย แต่มักนำภัยอันตรายมาสู่ชีวิตตัวเองอยู่เสมอในรูปใดรูปหนึ่ง จึงต้องยึดหลักการของความพอดีเพื่อความอยู่รอดไว้ก่อนเป็นอันดับแรก อย่าประมาท อย่าบ้าบิ่น จะเสียการใหญ่ พูดดีอย่าให้เด่นจะเป็นภัย แต่หากสุดเวลา สุดทาง สุดใจแล้ว คงต้องอาศัยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ พร้อมด้วยสติปัญญาในการตัดสินใจเลือกเส้นทางตามภารกิจสู่ความเจริญและความสำเร็จต่อไป

โดยสรุป พูดดีเป็นศรี เดินทางสายกลางตามหลักอัปมาทธรรม(Vigilance) จึงเป็นค่านิยมหนึ่งที่จำเป็นสำหรับวัฒนธรรมในองค์กรและสังคมที่ต้องการเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน (Sustainability)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท