เอกสารโบราณไทยขึ้นทะเบียนมรดก ความทรงจำแห่งโลกส่วนท้องถิ่นไทย
ประเทศไทยประกาศให้เอกสารสำคัญ 9 รายการ ขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกของประเทศไทยส่วนท้องถิ่น
โดย...ส.สต
ประเทศไทยประกาศให้เอกสารสำคัญ 9 รายการ ขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกของประเทศไทยส่วนท้องถิ่น นับเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการประชุมเมื่อปี 2552
ศ.ประเสริฐ ณ นคร กรรมการในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ได้ประกาศในการประชุม เรื่อง การจัดทำทะเบียนเอกสารมรดกความทรงจำแห่งชาติ ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2559 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร ในเรื่องดังกล่าว
ในการนี้ได้เชิญ ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร แก่ผู้ครอบครองดูแล และเก็บรักษามรดกโบราณ ทั้ง 9 ราย ได้แก่
1.เอกสารทรัพยากรธรณีฝั่งทะเลตะวันตก
2.กฎหมายอาณาจักรหลักคำเมืองน่าน
3.บันทึกพระครูศรีวิราชวชิรปัญญา เจ้าคณะแขวงเมืองพะเยา พุทธศักราช 2404-2487
4.บันทึกครูบาโนชัยธรรมจินดามุนี เจ้าคณะหนเหนือ (อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง) วัดปงสนุกด้านเหนือ พุทธศักราช 2400-2485
5.คัมภีร์ใบลานพระไตรปิฎก ครูบากัญจนอรัญญาวาสีมหาเถร วัดสูงเม่น
6.ภาพถ่ายฟิล์มกระจก พุทธศักราช 2440-2470 ของหลวงอนุสารสุนทร (สุ่นฮี้ ชุติมา)
7.ภาพเก่าเมืองสงขลา
8.ภาพเก่าของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา
9.แผนที่กัลปนาวัดบนคาบสมุทรสทิงพระในสมัยอยุธยา
ฉวีรัตน์ กล่าวว่า การได้ขึ้นทะเบียนระดับชาติครั้งนี้ เป็นการก้าวแรก เพื่อก้าวต่อไปจะขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และจะเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกในโอกาสต่อไป
ฉวีรัตน์ จึงขอให้สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการประชุมสัมมนาแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการวบรวมเอกสารสำคัญของชาติ ล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาความรู้ ศิลปวัฒนธรรม และวิทยาการของชาติ ที่สมควรแก่การอนุรักษ์และเผยแพร่ต่อไป
ในเรื่องนี้ ศ.ประเสริฐ ได้กล่าวในรายงานว่า ได้จัดให้มีการประชุม เรื่อง การจัดทำทะเบียนเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกของประเทศไทยขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2552 กล่าวคือ การประชุม 2 ครั้งแรกจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ส่วนครั้งที่ 3-11 จัดขึ้น ณ จ.ลำปาง นครสวรรค์ ลำพูน เพชรบุรี อุบลราชธานี ภูเก็ต เชียงใหม่ สงขลา และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ทั้งนี้เพราะคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เห็นว่ายังมีเอกสารสำคัญซึ่งเก็บรักษาอยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในประเทศไทยอีกเป็นจำนวนมหาศาล ควรได้รับการพิจารณาคุณค่า เผยแพร่ให้ประชาชนได้ทราบ และอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติสืบไป
นอกจากพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ครอบครองแล้ว สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้จัดให้มีการสัมมนา 2 วัน ติดต่อกัน เพื่อให้ผู้ครอบครองมรดกสำคัญของชาติจะได้ทราบถึงวิธีการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติ หรือของโลก เพราะการจัดทำเอกสารหรือการกรอกเอกสารให้ถูกต้อง สมบูรณ์ ตอบคำถามได้หมด ด้วยข้อความกระชับ อ้างอิงได้ ไม่ใช่งานง่ายๆ ต้องอาศัยผู้รู้มาช่วยชี้แนะ
ในการนี้ พฤฒิพล ประชุมผล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย เสนอขึ้นทะเบียนเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกของประเทศไทย เรื่อง จานเสียงปาเต๊ะร่องกลับทางเพลงสรรเสริญพระบารมีบทร้องละครดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นบทร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างเป็นทางการฉบับแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) ด้วย
การจะฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับโบราณอายุ 110 ปี ที่ผลิตในประเทศฝรั่งเศส โดยบริษัท ปาเต๊ะ (Pathe) ต้องใช้เข็มเพชรหัวมน (The Saphire Ball) ซึ่งจะไม่ทำให้แผ่นเสียงเป็นรอยที่เรียกว่าแผ่นเเสียงตกร่อง บริษัท รัตนมาลา สั่งมาจำหน่ายในเมืองไทย แต่จำหน่ายอยู่ 3 ปี ก็ไม่สั่งมาอีก เพราะเข็มเพชรหัวมนนั้นแพงมาก ในสมัยนั้นใครมีไว้ครอบครอง เท่ากับมีรถเบนซ์ ในไทยจึงไม่มีแล้ว นอกจากแผ่นนี้เท่านั้น
ประการสำคัญแผ่นแม่แบบทองแดง (Stamper) ของจานเสียงดังกล่าวประเทศผู้ผลิตได้หลอมทำลายเป็นหัวกระสุนปืนใหญ่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ไปเรียบร้อย จึงอาจเป็นเพียงชิ้นสุดท้ายในโลกที่เหลืออยู่ จึงเสนอขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกของประเทศไทย
สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ กรรมการในคณะกรรมการมรดกความทรงจำโลกของไทย ซึ่งเชี่ยวชาญในการกรอกข้อความเพื่อขึ้นทะเบียน ตั้งคำถามหลายข้อ เช่น ทำไมทำนองเพลงสรรเสริญจึงใช้ทำนองเพลงบุหลันลอยเลื่อน แน่ใจอย่างไรว่าเหลือเพียงแผ่นเดียวในโลก เพราะอาจมีใครเก็บไว้ในโกดังที่ใดที่หนึ่งก็ได้ พร้อมกับตั้งคำถามว่าการที่เสนอนี้เสนอขอขึ้นทะเบียนแผ่นเสียง ว่ามีแผ่นเดียวในโลก หรือเสนอขอขึ้นทะเบียนเพลงสรรเสริญพระบารมีโบราณ ซึ่ง พฤฒิพล บอกว่า เสนอวันนี้เรื่องการบันทึกเสียงของเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่เชื่อว่าเหลือเพียงชิ้นเดียวในโลก และมีอายุ 110 ปีแล้ว ซึ่งคนไทยควรภูมิใจในสิ่งนี้ และเชื่อว่า ไม่มีในที่อื่น จากการที่เขามีประสบการณ์ เรื่องทำแผ่นเสียงมา 27 ปี จนทั่วโลกยอมรับ
อย่างไรก็ตาม ผู้อ่านไม่มีโอกาสฟังเสียที่อัดมา 110 ปี แต่ผู้เขียนจดเนื้อร้อง ที่เป็นพระนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ มาให้อ่านดังนี้
อันพระนฤปจง ทรงสิริวัฒนา จงพระพุทธศา สนฐิติยง ราชรัฐจงจิรัง ทั้งบรมวงศ์ ทีรฆดำรง ทรงกรุณาประชาบาล ราชธรรม ธ รักษา เป็นหิตานุหิตสาร ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสิทธิดัง หวังพระหฤทัย ดุจถวายไชย ฉะนี้
เพราะฉะนั้นต้องแสดงความยินดีกับผู้ครอบครองเอกสารโบราณ 9 ราย ที่ได้รับประกาศการขึ้นทะเบียนเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลกของประเทศไทยส่วนท้องถิ่นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2559


